“ออสเตรเลีย” ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรอง 762 ล้านลิตร รับมือวิกฤตพลังงาน
"ออสเตรเลีย" ประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรอง 762 ล้านลิตร เพื่อบรรเทาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในพื้นที่ชนบท หลังความต้องการพุ่งจากวิกฤตตะวันออกกลาง
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 10.44 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า รัฐบาลออสเตรเลียประกาศระบายน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังสำรองรวม 762 ล้านลิตร ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันเบนซินและดีเซล เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอุปทานที่ตึงตัว
มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรฐานคุณภาพเชื้อเพลิงชั่วคราว เพื่ออนุญาตให้นำน้ำมันเบนซินที่มีปริมาณกำมะถันสูงกว่ามาตรฐานมาผสมกับเชื้อเพลิงในประเทศได้ โดยน้ำมันประเภทนี้ตามปกติจะถูกส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ
แม้ออสเตรเลียจะเผชิญความกังวลด้านอุปทานน้ำมันเช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก แต่ คริส โบเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศยังมีเชื้อเพลิงเพียงพอต่อการใช้งาน อย่างไรก็ตามความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนในหลายพื้นที่ของออสเตรเลีย โดยเฉพาะในภูมิภาคชนบท
โบเวนระบุว่า แม้เรือบรรทุกน้ำมันยังคงเดินทางมาถึงท่าเรือของออสเตรเลียตามกำหนด แต่หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อการนำเข้าเชื้อเพลิงมากขึ้น
ในพื้นที่ชนบทของออสเตรเลีย ประชาชนจำนวนมากพึ่งพาผู้จำหน่ายน้ำมันรายย่อยที่ต้องซื้อน้ำมันดีเซลจากตลาดสปอต ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่พุ่งสูง
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานีบริการน้ำมันแห่งเดียวในเมือง แบตโลว์ (Batlow) ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกของกรุงแคนเบอร์รา ได้ประกาศว่าน้ำมันหมด โดยสมาชิกสภาท้องถิ่น โจ แมคเกอร์ร์ เปิดเผยว่า เจ้าของสถานีเลือกปิดกิจการชั่วคราวแทนที่จะขายน้ำมันให้ประชาชนในราคาที่สูงเกินไป
ชุมชนในพื้นที่จึงคาดหวังว่ามาตรการของรัฐบาลจะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงได้ในเร็ววัน
ก่อนหน้านี้ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ประกาศแผนระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการระบายคลังสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยการระบายน้ำมันเบนซินและดีเซลของออสเตรเลียในครั้งนี้จะคิดเป็นประมาณ 5 ล้านบาร์เรล ของปริมาณทั้งหมดตามแผนดังกล่าว
อ้างอิง : edition.cnn.com