เท้ง นั่งรถไฟฟ้า หาเสียงตลาดนัดเมืองไทยภัทร ลั่น "ไม่กาเรา เทามาแน่" พนง.ออฟฟิศแห่ขอถ่ายรูป ลั่น เลือกทั้งบ้าน
ณัฐพงษ์ เดินหาเสียงตลาดเมืองไทยภัทร คนแห่ให้กำลังใจ ลั่น ปักธงส้ม 33 เขต กทม. ชู “ถ้าไม่กาเรา สีเทามาแน่” ขอกาส้ม 2 ใบ เสียงให้มากพอ ตั้งรัฐบาลประชาชน ย้ำเงื่อนไขไม่ร่วมพรรคกล้าธรรม ไม่โหวตนายกฯ จากภูมิใจไทย จับมือ ปชป. ได้ หากแนวทางตรงกัน
เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ลงพื้นที่ช่วย นายภัณฑิล น่วมเจิม ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตคลองเตย วัฒนา หาเสียงย่านอโศก จากนั้นนายณัฐพงษ์ได้นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปที่สถานีสุทธิสาร ช่วยนายปิติกรณ์ บรรณเภสัช ผู้สมัคร ส.ส.กทม. หาเสียงที่ตลาดนัดเมืองไทยภัทร มีพนักงานบริษัทรวมถึงพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่ต่างเข้ามาขอถ่ายรูปส่งกำลังใจ กล่าวด้วยความดีใจที่มาถึงที่ และบอกกับหัวหน้าเท้งว่า “เลือกแน่นอน เลือกทั้งบ้าน”
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่ไว้วางใจเลือกพรรคอนาคตใหม่ ในปี’62 ปักธงส้มได้ 9 เขต และในการเลือกตั้ง ปี’66 พรรคก้าวไกลปักธงส้มได้ถึง 32 เขต และครั้งนี้ พรรคประชาชนก็มีความมั่นใจว่าจะสามารถปักธงได้ทั้ง 33 เขตแน่นอน นอกจากขอคะแนนเสียง ส.ส.เขตแล้ว ก็ขอคะแนนเสียง ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย เพราะโจทย์สำคัญของพรรคประชาชนในขณะนี้คือ การได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นในสภา ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนในช่วงโค้งสุดท้ายอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในพลังของตนเอง เชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลง เพราะมองย้อนไป 8 ปี เมืองไทยและการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ด้วยพลังของประชาชน กฎหมายที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างเช่น สุราก้าวหน้า สมรสเท่าเทียม การคุ้มครองแรงงาน ดังนั้น อย่าเพิ่งหมดหวังและครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ในการจัดตั้งรัฐบาลประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยไปได้ไกลกว่านี้ ด้วยเสียงของทุกคนจริงๆ
สำหรับการใช้แกนนำคนสำคัญอย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ช่วยหาเสียง เพื่อปลุกกระแสให้ได้คะแนนเสียงมากกว่าเดิมนั้น นายณัฐพงษ์เชื่อว่า กระแสที่เกิดขึ้นมาจากพลังของพี่น้องประชาชนทุกคน ซึ่งแกนนำพรรคแต่ละคนมีส่วนสำคัญในการชี้นำ ที่ทำให้เราชนะการเลือกตั้งมาได้ทุกครั้ง จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะจัดคาราวานที่ไหน ก็มีคนออกมาให้กำลังใจ และเชื่อในพลังการเปลี่ยนแปลง และในครั้งนี้ไม่ว่าแกนนำคนไหนจะลงไปช่วยหาเสียงก็อยากให้หัวคะแนนธรรมชาติทุกคน ช่วยกันออกมาแสดงพลังกันเยอะๆ เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชนที่เข้มแข็ง
ส่วนวาทกรรมการสาดโคลนใส่กันอย่างเช่น ส้มอมดำ ฟ้าอมเทา ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมการเมืองแบบเดิม นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่อยากให้ประเด็นการเมืองเป็นการโต้ตอบรายวัน เพราะประเทศยังมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องใช้การเมืองทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด คือ เอาสีเทาออกจากการเมืองและระบบราชการ เราไม่สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศได้เลย ถ้ายังไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับคืนมา ด้วยการขจัดเรื่องสีเทาออกจากประเทศให้ได้ก่อน
ขณะที่พรรคกล้าธรรมออกมาปราศรัยโจมตีว่า พรรคส้มอมดำ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ดูเวลาที่เราจะจัดการเรื่องสีเทา ไม่ว่าจะอยู่ในองค์กรหรือนอกองค์กรของพรรค ก็จัดการทุกครั้ง ดังนั้น ใครจะอมสีอะไร ตนไม่ขอโต้ตอบ อยู่ที่วิธีการจัดการกับคนที่มีประวัติไม่ดีมากกว่าว่า เราจะจัดการอย่างไร
นายณัฐพงษ์ย้ำถึงการจัดตั้งรัฐบาลประชาชน อาจจะมีบางพรรคที่ใช้แคมเปญโหวตเชิงยุทธศาสตร์พรรคฝั่งตรงข้ามว่า “ไม่กาเรา เขามาแน่” แต่อยากจะบอกว่า“ถ้าไม่กาเรา สีเทามาแน่นอน” จึงขอให้ประชาชนกาให้กับพรรคประชาชนทั้งสองใบ กาเห็นชอบบัตรประชามติ เพื่อเอาสีเทาออกจากการเมืองและเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลประชาชน
ทั้งนี้ มองอย่างไรที่ขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดในลักษณะแง่บวกกับพรรคประชาชนมากขึ้น รวมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.112 ที่ต้องบอกให้ชัดเจนว่าจะแก้ส่วนไหน อย่างไร และประเด็นประกันสังคมด้วย นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องบอกว่าเป็นทิศทางบวกในทุกพรรค ไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์
ถ้าเราสังเกตการเสนอนโยบายต่างๆ จะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า หากประชาชนไม่ยอมจำนน เราสามารถผลักดันวาระให้มีความก้าวหน้าต่อสังคม สุดท้ายทุกพรรคการเมืองก็ไหลมาตามทิศทางเดียวกัน ก็คือเสียงที่ประชาชนเรียกร้อง ส่วนการแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต้องยอมรับว่า ตัวกฎหมายปัจจุบันมีบางส่วนมีปัญหาจริง โดยเฉพาะเรื่องโทษขั้นต่ำ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการทำความเข้าใจกับสังคม เชื่อว่าในอนาคตถ้าสังคมตกผลึกร่วมกัน ถึงเวลานั้นก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิดที่จะไปทำการแก้ไขกฎหมาย ที่ควรจะปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
อย่างไรก็ตาม การที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดในเชิงบวกถึงพรรคประชาชนในช่วงนี้ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะจับมือตั้งรัฐบาล เพราะได้ประกาศชัดเจนว่า ไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรม นายณัฐพงษย้ำเงื่อนไขพรรคประชาชนยังเหมือนเดิม คือ การไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมและไม่โหวตแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย ส่วนที่นอกเหนือจากนี้ ก็อยู่ที่เสียงของประชาชน ที่จะทำให้พรรคเรามีเสียงที่เข้มแข็งมากเพียงพอ ในการกำกับทิศทางพรรคร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ ถ้าได้แล้วนโยบายไปในทิศทางเดียวกันได้ ไม่ส่งรัฐมนตรีที่มีประวัติสีเทามาร่วมคณะรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้ารับเงื่อนไขเหล่านี้ได้ก็ทำงานร่วมกันได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เท้ง นั่งรถไฟฟ้า หาเสียงตลาดนัดเมืองไทยภัทร ลั่น “ไม่กาเรา เทามาแน่” พนง.ออฟฟิศแห่ขอถ่ายรูป ลั่น เลือกทั้งบ้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th