โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันดิบยังสูงขึ้น แม้ IEA ปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่สุด

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 4% ในวันพุธ (11 มี.ค.69) ตามเวลาสหรัฐ เนื่องจากผู้ค้ากำลังพิจารณาภัยคุกคามต่อเรือบรรทุกน้ำมัน ในช่องแคบฮอร์มุซ เทียบกับการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งประวัติศาสตร์จากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นดัชนีมาตรฐานโลกปรับตัวสูงขึ้น 4.76% ปิดที่ 91.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.55% ปิดที่ 87.25 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันพุธ หลังจากเรือพาณิชย์หลายลำถูกโจมตีบริเวณชายฝั่งอิหร่าน การจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันและสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญถูกขัดขวางอย่างรุนแรงเนื่องจากภัยคุกคามจากอิหร่าน

เพื่อบรรเทาผลกระทบนี้ ประเทศสมาชิก IEA ตกลงที่จะปล่อยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการปล่อยน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

“ความท้าทายในตลาดน้ำมันที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นมีขนาดใหญ่โตอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้นผมจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศสมาชิก IEA ได้ตอบสนองด้วยการดำเนินการร่วมกันในภาวะฉุกเฉินที่มีขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวในแถลงการณ์ “ตลาดน้ำมันเป็นตลาดโลก ดังนั้นการตอบสนองต่อการหยุดชะงักครั้งใหญ่จึงต้องเป็นไปในระดับโลกเช่นกัน ความมั่นคงด้านพลังงานเป็นภารกิจหลักของ IEA และผมยินดีที่สมาชิก IEA แสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแข็งแกร่งในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดร่วมกัน”

เมื่อวันอังคาร ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างมากหลังจากโพสต์ในบัญชีโซเชียลมีเดียของคริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ระบุอย่างผิดพลาดว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ต่อมา แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ “ไม่ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันหรือเรือลำใดในขณะนี้”

การโจมตีทางเรือยังคงดำเนินต่อไป

เมื่อคืนที่ผ่านมา มีรายงานว่ากองกำลังอเมริกันได้จมเรืออิหร่านหลายลำ รวมถึงเรือวางทุ่นระเบิด 16 ลำ ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ

เช้าวันพุธ ยังมีสัญญาณอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่าความขัดแย้งกำลังทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานว่าเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำนอกชายฝั่งอิหร่านถูกโจมตีด้วยกระสุนปืน หนึ่งในนั้นถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ UKMTO กล่าว

ขณะเดียวกัน ทางการในดูไบกล่าวว่าโดรน 2 ลำตกในบริเวณใกล้เคียงสนามบินนานาชาติดูไบเมื่อวันพุธ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน น่านฟ้าโดยรอบเมืองถูกปิดชั่วคราว

“เราคิดว่าปัจจัยสำคัญยังคงอยู่ที่ระยะเวลาของสงคราม ดังนั้นการปล่อยสต็อกของ IEA จึงช่วยซื้อเวลาให้เราได้อีกไม่กี่วัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ซาชา ฟอสส์ นักวิเคราะห์ตลาดพลังงานจาก Marex กล่าวกับรายการ “Europe Early Europe” ของซีเอ็นบีซี เมื่อวันพุธ

“ความขัดแย้งนี้ต้องยุติลงภายในสิ้นสัปดาห์นี้ มิเช่นนั้น เราจะเห็นราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์” ฟอสส์กล่าว

นักวิเคราะห์ตลาดรายอื่นๆ เตือนว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจผลักดันราคาน้ำมันให้สูงกว่า 100 ดอลลาร์อีกครั้ง

“หากความตึงเครียดลดลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ราคาน้ำมันอาจลดลง … แต่แม้ในสถานการณ์นั้น ก็ไม่น่าเป็นไปได้ที่ราคาจะกลับไปอยู่ในช่วง 60-70 ดอลลาร์เหมือนช่วงต้นปีนี้” พอล กูดเดน หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติระดับโลกของNinety One กล่าวในบันทึกเมื่อวันอังคาร

“หากการหยุดชะงักยืดเยื้อออกไป ผลที่ตามมาก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอีก อาจสูงกว่า 120 ดอลลาร์หรือสูงกว่านั้น จนกว่าราคาที่สูงขึ้นจะเริ่มลดความต้องการลง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...