โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิรักระงับการดำเนินงานท่าเทียบเรือน้ำมัน หลังเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ

Xinhua

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

แบกแดด, 12 มี.ค. (ซินหัว) — วันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) ฟาร์ฮาน อัล-ฟาร์ตูซี ผู้อำนวยการทั่วไปของบริษัทการท่าอิรัก ยืนยันกับสำนักข่าวทางการท้องถิ่นว่ามีการระงับการดำเนินงานของท่าเทียบเรือบรรทุกน้ำมันภายในประเทศ หลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำของอิรัก จำนวน 2 ลำ แต่กิจกรรมการท่าเชิงพาณิชย์อื่นๆ ยังคงดำเนินงานต่อไป

อัล-ฟาร์ตูซี ระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันทั้งสองลำเสียหายจากแรงระเบิด แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นการโจมตีโดยตรงหรือเป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องทางน้ำ โดยปัจจุบันทีมกู้ภัยเข้าดับเปลวไฟบนเรือทั้งสองลำ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิรักราว 30 ไมล์ (ราว 48 กิโลเมตร)

ขณะเดียวกันองค์กรการตลาดน้ำมันแห่งรัฐของอิรักยืนยันว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ และเป็นเรือเช่าเหมาลำโดยบริษัทอิรักที่ทำสัญญากับองค์กรฯ ส่วนเรืออีกลำติดธงมอลตา และบรรทุกน้ำมันจากบริษัทบัสราห์ ก๊าซ คอมพานี ของอิรัก

พลโท ซาอัด มาน หัวหน้าหน่วยสื่อสารความมั่นคงของกองบัญชาการปฏิบัติการร่วมอิรัก ระบุว่าทีมกู้ภัยได้อพยพลูกเรือ 38 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย

อนึ่ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านร่วมกันเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาคตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนว่ายน้ำในแม่น้ำไทกริสในกรุงแบกแดดของอิรัก ช่วงพระอาทิตย์ตกดิน วันที่ 11 ก.ค. 2025)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...