โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สตีเบล เอลทรอน” เผยความสำเร็จ “ฮีทปั๊ม” 50 ปี ทำยอดขายทะลุ 500,000 เครื่อง เดินหน้าดันไทยเป็นฐานการผลิต-ส่งออกฮีทปั๊มในเอเชียแปซิฟิก

Positioningmag

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 06.38 น. • PR News

สตีเบล เอลทรอน (Stiebel Eltron) ผู้นำด้านโซลูชันน้ำและนวัตกรรมอำนวยความสะดวกจากประเทศเยอรมนี เผยความสำเร็จของการพัฒนาและดำเนินธุรกิจฮีทปั๊ม หรือเทคโนโลยีเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานหมุนเวียน โดยตลอดระยะเวลา 50 ปี มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั่วโลกมากกว่า 500,000 เครื่อง ขณะที่ในประเทศไทย พบว่าแนวโน้มความต้องการใช้งานฮีทปั๊มยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบรับดีมานด์ดังกล่าว บริษัทฯ ได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทย เพื่อรองรับการผลิตฮีทปั๊มสำหรับตลาดในประเทศและการส่งออกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงเตรียมเปิดตัวฮีทปั๊มอัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานระดับแนวหน้า เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจยุคโมเดิร์นอย่างครบวงจร


นายโรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย กล่าวว่า “สตีเบล เอลทรอน เป็นหนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจนวัตกรรมระบบอำนวยความสะดวกรายแรกของโลก ที่เริ่มพัฒนาและผลิตฮีทปั๊ม (Heat Pump) ออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเทคโนโลยีทำน้ำร้อนที่ประหยัดพลังงานหลังเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาฮีทปั๊มอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านดีไซน์ที่ทันสมัย การใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น ตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพการทำน้ำร้อนควบคู่ไปกับการประหยัดพลังงานผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาขั้นสูง ตั้งแต่การออกแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การทดสอบในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานวิศวกรรมเยอรมนี ไปจนถึงการประเมินสมรรถนะการใช้งานจริง เพื่อการันตีความทนทาน ระดับเสียงรบกวนที่ต่ำ และประสิทธิภาพการใช้พลังงานก่อนวางจำหน่าย ส่งผลให้ฮีทปั๊มของสตีเบล เอลทรอน ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในเยอรมนี ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศยุโรป โดยมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สะสมทั่วโลกมากกว่า 500,000 เครื่อง”


“สำหรับตลาดประเทศไทย แม้ฮีทปั๊มจะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานในระดับ B2C แต่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าภาคธุรกิจหรือ B2B ทั้งโรงแรม รีสอร์ต สปา ฟิตเนส รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ซึ่งต้องการใช้น้ำร้อนต่อวันในปริมาณมาก สะท้อนจากการดำเนินธุรกิจฮีทปั๊มในประเทศไทยกว่า 15 ปี บริษัทฯ สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวมกว่า 1,300 เครื่อง และยอดขายยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดฮีทปั๊มในประเทศไทย ประกอบกับวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการพัฒนานวัตกรรมฮีทปั๊ม สตีเบล เอลทรอน เอเซีย ได้เดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์ล่าสุด ด้วยการเปิดโรงงานแห่งใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงต้นปี 2569 ผ่านมา ซึ่งดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกับบริษัทแม่ในประเทศเยอรมนี ที่ผสานความเชี่ยวชาญของบุคลากรไทยเข้ากับการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล สะท้อนแนวคิด ‘เรื่องน้ำ มั่นใจ สตีเบล เอลทรอน จากเยอรมนี’ (Comfort through Technology) โดยมุ่งเน้นการผลิตฮีทปั๊มเพื่อตอบรับดีมานด์ภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งออกสู่ตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”


นายโรลันด์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นวัตกรรมฮีทปั๊มจากสตีเบล เอลทรอน ช่วยให้ธุรกิจประหยัดพลังงานได้ด้วยหลักการทำงานที่ดึงความร้อนจากอากาศมาผลิตน้ำร้อนแทนการใช้ฮีทเตอร์ไฟฟ้า จึงช่วยประหยัดพลังงานได้สูงสุดถึง 80% โดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะจากกระบวนการผลิตน้ำร้อน ถือเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาว อีกทั้งยังสอดรับกับเทรนด์การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุน ควบคู่กับการดำเนินการโดยคำนึงถึงความยั่งยืนตามหลัก ESG ขณะเดียวกัน ในปีนี้ได้เตรียมเปิดตัวฮีทปั๊มรุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ทันสมัย พร้อมประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานสูง ตอกย้ำบทบาทของสตีเบล เอลทรอน ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคสมาร์ทซิตี้ ผ่านการนำเสนอโซลูชันอำนวยความสะดวกที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ สตีเบล เอลทรอน ได้ทางเฟซบุ๊ก STIEBEL ELTRON Thailand อินสตาแกรม @stiebeleltronth ไลน์ออฟฟิเชียล @stiebeleltronth หรือโทรศัพท์ 0 2021 9300

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...