โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมราง เปิดโมเดล 'เก็บเงินค่ารถไฟฟ้าแบบแบ่งโซน' สรุปชงรัฐบาลปลายปี 69

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่นนั้น

ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมจึงมีแนวคิดซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้ากลับมาเป็นของรัฐเพื่อให้รัฐเป็นผู้บริหารจัดการรายได้และกำหนดค่าโดยสารเอง เพื่อให้สามารถใช้นโยบายนี้ได้กับรถไฟฟ้าทุกสายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะหรือเงินอุดหนุนจากภาครัฐที่สูงเกินไป

ทั้งนี้กรมการขนส่งทางรางจึงเร่งศึกษาแนวทางการกำหนดอัตราค่าโดยสารรูปแบบใหม่ ได้แก่ การจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง แบบคงที่ และแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) โดยจะพิจารณาควบคู่กับแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่น (Congestion Charge) เพื่อให้ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้ง 8 เส้นทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สำหรับการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ แบ่งเป็นโซน (Zoning) เพื่อให้สอดคล้องกับระยะทางและต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งปัจจุบันมี 2 รูปแบบหลักที่กำลังศึกษาคือ

1. การแบ่งโซนตามพื้นที่หรือสถานี (Area-based Zone)

2. การคิดค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง (Time-based Zone) เช่น ภายใน 60 นาที คิดอัตราหนึ่ง หากเกินเวลาที่กำหนดจะคิดอีกอัตราหนึ่ง

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง

"เรามองว่าระบบการคิดค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง มีความเป็นธรรมและเข้าใจง่ายที่สุด ประชาชนจะไม่เกิดความขัดแย้งเรื่องระยะทาง" นายพิเชฐ กล่าว

อย่างไรก็ดีจากการเก็บข้อมูลพบว่าค่าเฉลี่ยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าของคนกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 8 สถานี หรือ 11.25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 20-25 นาทีเท่านั้น

ทั้งนี้หากกำหนดฐานเวลาไว้ที่ 1 ชั่วโมง คนส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบ และยังคงจ่ายค่าโดยสารในอัตราต่ำตามนโยบายรัฐบาลได้

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กรมฯ ยังได้ทำงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่กำลังศึกษาเรื่อง ค่าธรรมเนียมการขับรถเข้าเขตพื้นที่รถติด (Congestion Charge) เพื่อนำข้อมูลพื้นที่โซนนิ่งมาปรับใช้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนระหว่างโซนของรถยนต์และโซนของรถไฟฟ้า

ขณะเดียวกันจากการคำนวณเบื้องต้น หากใช้ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย รัฐอาจต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึง 8,000 ล้านบาทต่อปี แต่หากปรับเป็น 40 บาทตลอดวัน จะช่วยลดภาระการอุดหนุนของภาครัฐ

นอกจากนี้หากมีการจัดโซนนิ่งที่เหมาะสมในอนาคตหลังจากซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าได้ทั้งหมด จะช่วยให้ประชาชนที่เดินทางไกล ซึ่งปัจจุบันต้องจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงถึง 130-200 บาทต่อวัน (ไป-กลับ) เหลือเพียง 50-80 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ประชาชนรับได้และรัฐไม่ต้องแบกภาระหนัก

"กระบวนการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและการจัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ พิจารณา เนื่องจากเป็นโครงการที่ผูกพันงบประมาณข้ามปี" นายพิเชฐ กล่าว

อย่างไรก็ตามหลังจากการเปิดรับฟังความเห็นในครั้งนี้กรมฯจะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารระบบรางที่เหมาะสม เป็นธรรม และสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืนต่อไป

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ตามแผนกรมฯ คาดว่าจะได้ข้อสรุปผลการศึกษาเรื่องโซนนิ่งและรูปแบบค่าโดยสารให้ชัดเจนเพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคมภายในปลายปีนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสู่ขั้นตอนการออกกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติภายใต้นโยบายของรัฐบาลต่อไป

ส่วนมาตรการเร่งด่วนที่กำหนดมาตรการอัตราค่าโดยสารราคาเดียวแบบเหมาจ่ายรายวัน 40 บาท สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟชานเมืองสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงปี 2569 นั้น

ทั้งนี้คาดว่าอาจมีการเสนอให้ต่ออายุออกไปก่อนในระหว่างที่รอกระบวนการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า รวมถึงการตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาสัญญาสัมปทานยังไม่มีความชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...