วัลเวร์เดแฮตทริกนำเรอัล มาดริด ถล่มแมนฯ ซิตี้ ยกแรก 16 ทีมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
เรอัล มาดริด ตุนความได้เปรียบมหาศาลในนัดแรกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก หลังเปิดบ้านถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ "เฟเดริโก วัลเวร์เด" แผลงฤทธิ์ทำแฮตทริก
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2025-26 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันที่ 11 มีนาคม “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด จากสเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ ซานติอาโก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ
นาที 20 ธิโบต์ กูร์กตัวส์ เตะบอลยาวจากปากประตูตัวเองพุ่งขึ้นหน้าเยื้องไปทางกราบขวา ลูกลอยข้ามกองหลังไปถึง เฟเดริโก วัลเวร์เด พักลงได้แล้วกระชากหลุดเดี่ยวไปถึงเขตโทษ ก่อนจะแตะหลบนายทวารแล้วยิงเข้าสู่ก้นตาข่ายที่ไร้คนเฝ้า มาดริดออกนำ 1-0
นาที 27 วินิซิอุส จูเนียร์ จะส่งบอลให้เพื่อนแล้วติดขากองหลังแมนฯ ซิตี้ ลูกปลิ้นมาเข้าทาง เฟเดริโก วัลเวร์เด สบโอกาสกระชากเข้าเขตโทษแล้วยิงผ่านมือนายทวารตุงตาข่าย มาดริดบวกเพิ่มเป็น 2-0
นาที 42 บราฮิม ดิอาซ งัดบอลจากด้านขวาของเขตโทษไปบริเวณหน้าประตู เฟเดริโก วัลเวร์เด จึงโฉบมากระดกหนีกองหลังแล้วตามไปวอลเลย์เสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด กลายเป็นแฮตทริกของวัลเวร์เด พร้อมส่งมาดริดนำห่างในครึ่งแรก 3-0
ครึ่งหลังนาที 56 วินิซิอุส จูเนียร์ สบโอกาสหลุดเข้าเขตโทษโดยที่กองหลังเบียดไม่ลง ก่อนจะถูก จานลุยจิ ดอนนารุมมา รวบล้มลงไป มาดริดจึงได้จุดโทษ วินิซิอุสลุกมาสังหารเองแต่ถูกดอนนารุมมาพุ่งถูกทางเซฟไว้ได้นาที 57
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝั่งไหนยิงประตูเพิ่มได้อีก จบเกมมาดริดจึงชนะขาดลอย 3-0 โดยนัดหน้าจะไปเล่นที่บ้านแมนฯ ซิตี้วันที่ 17 มีนาคม
(Action Images via Reuters/Peter Cziborra)
ทางด้านปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าจากฝรั่งเศส เปิดสนามปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี จากอังกฤษ
ครึ่งแรกนาที 10 อุสมาน เดมเบเล ได้บอลทางด้านขวาแล้วเปิดลอยไปถึงบริเวณเสาสอง ชูเอา เนเวส จึงโขกชงเข้ากลางให้ บราดเลย์ บาร์กโกลา พักแล้วยิงด้วยซ้ายเข้าไป เปแอสเชออกนำ 1-0
นาที 15 เปแอสเชเกือบได้ประตูเพิ่ม เดซิเร ดูเอ จ่ายบอลให้ อุสมาน เดมเบเล เลื้อยหาช่องทางด้านซ้ายของเขตโทษแล้วกดด้วยซ้าย ฟิลิป ยอร์เกนเซน ปัดบอลไปชนเสาแบบใจหายใจคว่ำ
นาที 28 ผู้เล่นเชลซีเคาะบอลกันอยู่ทางกราบซ้าย จนกระทั่ง เอ็นโซ เฟร์นานเดซ เห็นพื้นที่ฝั่งขวาโล่งอยู่จึงเปิดไปให้ มาโล กุสโต หลุดมารับในพื้นที่เขตโทษแล้วหวดผ่านเซฟนายทวารเข้าประตู สกอร์เสมอกัน 1-1
นาที 40 เปแอสเชสบโอกาสสวนกลับเร็ว เดซิเร ดูเอ แทงบอลให้ อุสมาน เดมเบเล หลุดจากแนวรับตั้งแต่แดนตัวเองแล้วกระชากไปจนถึงเขตโทษ จากนั้นโยกหลอกกองหลังจนสบช่องแล้วสับไกยิงเข้าไปอย่างสุดยอด เจ้าบ้านจึงเป็นฝ่ายนำเมื่อจบครึ่งแรก 2-1
ครึ่งหลังนาที 57 เปโดร เนโต แย่งบอลได้บริเวณครึ่งสนามทางกราบซ้าย จากนั้นกระชากบุกขึ้นมาจนถึงพื้นที่เขตโทษแล้วตบเข้ากลางให้ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ยิงเข้าไป เชลซีตีเสมอ 2-2
นาที 74 ฟิลิป ยอร์เกนเซน ออกบอลให้เพื่อนพลาดโดน บราดเลย์ บาร์กโกลา ปราดเข้ามาบล็อกได้ ลูกกระดอนมาเข้าทาง ควิชา ควารัตสเคเลีย ส่งต่อไปบริเวณเส้นหัวกะโหลกหน้าเขตโทษให้ วิตินญา กระดกลอยข้ามหัวยอร์เกนเซนเข้าไป เปแอสเชนำอีกครั้ง 3-2
นาที 79 มาร์ก กูกูเรยา ส่งบอลขึ้นหน้าให้ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ พลิกตัวจ่ายออกด้านซ้าย เปโดร เนโต รับแล้วกระชากไปถึงริมเขตโทษก่อนปาดเข้ากลางให้ ชูเอา เปโดร ยิงเข้าไป แต่ผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้าตั้งแต่จังหวะที่เฟร์นานเดซเล่นแล้ว เชลซีชวดตีเสมอ
นาที 86 วิลเลียน ปาโช จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ ควิชา ควารัตสเคเลีย เลาะจากด้านซ้ายเข้ามาบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนปั่นด้วยขวาลูกเสียบมุมสวยงาม เปแอสเชบวกเพิ่มเป็น 4-2
นาที 90 ฟิลิป ยอร์เกนเซน ทำพลาดอีก คราวนี้ออกบอลให้เพื่อนแล้วถูกผู้เล่นเปแอสเชโฉบมาตัดได้ ลูกไหลไปเข้าเท้า นูโน เมนเดส ที่อยู่ในเขตโทษ ก่อนที่เมนเดสจะส่งต่อให้ อี คังอิน ยิงเข้าไป แต่ว่าเมนเดสล้ำหน้าก่อนแล้ว เปแอสเชเลยไม่ได้ประตูเพิ่ม
นาที 90+4 อัชราฟ ฮาคิมี กระชากบอลบุกมาทางกราบขวาจนถึงพื้นที่เขตโทษ ก่อนส่งเข้ากลางให้ ควิชา ควารัตสเคเลีย ตวัดยิงลูกทะลักผ่านเซฟนายทวารเข้าไป เปแอสเชจึงชนะขาดลอย 5-2 นัดสองจะไปเล่นที่บ้านเชลซีวันที่ 17 มีนาคม
ผลคู่อื่น ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) เสมอ อาร์เซนอล (อังกฤษ) 1-1, โบโด/กลิมต์ (นอร์เวย์) ชนะ สปอร์ติง ลิสบอน (โปรตุเกส) 3-0
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วัลเวร์เดแฮตทริกนำเรอัล มาดริด ถล่มแมนฯ ซิตี้ ยกแรก 16 ทีมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th