Affordable Housing บ้านเพื่อคนไทย นโยบายพรรคเพื่อไทย เพื่อให้บ้านไม่ใช่ฝันไกลของคนทำงาน
ทุกข์อย่างหนึ่งของชนชั้นกลางคือ โดยโครงสร้างแล้วถูกรัฐมองว่าเป็นชนชั้นที่ลืมตาอ้าปากเองได้ โดยมากรัฐจึงออกแบบ ‘โครงสร้างรองรับ’ สำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือคนยากจนเป็นหลัก
โดยสถานะของคนชั้นกลาง ในที่นี้หมายถึงผู้มีรายได้ปานกลาง จบปริญญาตรี ทำงานได้เงินเดือน 20,000-30,000 บาท การใช้ชีวิตตามอัตภาพนั้นทำได้ถือว่ามีรายได้พอรักษาคุณภาพชีวิต
แต่หากวันหนึ่งเราฝันอยากมีบ้านสักหลัง คำถามคือต้องมีรายได้เท่าไหร่ จึงจะทำฝันให้เป็นจริงได้
วิกฤติราคาที่อยู่อาศัยก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นใหญ่ บ้านส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีราคาเกิน 3 ล้านบาท ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากราคาบ้านที่เติบโตเร็วกว่ารายได้ ประกอบกับหลายเงื่อนไข อย่างหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง การปล่อยกู้ของธนาคารที่เข้มงวด หรือที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่สูงนักมักอยู่รอบนอกหรือปลายทางของรถไฟฟ้า
วิกฤติที่อยู่อาศัยสุดท้ายจึงมาตกอยู่ที่ผู้มีรายได้ปานกลาง เพราะรัฐส่วนใหญ่มักเข้าไปดูแลหรือสร้างโครงสร้างรองรับสำหรับผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก อย่างโครงการบ้านของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) บ้านเอื้ออาทร ไปจนถึงเคหะชุมชน
แนวคิดที่พรรคเพื่อไทยเสนอ คือการที่รัฐไม่ได้ดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยในมิติของผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น แต่คือการเสนอแนวคิดบ้านที่ราคาเข้าถึงได้ หรือ Affordable Housing ด้วยเชื่อว่าผู้คนทุกกลุ่มต้องเข้าถึงหรือมีที่อยู่อาศัยที่เป็นไปตามความเหมาะสม
นโยบาย ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ของพรรคเพื่อไทย คือการที่รัฐ-องค์กรภายใต้การดูแลของการรถไฟ ใช้ที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยใกล้แนวขนส่งทางราง คือใกล้รถไฟฟ้า และไม่ได้ใช้การขายขาด แต่เป็นการให้สิทธิอยู่อาศัยตามกำหนดโดยสิทธิสามารถเปลี่ยนมือได้
นโยบายบ้านเพื่อคนไทย จึงเป็นนโยบายสำคัญที่ทั้งสอดคล้องกับวิกฤติที่อยู่อาศัยที่คนชั้นกลางไทย กลุ่มคนทำงานอย่าง First Jobber และคนเมือง ที่สำคัญป็นนโยบายที่สอดคล้องกับค่านิยมใหม่ในการอยู่อาศัยคือการอยู่เป็นโสด หรือมีครอบครัวขนาดกะทัดรัด ไม่ต้องการถือครองบ้านเป็นมรดกเหมือนยุคก่อนหน้า
นอกจากการตอบปัญหาที่อยู่อาศัย การลงทุนของรัฐในที่ดินของรัฐตามแนวรถไฟฟ้า จะทำให้รัฐสร้างประโยชน์ได้อีกหลายชั้น ตั้งแต่การลงทุนเป็นเดเวลอปเปอร์ ทำให้ที่ดินของรัฐมีมูลค่า การพัฒนาในระดับเมือง นโยบายบ้านเพื่อคนไทยจึงนำไปสู่การที่รัฐสามารถกำหนดทิศทางการขยายตัวของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อคนมีบ้านที่ดี ก็มีรากฐานชีวิตที่ดี เมื่อนั้น คนไทยวัยทำงานก็จะมีแรงขับเคลื่อนประเทศ
‘บ้านเพื่อคนไทย’ นโยบายที่เข้าใจคนทำงานและทันโลก
นโยบายบ้านเพื่อคนไทยแตกต่างจากการลงทุนที่อยู่อาศัยโดยรัฐเพื่อสาธารณชนที่ผ่านมา ตัวที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นอาคารชุด เป็นคอนโดที่มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกับโครงการคอนโดหรือห้องชุดที่เอกชนพัฒนาขึ้น
ยูนิตส่วนใหญ่มีเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานให้ มีเครื่องปรับอากาศ มีสุขภัณฑ์ไฟฟ้า ภายในโครงการมีขนาดยูนิตที่ค่อนข้างหลากหลายและกว้างขวาง มีส่วนกลาง ทั้งหมดอยู่ในทำเลที่ดี ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งงานและการพัฒนาอื่นๆ ของภาครัฐ
จุดเด่นสำคัญคือผู้สนใจสามารถผ่อนได้ในราคาประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน ไม่ต้องมีเงินดาวน์ ราคาบ้านอยู่ที่ประมาณ 900,000-1,600,000 บาท โดยมีสิทธิครอบครอง (Leasehold) 99 ปี
นโยบายบ้านเพื่อคนไทย จึงเป็นนโยบายที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นไปตามทิศทางการพัฒนาของประเทศพัฒนาแล้ว คือการที่รัฐลงทุนและจัดการสิทธิการอยู่อาศัยด้วยบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินนโยบายอื่นๆ หรือกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองต่อไป
เติมบ้านให้ผู้มีรายได้ปานกลาง ‘กลุ่มคนตรงกลาง’ ที่หายไป
หัวใจสำคัญของโครงการบ้านเพื่อคนไทย คือการที่รัฐบาลเริ่มดำเนินนโยบายบ้านที่เข้าถึงได้ (Afforable Housing) เพื่อสนับสนุนให้คนมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมทั้งคุณภาพและราคาโดยคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการเติมเต็มในพื้นที่ตรงกลางที่หายไป
ทิศทางนโยบายที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านราคาปานกลางเป็นทิศทางเดียวกันกับวิกฤติที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นทั่วโลก ปี 2024 รายงานจากสถาบันศึกษาด้านที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัยฮาร์วาด (Joint Center for Housing Studies Harvard University) ออกรายงาน เกี่ยวกับปัญหาการที่ชนชั้นกลางอเมริกันเริ่มเข้าไม่ถึงบ้านในราคาที่เหมาะสม และการดำเนินนโยบายเพื่อช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้ปานกลางเหล่านั้นเข้าถึงบ้านได้
งานวิจัยเรียกคนชั้นกลางว่าเป็น ‘กลุ่มคนตรงกลางที่หายไป’ (The Missing Middle) คือกลุ่มอาชีพอย่าง ครู พยาบาล พนักงาน กำลังตกที่นั่งลำบากเพราะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูงเกินกว่าจะรับสวัสดิการจากรัฐ แต่รายได้ก็ไม่เพียงพอที่จะซื้อบ้านราคาสูงในตลาด และคนเหล่านี้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัยเกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้
บ้านดี ชีวิตดี และกำหนดทิศทางเมืองได้
เราจะรักเมืองได้ มีชีวิตที่ดี มีความสุขได้ ต้องเริ่มต้นจากการมี ‘บ้านที่ดี’ ก่อน มีคำกล่าวว่า หากคุณต้องการให้เมืองมีคนแบบไหน มีการพัฒนาไปในทางใด ต้องเริ่มจากมีบ้านที่เหมาะสมให้คนเหล่านั้นอยู่อาศัย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่รอบๆ อย่างมีคุณภาพ เมื่อย่านนั้นดี กิจรรมทางเศรษฐกิจก็จะตามมา เมืองก็จะดีไปตามการพัฒนานั้น
นโยบายบ้านเพื่อคนไทยจึงไม่ใช่นโยบายที่ดำเนินไปตามลำพัง หากแต่ดำเนินควบคู่ไปกับนโยบายสำคัญคือรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย คือการพัฒนาบ้านและการเดินทางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชน
ในทางกลับกันรัฐเองก็กำลังลงทุนพัฒนาให้ที่ดินในการดูแลของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่รอบๆ รางเกิดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ในระยะถัดไปอาจไม่ใช่แค่การพัฒนาเพื่อให้มีที่อยู่อาศัย แต่รัฐสามารถกำหนดได้ว่าพื้นที่รอบๆ ที่อยู่อาศัยสามารถพัฒนาไปสู่พื้นที่ทางเศรษฐกิจ หรือพื้นที่พัฒนาที่ก้าวหน้า หรือตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงต่อไป ถือเป็นอีกกลไกที่เข้ามาแก้ปัญหายาวนานอย่างการขาดผังพัฒนาเมือง แก้ปัญหาเมืองเติบโตอย่างไม่มีทิศทางหรือการเติบโตกระจุกตัว
การพัฒนาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาตามแนวราง Transit-Oriented Development หรือ TODs ในหลายประเทศ รัฐจะเป็นผู้สนับสนุนและสร้างพื้นที่กายภาพที่มีความโดดเด่น อย่างบ้านราคาประหยัดหรือบ้านรัฐที่มีความล้ำสมัย ตอบโจทย์ที่หลากหลายซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนารอบๆ เช่นพื้นที่มิกซ์ยูส(mixed-use) พื้นที่ผสมระหว่างห้าง อาคารพาณิชย์ ที่พักอาศัยและบริการของรัฐ
เราอาจได้เห็นการวางพื้นที่บางย่านที่มีการพัฒนาพื้นที่รอบๆ บ้านเพื่อคนไทย ให้กลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่มีทิศทางที่น่าสนใจ เราอาจมีย่านสำหรับคนรุ่นใหม่ มีสวนสาธารณะ สนามกีฬา แหล่งงาน ในโมเดลของต่างประเทศ บ้านรัฐ (State Housing) ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับย่านเสมอ อย่างการทำให้ย่านอุตสาหกรรมเดิมไปสู่พื้นที่คาร์บอนต่ำ บ้างก็พัฒนาเพื่อกลุ่มกิจการและคนทำงานด้านศิลปะโดยเฉพาะ และในระยะยาวเราอาจได้เห็นโครงการบ้านเพื่อคนไทยที่ล้ำสมัยและออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
นโยบายบ้านเพื่อคนไทยนอกจากจะร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาแล้ว ยังมีมิติด้านความรู้สึกด้วย กล่าวคือ เป็นนโยบายที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากครองครองบ้านเดี่ยว แต่การเช่าก็อาจทำให้ความผูกพันหรือการลงหลักปักฐานและความรู้สึกมั่นคงลดลง
ดังนั้นนโยบายให้สิทธิครอบครองระยะยาวจึงให้ความรู้สึกมั่นคงเพียงพอ ในขณะเดียวกันก็ปลดภาระความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิออกไป ท้ายที่สุด ที่ดินและการพัฒนาที่เกิดขึ้นก็ยังกลับมายังประโยชน์แก่รัฐอย่างครบถ้วน
อ้างอิงข้อมูลจาก
บ้านเพื่อคนไทย | พรรคเพื่อไทย - เลือกตั้ง 2569
https://www.jchs.harvard.edu/…/harvard_jchs_middle…
https://www.thaipbs.or.th/news/content/350618