ศาลอนุญาตฝากขัง 2 ผู้จ้างวานอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม เผาทิ้งบ้านร้าง
ตร.สุทธิสารหิ้ว "ตั้น-เบญ" อุ้มฆ่า ผจก.ท็อป ฝากขังศาล ค้านประกันโทษสูง ข่มขู่พยาน-กลัวหนี
7 มีนาคม 2569 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก คดีพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัวนายสรวีย์ รัฐพิทักษ์ถิรดา หรือตั้น อายุ 46 ปี และน.ส.เบญญาภา รัฐพิทักษ์ หรือเบญ อายุ 45 ปี ลูกพี่ลูกน้อง 2 ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการบริษัทจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ และนำศพไปเผาอำพรางที่บ้านร้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรีมายื่นคำร้องฝากขังศาลครั้งแรก
โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายรัฐ มณีประเสริฐ เข้าแจ้งความว่าไม่สามารถติดต่อ นายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือท็อป อายุ46 ปี น้องชาย ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์แห่งหนึ่งย่านสุทธิสารได้
ทั้งนี้จากการสืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.20 น. มีคนร้าย 6 คนใช้รถยนต์และรถจักรยานต์ยน บังคับเอาตัวผู้เสียหาย ไปยังบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ก่อนร่วมกันบังคับหรือทำให้นายรุทธ์ อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ก่อนนำโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องของผู้ตายไป โดยมีคนร้ายอีก 2 คนเป็นผู้รับงานสั่งการและประสานงาน ร่วมกันฆ่านายรุทธ์ ถึงแก่ความตาย และนำศพไปเผาที่บ้านร้างแห่งหนึ่งใน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 8 คน ได้แก่ 1.นายจักรพันธ์ หรือเจ สมเสร็จ 2.นายพงศ์สิษฐ์ หรือเป้ มลิพันธุ์ 3.นายอภิสิทธิ์ หรือปอนด์ หนูงามเข็ม 4 นายสิทธิโชค หรือแบล็ค โชครัตนคีรี 5.นายเผ่าทอง หรืออั้ม ทองวิไล 6.นายบุญญพัฒน์ หรือสันติ ชุมนุม ฐานผู้ร่วมกระทำความผิด 7.นายวีรวิชญ์ หรือขวัญ พิทักษ์ทรัพยากร 8.นายภูเมธ หรือ อาร์ท เงินศรีชัย ผู้ต้องหาฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด
จากการสอบสวนขยายผลพบว่า นายสรวีย์ ได้กระทำผิดโดยเป็นผู้ว่าจ้างวานและใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ส่วนน.ส.เบญญาภา ญาติ เป็นผู้ว่าจ้างหาข้อมูลและติดตามตัวผู้ถูกอุ้ม จนผู้ต้องหาคนอื่นสามารถอุ้มผู้ที่ถูกอุ้มได้จนกระทั่งเกิดเหตุเสียชีวิตและนำศพไปเผาทำลาย
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองของศาลอาญาที่1293,1294/2569ลงวันที่ 5 มีนาคม2569 ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ เมื่อวันที 5 มีนาคม 2569 ส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร แจ้งข้อหาดำเนินคดีเหตุเกิดบริเวณบ่อตกกุ้งแห่งหนึ่ง ย่าน ซ.รัชดาภิเษก 18 กทม. , อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และบ้านร้างแห่งหนึ่งใน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2569
การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสอง เป็นความผิดฐาน เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือยอมจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หน่วงเหนื่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้ทันการรับกุม ไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งศพ ส่วนของศพ ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย อั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84,199,209,210,289,309,310,340 ตรี,366/3 โทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป
ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้วแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 7 ปาก รอผลการตรวจประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานในคดีและอื่นๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้มีกำหนด 12 วันนับตั้งแต่วันที่ 7 -18 มีนาคม นี้
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีนี้เป็นความผิดหลายท้องที่มีพยานที่ต้องรวบรวมหลักฐานอีกหลายรายการ ซึ่งมีพยานบุคคลวัตถุ , เอกสารเชิงพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งคดีนี้มีอัตราโทษสูงและประชาชนให้ความสนใจ หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะไปข่มขู่พยานยุ่งเหยิงกับพยานที่เจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมเพื่อพิสูจน์ความผิด และหลบหนี
ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้