โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“อ.ปณิธาน” ชี้ หลายประเทศเร่งสต๊อกน้ำมัน-ประหยัดพลังงานล่วงหน้า แต่ไทยเริ่มช้ากว่า

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อ.ปณิธาน” ชี้ หลายประเทศเร่งสต๊อกน้ำมัน-ประหยัดพลังงานล่วงหน้า แต่ไทยเริ่มช้ากว่า หวัง สิ่งที่ รบ. พูดจะเป็นไปอย่างที่วางแผน เหตุ ปชช.หวั่นน้ำมันไม่เพียงพอ ปมสงครามตะวันออกกลาง คาด สถานการณ์มีแนวโน้มเจรจา เชื่อ วิกฤติที่สุด-มูลค่าความเสียหายมากที่สุดในรอบ 60 กว่าปี

วันที่ 11 มี.ค. 69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ กับทีมข่าว The Room44 ถึงผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ว่า คิดว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะเจรจากันมากขึ้น ถึงแม้ว่ายังไม่ลงตัวเพราะที่สุดแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะดูเงื่อนไข ที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ แต่ยังไม่ลงตัวอีกหลายอย่างคงยังยากอยู่ แต่ว่าสหรัฐฯได้บรรลุวัตถุประสงค์พอสมควรและอิสราเอลประเมินว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ก็น่าจะบรรลุทั้งหมด แต่ก็เป็นปัญหาเหมือนกันเพราะการไปพึ่งพาอิสราเอลก็ทำให้มันยืดยาวเกินไปและ สหรัฐฯคงประเมินในเรื่องของอาวุธ ฮามาส (กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์) ที่อิสราเอลกำลังปราบปรามอยู่อ่อนแรงขนาดไหน ในภูมิภาคทั้งหมดไม่ใช่แต่เฉพาะในอิหร่าน

ส่วนอิหร่านก็ปักหลักสู้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เต็มที่เพราะผู้นำยังไม่เห็นว่าจะอยู่ในการสั่งการได้มากน้อยขนาดไหนเพราะตั้งแต่เริ่มสงครามก็ยังไม่เห็นแล้ววันนี้ก็มีข่าวว่าบาดเจ็บด้วยซ้ำ แต่ก็มีการปักหลักสู้แล้วซึ่งหน้าจะรวมพลังได้ก็ต้องรอให้จีนและพันธมิตรของจีนช่วยเปิดพื้นที่ในการเจรจาซึ่งจีนก็กำลังทำอยู่

เมื่อถามว่าในเรื่องของน้ำมัน คิดว่าประเทศไทยจะขาดแคลนในเรื่องของมันหรือไม่ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า แนวโน้มไม่ค่อยดีเราอาจจะประเมินต่ำไป ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะหลายประเทศเห็นว่าน่าจะเกิดสงครามจึงมีการซื้อสต๊อกไว้ล่วงหน้ามากกว่าเราหาทางประหยัดพลังงานได้เร็วกว่าเราเพราะจะเห็นได้ชัดเจนว่าพอเกิดเรื่องหลายประเทศก็มีวิธีการเดินหน้าประหยัดพลังงานได้เร็วกว่าเราหลายสัปดาห์ ซึ่งตอนนี้ขึ้นสัปดาห์ที่สองเราเพิ่งเริ่มแต่หลายประเทศเริ่มต้นทันทีแสดงว่าเค้าเตรียมตัวมานาน เพราะฉะนั้นสำรองน้ำมันของเราน่าจะมีไม่มากและเวลายิ่งผ่านไปซึ่งเดือนแรกที่บอกว่าอยู่หนึ่งเดือนเต็มแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปก็ทำให้ลดลง

ส่วนเนื้อเรื่องของน้ำมันสำรองที่มาแล้วแต่ตอนนี้มันอยู่ตรงไหนเพราะตอนนี้ผ่านมา 10 กว่าวันแล้วควรจะชัดเจนแล้วว่าเรือใช้เวลาเดินทางจากช่องแคบฮอร์มุซ มาประเทศไทยไม่เท่าไหร่ควรที่จะมีการทอดสมอแล้วและให้ประชาชนได้เห็นเพื่อให้สบายใจว่าสำรองที่เอาออกมาแล้วตอนนี้อยู่จุดไหน

รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวต่อว่า ส่วนสต๊อกที่2และสต๊อกที่ 3 ยากสุด เพราะเราต้องไปแข่งการซื้อล่วงหน้าเพราะในขณะที่หลายประเทศซื้อไปแล้วขายไปแล้ว และมีพลังซื้อมากกว่าเราราคาก็จะแพงขึ้นและมันก็จะไม่เหมือนกับที่เรากลั่น แต่ทั้งหมดเหล่านี้ที่อยู่ในมือเราจริงๆมีไม่ถึง 20 วัน ทำให้ความตื่นตระหนกก็มีให้เห็นอยู่แต่ก็หวังว่าจะเป็นไปอย่างที่แถลงว่าสต๊อกของเดือนที่ 2 มาแล้วใกล้ถึงแล้ว โดยมองว่าเดือนที่ 3 ยากมาก แต่ก็หวังว่าจะมีการไปซื้อตลาดอื่นๆ แต่เชื่อว่าทุกประเทศก็จะมีการแย่งซื้อกันหมดเพราะน้ำมันออกจากแหล่งเดิมไม่ได้ ก็มีการหยุดปิดการผลิตและพอสงครามเริ่มชะลอตัวลงก็ต้องใช้เวลาในการสตาร์ทเครื่องและเริ่มกลั่น จึงทำให้มีการแปรปรวนในเรื่องของน้ำมันและพลังงานสินค้าการขนส่งต่างๆซึ่งเชื่อว่าเป็นมุมกว้างที่ประเมินไม่ออก แต่เชื่อว่าหลายเดือนอยู่สำหรับผลกระทบกว่าจะเบาลง

รศ.ดร.ปณิธาน มองว่าการที่รัฐบาลออกมาตรการสั้น กลาง ยาวเพราะคงประเมินแล้วแต่ไม่ได้บอกประชาชนว่าผลกระทบคงจะยาว ซึ่งเรื่องนี้ก็เหนือความคาดหมายของหลายคนว่าอิหร่านสามารถที่จะโจมตี และครั้งนี้วิกฤติที่สุดตั้งแต่ปี 1957 ที่ปิดคลองสุเอซ มูลค่าความเสียหายมากที่สุดในรอบ 60 กว่าปี เพราะเช่นนั้นบางประเทศไม่ได้เตรียมตัวเพราะคิดไม่ถึง รวมทั้งสหรัฐและประเทศในอ่าวต่างๆดูเหมือนไม่ได้มีการเตรียมตัวและอีกสักพักนึงแรงกับเพื่อนต่างๆจะตามมา

อย่างไรก็ตามรศ.ดร.ปณิธาน หวังว่าสิ่งที่รัฐบาลพูดจะเป็นไปอย่างที่เขาวางแผน และผลกระทบของเราจะไม่ได้มากนัก แต่ไม่มีใครตอบได้โดยเฉพาะเรื่องของสต๊อกน้ำมันเดือนที่ 2 แต่เชื่อว่าพรุ่งนี้น้ำมันสต๊อกแรกจะเดินทางมาถึงแล้ว แต่ก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงว่าเรือที่ออกมาแล้วอยู่ไหนเพราะสมัยนี้ใช้ GPS ตามได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...