โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภัยสงครามป่วนตลาดข้าว ออเดอร์ข้าวไทยไปตะวันออกกลางชะงัก

Thairath Money

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 00.00 น.
ภาพไฮไลต์

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยท่ามกลางการสู้รบในตะวันออกกลางว่า การส่งออกข้าวไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และที่สำคัญมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงล่าสุดมีเรือสินค้าไทยถูกอิหร่านยิง โดยมีผลกระทบ 2 ด้านคือ ด้านปริมาณการส่งออกข้าวที่ชะงักงัน และต้นทุนค่าขนส่งทางทะเลที่เพิ่มขึ้น โดยตะวันออกกลางถือเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มียอดส่งออกสูงถึง 1.5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท

“ตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคืออิรัก ซึ่งเป็นตลาดอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคนี้ โดยมียอดนำเข้าข้าวขาว 5% จากไทยสูงถึง 1.1 ล้านตันต่อปี โดยก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบ เดือนม.ค.69 ไทยส่งออกไปแล้วกว่า 30,000 ตัน ส่วนล็อตใหม่นี้ผู้ส่งออกไทยอยู่ระหว่างการขนส่งอีก 70,000-80,000 ตัน โดยเรือบรรทุกสินค้าจอดรออยู่แล้ว 2 ลำ แต่เมื่อการสู้รบปะทุขึ้น ได้สั่งระงับการส่งออกทั้งหมดโดยทันที เนื่องจากความเสี่ยงที่เรือบรรทุกสินค้าอาจถูกโจมตี ซึ่งทำให้มูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ไม่คุ้มค่าต่อการดำเนินการส่งออกต่อไป นอกจากอิรักแล้ว ออเดอร์ใหม่จากประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งซาอุดีอาระเบียและโอมาน ที่มียอดสั่งซื้อข้าวขาว และข้าวนึ่งหลักแสนตันก็ชะลอออกไปเช่นกัน”

ภูมิภาคตะวันออกกลางมียอดนำเข้าข้าวจากทั่วโลกรวม 4-5 ล้านตันต่อปี ซึ่งไทยครองส่วนแบ่งตลาดถึง 1.5 ล้านตันจากปริมาณดังกล่าว ขณะที่อิหร่านซึ่งเคยเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับข้าวไทยในอดีต แต่ปัจจุบันไม่สามารถค้าขายได้ตามปกติ เนื่องจากถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ ส่งผลให้ระบบธนาคารและการเงิน รวมถึงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่สามารถดำเนินการชำระได้

“ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด โดยมองว่าในช่วง 1 เดือนข้างหน้ายังไม่มีแนวโน้มที่สถานการณ์จะดีขึ้น ลูกค้าในภูมิภาคนี้จะยังคงชะลอการสั่งซื้อต่อไปจนกว่าการสู้รบจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากเส้นทางการขนส่งข้าวไปยังตะวันออกกลางทั้งหมด ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตัวเลขการส่งออกของไทยสูญเสียไปอย่างมีนัยสำคัญ”

นอกจากนี้ ผลกระทบจากการสู้รบยังขยายวงไปถึงต้นทุนการส่งออกโดยรวม โดยค่าระวางเรือทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่อยู่ในระดับ 50-60 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน เพิ่มขึ้นเป็น 80-90 เหรียญฯต่อตัน หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 30% เนื่องจากราคาน้ำมันแพงขึ้น ยังไม่นับรวมค่าประกันภัยทางทะเลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความเสี่ยง และต้นทุนถุงบรรจุข้าวที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ภาวะดังกล่าวส่งผลให้เป้าหมายการส่งออกข้าวของไทยที่ตั้งไว้ที่ 7 ล้านตันในปีนี้มีความเป็นไปได้ยากมากกว่าเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าจากกรณีที่ทางการสหรัฐ เตรียมเปิดไต่สวน 16 ประเทศคู่ค้า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ยุโรปบางประเทศ รวมถึงไทย ที่ปฏิบัติทางการค้าไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 กฎหมายการค้าปี 1974 ครอบคลุมประเด็นการผลิตสินค้าเกินความต้องการ การใช้แรงงานภาคบังคับ การเลือกปฏิบัติกับบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เป็นต้น จนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ เพื่อเก็บภาษีนำเข้าสินค้าแทนภาษีตอบโต้ ที่ถูกศาลสูงสุดสั่งให้ยกเลิกนั้น

ล่าสุดนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งตั้งคณะทำงานพิเศษของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์และหาแนวทางชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมมีอธิบดีทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์อยู่ร่วมคณะทำงาน โดยจะประชุมและวิเคราะห์ผลกระทบเป็นรายสินค้า รวมถึงแนวทางการแก้ต่างกับสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้สินค้าไทยถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากเดิม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภัยสงครามป่วนตลาดข้าว ออเดอร์ข้าวไทยไปตะวันออกกลางชะงัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...