รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ติดตามแผนรับมือน้ำท่วมยะลาระยะยาว เพิ่มศักยภาพรับน้ำฤดูฝน
รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ติดตามแผนรับมือน้ำท่วมยะลาระยะยาว เพิ่มศักยภาพรับน้ำฤดูฝน
(10 มีนาคม 2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ จ.ยะลา พร้อมด้วย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ เพื่อติดตามการดําเนินงานแก้ไขปัญหานํ้าท่วมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยจุดแรก คณะฯ เดินทางไปยังริมแม่นํ้าปัตตานี บริเวณบ้านร่ม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เพื่อสำรวจพื้นที่และรับฟังการดำเนินโครงการปรับปรุงคันป้องกันนํ้าท่วม โดยมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สำหรับ แม่นํ้าปัตตานี บริเวณบ้านร่ม ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลา จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝน เปลี่ยนแปลงจากอดีต โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นระยะเวลา 4 วัน ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เทศบาลนครยะลาและพื้นที่ข้างเคียง มากกว่า 1,200 มม. ส่งผลให้ในหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน เทศบาลนครยะลาเป็นพื้นที่ราบลุ่มติดกับแม่น้ำปัตตานีที่รับน้ำมาจากเขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา กรงปินัง และยะหา จึงทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นข้ามคันกั้นน้ำหลายจุดในเขตเทศบาล สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน บ้านเรือนประชาชนกว่า 26,185 ครัวเรือน ดังนั้น จ.ยะลา จึงมีความประสงค์จะแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังอุทกภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยการจัดทำโครงการปรับปรุงคันกั้นน้ำริมแม่น้ำปัตตานีจากอุทกภัยจังหวัดยะลา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมที่ล้นเข้ามาจากแม่น้ำปัตตานี ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเทศบาลยะลา ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดภาคใต้ชายแดนและพื้นที่ข้างเคียง
จากนั้นคณะฯ ได้เดินทางดูงานเขื่อนป้องกันตลิ่งสถานีสูบน้ำ บริเวณตลาดเมืองใหม่ อ.เมืองยะลา ที่มีการทรุดตัวของหน้าดิน เนื่องจากแรงดันน้ำในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2567 ส่งผลให้ต้องปิดเส้นทางการจราจรในบริเวณดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลนครยะลากำลังดำเนินการปรับปรุงผนังกั้นน้ำและเส้นทางชำรุด เพื่อรองรับปริมาณน้ำและให้กลับมาใช้งานเส้นทางดังกล่าวได้ปกติ ในปลายปี 2569 ก่อนช่วงหน้าฝนของปีนี้
ต่อมาคณะฯ ได้ลงพื้นที่ดูงานแผนงานโครงการขุดลอกแก้มลิงบึงแบเมาะ ซึ่งจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา มีฝนตกติดต่อกันเป็นระยะเวลา 4 วัน โดยพื้นที่รับน้ำของเทศบาล นอกจากมีแม่น้ำปัตตานีซึ่งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของเทศบาลแล้ว ยังมีทิศตะวันออก ซึ่งติดต่อกับเทศบาลเมืองสะเตงนอก เทศบาลตำบลบุดี และ อบต.เขาตูม น้ำส่วนใหญ่จะไหลมาจากภูเขาและพื้นที่ราบลุ่ม น้ำจากพื้นที่เหล่านี้รวมทั้งน้ำจากเขตเทศบาลนครยะลา จะไหลไปบรรจบกันที่บึงแบเมาะ ซึ่งเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่รองรับน้ำทั้งหมดและจะไหลไปยังสถานีสูบน้ำ PC (ชุมชนจารูพัฒนา) ก่อนระบายน้ำออกสู่แม่น้ำปัตตานี โดยบึงแบเมาะมีพื้นที่ 213 ไร่ ด้วยตะกอนที่ทับถมจำนวนมาก ไม่มีการขุดลอกเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ทำให้ความสามารถในการรองรับน้ำลดลง ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการขุดลอกบึงแบเมาะ เพื่อเพิ่มปริมาณความจุในการกักเก็บน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัยและป้องกันเหตุจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี