โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปลี่ยน “แตงโม” ให้เป็น “แฟชั่น”: กลยุทธ์ Value Creation ของ ณิชชา ชามม์ จากไร่สู่รันเวย์ผลไม้พรีเมียม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 13.00 น.

ถอดบทเรียนการสร้างอาณาจักร แตงโม 13 สายพันธุ์ที่ปฏิเสธสงครามราคา ชูจุดแข็ง “Storytelling” และ “R&D” พลิกวิกฤตการณ์การเงินส่วนบุคคลสู่การบริหารพอร์ตเกษตรพรีเมียม เปลี่ยนตัวเลขติดลบสู่พาร์ทเนอร์ห้างยักษ์ใหญ่ พร้อมปักหมุดอาวุธใหม่ “Siam Harvest” และนวัตกรรมแปรรูปเปลือกแตงโมสู้ตลาดโลก

ในโลกของการเงินและธุรกิจเกษตร“แตงโม” มักถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่มีชะตากรรมผูกติดกับดินฟ้าอากาศและกลไกตลาดที่ผันผวน วันนี้ราคาหน้าไร่อาจจะพุ่งสูง แต่พรุ่งนี้อาจเหลือเพียงหลักหน่วยจนเกษตรกรต้องยอมทิ้งผลผลิตทิ้ง

แต่สำหรับ คุณณิชชา แก้วสุริยา CEO บริษัท ณิชชา ชามม์ จำกัด เธอเลือกที่จะเขียนนิยามใหม่ให้กับผลไม้ชนิดนี้ โดยการนำแนวคิด “Value Creation” มาใช้อย่างสุดโต่ง เธอไม่ได้มองแตงโมเป็นเพียงผลไม้ดับร้อน แต่มองมันเป็น “High-End Fashion” ที่ต้องมีคอลเลกชันใหม่ มีเรื่องเล่าที่น่าตื่นเต้น และมีกลุ่ม “แฟนคลับ” ที่พร้อมจะจ่ายในราคาพรีเมียมเพื่อประสบการณ์การกินที่ไม่ซ้ำใคร

บทเรียนจาก ‘ติดลบ’ สู่กลยุทธ์ ‘กู้ 6 ล้านในวัย 19’

ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น เส้นทางของณิชชาไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้หรือเนื้อแตงโมที่หวานฉ่ำ เธอเติบโตมาในครอบครัวเกษตรกรที่ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจนไม่มีเงินส่งเธอเรียนต่อหลังจบมัธยมปลาย แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเข้าสู่ "โรงเรียนบริหารธุรกิจนอกตำรา" เธอเริ่มจากการเป็นแม่ค้าผักในตลาดค้าส่ง แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารด้วยความเร็วและความหลากหลาย จากพืชผักเพียง 4 ชนิด ขยายเป็น 100 ชนิดภายในเวลาอันสั้น

ในวัยเพียง 19 ปี ณิชชาสร้างความฮือฮาด้วยการกู้เงิน 6 ล้านบาทเพื่อสร้าง “ซูเปอร์มาร์เก็ตผักติดแอร์” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดลห้างค้าส่งชื่อดัง เธอต้องการยกระดับผักสดจากพื้นตลาดสู่ชั้นวางในห้องแอร์ แต่ทว่าโชคชะตาเล่นตลก เมื่อธุรกิจกำลังจะทะยานเธอกลับต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตก สินค้าขาดทุนย่อยยับจนแทบไม่เหลือทุนรอน เธอตัดสินใจหอบความพ่ายแพ้กลับมาที่บ้านบึง ชลบุรี พร้อมกับเงินก้อนสุดท้ายเพื่อเริ่มใหม่ในตลาดแตงโม

ความผิดพลาดครั้งแรกในวงการแตงโม คือการ “เหมาทั้งกอง” กิโลละ 10 บาท โดยไม่มีความรู้เรื่องสายพันธุ์ ผลที่ได้คือแตงโมดิบ เน่า และเสียหายจนขายไม่ทันกำไรเพียงหลักสตางค์ต่อกิโลกรัมไม่สามารถพยุงธุรกิจไว้ได้ เธอถึงขั้นต้องยอมตัดใจขาย “แหวนแต่งงาน” เพื่อเอาทุนมาสร้างล้งแตงโมและถมที่ดิน บทเรียนความล้มเหลวที่แลกมาด้วยน้ำตาในวันนั้น กลายเป็นเสาหลักของแนวคิดการทำธุรกิจในวันนี้ที่ว่า “ถ้าคุณคุมต้นน้ำไม่ได้ และตอบไม่ได้ว่าสินค้าของคุณคือพันธุ์อะไร มาจากไหน คุณก็ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ในตลาดเลย”**

วิศวกรรมสายพันธุ์: เมื่อ ‘ความแปลก’ คือจุดคุ้มทุน

หลังจากใช้เวลาฝึกปลูกและเรียนรู้ระบบแตงโมอยู่นานกว่า 3 ปี (ปี 2545-2548) ณิชชาพบ Pain Point สำคัญของตลาด คือแตงโมมีราคาถูกเกินไป (3-5 บาทในขณะนั้น) เธอจึงเริ่มค้นหาวิธีการเพิ่มมูลค่า จนกระทั่งได้พบกับพันธมิตรคนสำคัญอย่าง “เจียไต๋” บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเมล็ดพันธุ์

ณิชชาไม่ได้เดินเข้าไปหาเจียไต๋ในฐานะเกษตรกรรายย่อย แต่เธอเดินเข้าไปในฐานะ “พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ” เธอเจรจาขอดูเมล็ดพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ยังอยู่ในการวิจัยและยังไม่มีในตลาด เธอเสนอตัวเป็นผู้ทดลองปลูกและทำตลาดให้ โดยนำเมล็ดพันธุ์เพียง 300 เมล็ดมาพัฒนา จนเกิดเป็นแตงโมลูกยาวที่ชื่อว่า “ญาญ่า”

ความสำเร็จของ “ญาญ่า” เกิดขึ้นที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม เธอเปิดตัวด้วยราคาสูงถึงลูกละ 80-100 บาท ในขณะที่ฝนกำลังตกหนักและผลไม้ชนิดอื่นกำลังล้นตลาด แต่แตงโมของเธอกลับกลายเป็นไฮไลต์ที่คนรุมซื้อจนเกลี้ยงภายในไม่กี่ชั่วโมง นี่คือข้อพิสูจน์ทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่า “Scarcity (ความหายาก) สร้างมูลค่าได้มากกว่าราคาตลาดเสมอ” จากนั้นชื่อของ ณิชชา ชามม์ ก็ขยายเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง The Mall และ Makro อย่างเต็มตัว

คอลเลกชัน 13 สายพันธุ์: จากรันเวย์สู่ ‘แตงโม FC’

ปัจจุบัน ณิชชา ชามม์ บริหารจัดการแตงโมถึง 13 สายพันธุ์ โดยมีโมเดลการทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรกว่า 400 ราย บนพื้นที่ครอบคลุมทั่วประเทศ สายพันธุ์ที่ถือเป็นเรือธง (Flagship) ได้แก่:

  • สกาเล็ตซัน (Scarlet Sun): แตงโมไร้เมล็ดสีแดงจัด กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์
    • มูนไลท์ (Moonlight): แตงโมสีเหลืองอำพัน เปลือกบาง หวานน้อย ตอบโจทย์ Trend สุขภาพ
    • ควีนเลดี้ (Queen Lady): แตงโมสีส้มที่รวมความอร่อยของสีแดงและเหลืองไว้ด้วยกัน มีกลิ่นหอมแรงและรสชาติซับซ้อน
    • ธัมบ์สอัพ (Thumbs Up): แตงโมลูกเล็กแดงจัด หวานจัด พัฒนามาจากเบสแตงโมญี่ปุ่นราคาลูกละหลายพันบาท

กลยุทธ์สำคัญที่เธอใช้คือการทำแตงโมให้เหมือน “คอลเลกชันเสื้อผ้าแฟชั่น” เธอจะคัดสายพันธุ์ที่จะปลูกในแต่ละปีให้แตกต่างกันไป ทำให้ลูกค้าที่เป็นแฟนคลับต้องคอยลุ้นว่า “ปีนี้จะมีพันธุ์อะไรให้กิน” การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานลูกค้า แต่ยังช่วยป้องกันภาวะสินค้าล้นตลาด (Over Supply) เพราะเธอจะคุมปริมาณการผลิตให้พอดีกับความต้องการพรีเมียมในมือ

Financial Resilience : พังทลายคอขวดด้วย Partner & Funding

แม้รายได้จะไต่ระดับจากหลักร้อยพุ่งสู่ 30 ล้านบาท และตั้งเป้าที่ 60 ล้านบาทในปีนี้ แต่ณิชชายอมรับว่าธุรกิจเกษตรระดับพรีเมียมมักเจอปัญหา “คอขวดทางการเงิน” กำไรที่ได้มามักจะถูกนำไปลงทุนขยายธุรกิจจนขาดสภาพคล่อง (Liquidity) ประกอบกับระบบการกู้ยืมเงินมีข้อจำกัดมากมายสำหรับ SME

"SME D Bank เข้ามาช่วยเราในจังหวะที่เป็นคอขวดพอดี เขาเห็นปัญหาของระบบทั้งหมดและเห็นศักยภาพของโปรดักซ์เรา จึงเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเติมกระแสเงินสดและขยายพื้นที่การผลิต ทำให้เรามีเกราะป้องกันจากแรงกระแทกของเศรษฐกิจและทุนจากต่างชาติ"

เธอยังวางระบบการจัดการกับเกษตรกร 400 รายอย่างเป็นระบบ โดยเน้นรายเล็ก (3-10 ไร่) เพื่อให้ควบคุมคุณภาพและสารเคมีได้ง่าย โดยให้ราคารับซื้อสายพันธุ์พิเศษสูงกว่าราคาตลาดถึง 1-3 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อสร้างแรงจูงใจในการรักษามาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice)

The Next Chapter : Siam Harvest และอาณาจักร 500 ล้าน

เป้าหมายถัดไปของ ณิชชา ชามม์ ไม่ใช่แค่การขายแตงโมสดอีกต่อไป แต่คือการสร้าง “Siam Harvest” ในพัทยา เพื่อให้เป็นฮับเกษตรกรรมที่รวบรวมพืชผักผลไม้คุณภาพจากทั่วประเทศเพื่อส่งห้างและส่งออก โดยเธอตั้งเป้าที่จะหาพาร์ทเนอร์ที่มีทั้งพลังทุน เครือข่ายสื่อ และระบบการจัดการมาเสริมทัพ

นอกจากนี้ งานด้าน R&D ยังขยายตัวไปสู่การแปรรูปแบบ Zero Waste ที่น่าทึ่งที่สุดคือการนำ “เปลือกแตงโมส่วนสีขาว” มาแปรรูปเป็น “แตงโมหนึบ” (คล้ายมะม่วงกวนแต่มี Texture เฉพาะตัว) รวมถึงแตงโมหยี กิมจิ และวุ้นกรอบ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมหาศาลจากมาเลเซีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้

"ตลาดเกาหลีต้องการน้ำแตงโมแช่แข็งเยอะมาก เพราะเขามีปัญหาเรื่องต้นทุนการนำเข้าจากแหล่งเดิม ถ้าเราขยายพื้นที่ห้องแปรรูปได้ตามมาตรฐานที่เขาต้องการ มูลค่าของ ณิชชา ชามม์ จะพุ่งไปไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาททันที"

อำนาจต่อรองที่สร้างด้วยแบรนด์

เรื่องราวของ ณิชชา แก้วสุริยา คือกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมสำหรับ SME ไทยที่ต้องเผชิญกับโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วและภาวะโลกร้อน (Global Warming) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนเกษตร เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า “อำนาจต่อรอง” ไม่ได้มาจากปริมาณการผลิตที่มหาศาล แต่มาจาก “แบรนด์ที่มีเรื่องเล่า” และ “คุณภาพที่คนอื่นเลียนแบบไม่ได้”

ความแข็งแกร่งของแตงโม 13 สายพันธุ์ไม่ได้อยู่ที่ความหวานเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิสัยทัศน์ที่มองเห็นความงดงามในทุกส่วนของแตงโม ตั้งแต่เนื้อจนถึงเปลือก และเปลี่ยนความล้มเหลวในอดีตให้กลายเป็นแรงผลักดันเพื่อยกระดับแตงโมไทยสู่รันเวย์ระดับโลกอย่างสง่างาม

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...