โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เอกนิติ” ขอมั่นใจน้ำมันเพียงพอ พร้อมเร่งหาช่องทางนำเข้าแหล่งใหม่เพิ่ม

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 13.47 น.

“เอกนิติ” ขอมั่นใจน้ำมันเพียงพอ พร้อมเร่งหาช่องทางนำเข้าแหล่งใหม่เพิ่ม เล็งชง ครม. ทำสัญญามาเลเซีย จัดหาแหล่งทรัพยากร LNG อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผย เร่งเจรจา-ทำสัญญาเพิ่มเติมแหล่งน้ำมันที่ซื้ออยู่แล้ว”พิพัฒน์” วอนปชช.อย่าตื่นตระหนก มีน้ำมันสำรองถึง 90 วัน “ศุภจี” กำชับ พณ.จังหวัดเข้มฉวยโอกาสขึ้นราคา-กักตุนสินค้า

วันที่ 4 มี.ค. 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์และการเตรียมรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แถลงว่า ช่องทางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ช่องทางหลักมาจากน้ำมันเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นเลือดใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก กว่า 20% มาจากแหล่งนั้น ซึ่งถือเป็นช่องทางที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และราคาปรับขึ้นประมาณ 5% ซึ่งวันนี้สถานการณ์พัฒนาไปเร็วมากส่งผลกระทบต่อราคา ส่วนผลกระทบเรื่องปริมาณน้ำมันสำรอง วันนี้เรายังสามารถอยู่ได้ 60 วัน สบายๆ แต่ไม่ใช่แค่นั้น ยังสามารถนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น โดยได้สั่งการเจรจาให้นำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จะมีน้ำมันเพียงพอแน่นอน ขอให้สบายใจได้ ขณะที่ราคาน้ำมันจะผันผวนตามสถานการณ์ แต่เป็นไปตามกลไกราคา โดยมีกองทุนน้ำมันในการรักษาเสถียรภาพ เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน

นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนก๊าซธรรมชาติ หรือ LNG นั้น การผลิตส่วนใหญ่มาจากในประเทศ แต่ที่ประชุมไม่ได้วางใจ มีเล็กน้อยที่ LNG มาจากตะวันออกกลาง และมีเรือติดอยู่ 2 ลำ ยังไม่สามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ แหล่งก๊าซธรรมชาติ LNG ส่วนใหญ่มาจากอ่าวไทยและมีท่อมาจากเมียนมา ซึ่ง รมว.พลังงานเร่งให้ผลิตมากขึ้น ส่วนแหล่งผลิตอื่นๆ จะเร่งนำเข้าครม. ซึ่งเราทำสัญญากับมาเลเซีย ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรใหม่ ที่จะเข้ามาไม่เพิ่มผลกระทบภายในประเทศ และจะมีการนำเข้าพลังงานทดแทนที่ผลิตจากน้ำจากสปป.ลาว ซึ่งก๊าซธรรมชาติไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร

นายเอกนิติ กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเป็นห่วงเรื่องราคาสินค้า โดยจะใช้กลไกการค้าภายในป้องกันการฉวยโอกาสในการขึ้นราคา ซึ่งวันนี้ทางรัฐบาลพยายามใช้กลไกต่างๆ ในการไม่ให้ส่งผลกระทบมาสู่ประเทศไทย แต่หากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา กระทรวงพาณิชย์ จะช่วยใช้กฎหมายจัดการผู้ที่กักตุนสินค้าและฉวยโอกาส

นอกจากนี้ ได้รับฟังความเห็นจากภาคเอกชน ซึ่งจากที่มีการติดตามสถานการณ์ภาคเอกชน มีความกังวลถึงปริมาณน้ำมันเพียงพอหรือไม่ ได้ข้อสรุปเดียวกันว่าน้ำมันพอแน่นอน อยู่ได้ 60 วัน และไม่ใช่แค่นั้นจะหาจากแหล่งอื่น รวมไปถึงด้านขนส่งทางเรือที่มีค่าความเสี่ยงสงครามของเรือสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะรับไปพูดคุยกับภาคเอกชนในการดูแล เพื่อให้มีเรือในการขนส่งสินค้าให้เพียงพอในการที่จะมารองรับสินค้าให้การค้าระหว่างประเทศไม่ได้รับผลกระทบ

นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในด้านของตลาดทุน ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และรองเลขาธิการ ก.ล.ต.รายงานว่า วันนี้อาจจะมีความตกใจ แต่กลไกเซอร์กิตเบรกเกอร์ ทะลุเกิน 8% คน ก็เข้าใจสถานการณ์ ซึ่งยังมีการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ เป็นการสะท้อนความเชื่อมั่น ย้ำว่าเสถียรภาพยังมั่นคง แม้ว่าค่าเงินบาทอ่อนลงตามสถานการณ์ ซึ่งได้เห็นพ้องต้องกันว่าในช่วงนี้ ภาคเอกชนมองว่าค่าเงินอ่อนเป็นสิ่งที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกัน สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการเตรียมสภาพคล่องให้กับภาคเอกชนไว้แล้ว

รองนายกฯและรมว.คลัง กล่าวอีกว่า นายกฯได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ประสานกระทรวงต่างๆ และจะแถลงให้ประชาชนรับทราบข้อมูลทุกวันเวลา 18.00 น. จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ความสงบ เพื่อความไม่ตื่นตระหนก และเป็นการรับทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไป ทางกระทรวงพลังงานจะพูดคุยกระทรวงการคลังเพื่อวางระบบดูแลรักษาเสถียรภาพ เพื่อให้มีกลไกที่สามารถทำงานได้ทันทีเมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไป

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีน้ำมันสำรองในประเทศอย่างน้อยทั้งสิ้น 60 วัน แบ่งเป็นสำรองตามกฎหมาย 25 วัน เวิร์กกิงสต็อก 13 วัน และมีน้ำมัน กรรมสิทธิ์ของประเทศไทยที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีก 22 วัน ส่วนที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ทยอยเข้ามาเติมทุกวัน เช่น
นายสราวุธ กล่าวว่า น้ำมันที่นำส่งเข้ามาในประเทศไทยครึ่งหนึ่งมาจากตะวันออกกลาง แต่อีกครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้มาจากตะวันออกกลางเราก็พยายามจะขยายสัญญาตรงนี้ให้เป็นการรับซื้อเพิ่มเติมจากผู้ค้าเดิมที่มีอยู่ ทั้งแอฟริกาตะวันตกและในภูมิภาคนี้ด้วย

เมื่อถามว่า การหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม ประเทศไทยจะสามารถที่จะไปแย่งชิงกับประเทศอื่นได้หรือไม่ และในการเจรจาเราดำเนินการไปถึงไหนแล้ว นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ในเรื่องการหาแหล่งน้ำมันใหม่ เราจะเจรจาเพื่อเพิ่มปริมาณการซื้อจากแหล่งที่เราซื้ออยู่แล้วที่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน แหล่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่อยู่ในภูมิภาคนี้ เอเชีย หรือประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้กับเราคงจะมีการพิจารณาทำสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดเพื่อต้องการปริมาณน้ำมันตลอดช่วงเวลาข้างหน้า มีเพียงพอที่จะใช้งานในประเทศ โดยที่ปริมาณสำรองยังใช้ได้ 60 วันเหมือนเดิมไปเรื่อย ๆ พอมีน้ำมันเข้าทุกวัน

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม แถลงว่า ได้มีการพูดคุยในที่ประชุมหลายมิติและสามารถบอกได้หนึ่งประโยคคือ ในเรื่องของคำว่าพลังงาน ขอให้พี่น้องคนไทยอย่าได้ตระหนก เรามีการเตรียมความพร้อมที่จะหาพลังงานในส่วนต่างๆ เข้ามาเพื่อทำการชดเชย ในเบื้องต้นพลังงานที่มีการประกาศไปคือ เราสามารถรองรับได้ 60 วัน หมายความว่าไม่มีพลังงานหรือน้ำมันดิบเข้าสู่ประเทศไทยจะสามารถยืนได้ 60 วัน แต่ในขณะที่เรามีการใช้พร่องไปในวันต่อวัน แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะมีการปิดตัวลง แต่กระทรวงพลังงานยังมีความสามารถที่จะหาน้ำมันจากแหล่งอื่นๆ ประมาณ 50% ซึ่งมีการซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นอยู่แล้ว ไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลาง 100% ฉะนั้น ถึงแม้ว่า 60 วันจะหมดไป แต่ยังมีน้ำมันสำรองอีก 50% แม้จะไม่มีพลังงานตะวันออกกลางมาแต่เรายังต้านได้อีก 30 วัน รวมเป็น 90 วัน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ รมว.พลังงาน พยายามประสานในหลายตลาด ในการหาน้ำมันดิบหรือแก๊ส LNG และอื่นๆ เข้ามาเพื่อรันเข้าสู่โรงไฟฟ้า เพื่อปั่นกระแสไฟฟ้าออกมาให้ได้ แต่คำว่ากระแสไฟฟ้าตรงนี้เรามีพลังงานจากแสงอาทิตย์โซลาร์ฟาร์ม มีพลังงานลม มีการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศลาวโดยพลังงานน้ำ และยังมีเขื่อนอีกหลายแห่งในประเทศไทยที่ทำการปั่นกระแสไฟฟ้าได้ และที่สำคัญเรามีน้ำมันดิบที่เป็นของเราเอง ซึ่งเป็นน้ำมันดิบจากน้ำมันปาล์ม สามารถนำมาปั่นกระแสไฟฟ้า ซึ่งเคยใช้ในขณะที่เกิดปัญหา ยูเครน-รัสเซีย ขณะนี้เครื่องตัวนี้ยังอยู่ที่บางปะกง นอกจากนี้ ยังมีกองทุนที่เข้ามาช่วยเหลือเรื่องราคาน้ำมัน ที่จะประกันว่าการตรึงราคาพลังงาน 15 วัน ที่นายกฯประกาศจะคงรักษาไว้ ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวลว่าใน 15 วันนี้เรามีกองทุนน้ำมันเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว เราเคยมีกองทุนที่ติดลบระดับแสนล้าน แต่ขณะนี้มีผลบวกอยู่ประมาณ 2,500 ล้าน ฉะนั้นการที่จะคงน้ำมันไว้ ตนเชื่อว่าเรายังตรึงได้อีกนานพอสมควร

ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องแรกที่ต้องเข้มงวดที่ติดตามอย่างใกล้ชิดคือ เรื่องราคาสินค้าและการกักตุนสินค้า ตอนนี้ให้ทางกรมการค้าภายในเข้าไปติดตามอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการกักตุนสินค้าที่ไม่มีเหตุสมควร และร่วมกับพาณิชย์จังหวัด เข้าไปตรวจสอบทั่วทุกพื้นที่ โดยใช้พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าและบริการเข้าไปควบคุม ซึ่งถ้ามีเหตุการณ์ที่ประชาชนหรือผู้ใดเห็นสิ่งผิดสังเกตสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 จะรีบส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล
รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องเกี่ยวกับการขนส่ง ตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมมือประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น การขนส่งทางเรือ ทางอากาศ เพื่อหาแนวทางเฝ้าระวังและดูแลต้นทุนค่าขนส่ง ซึ่งจะมีการประชุมนัดแรกวันศุกร์ที่ 6 มี.ค. ที่กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า เราจะต้องดูในเรื่องของการขนส่ง ที่ควบคุมได้อย่างไม่ติดขัด ถ้ามีข้อร้องเรียนหรือข้อสังเกตที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและส่งออกก็สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1569 เช่นกัน

รมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของต้นทุนสินค้า อย่างเช่น เรื่องปุ๋ยที่มีการนำเข้าจากหลายประเทศพอสมควร ซึ่งต้องเร่งเจรจากับตลาดอื่นเพื่อให้มีปุ๋ยเข้ามาในราคาที่เหมาะสมและช่วยเกษตรกรได้ และเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน รวมถึงเรื่องการสนับสนุนการใช้ปาล์มเข้ามาทดแทนด้านพลังงานต่างๆ เป็นต้น

จากนั้น ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมและการแถลง นายพิพัฒน์ นายเอกนิติ นางศุภจี และทีมเศรษฐกิจ ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า รายงานผลการประชุมนายกฯ ก่อนนายกฯเดินทางกลับเวลา 19.54 น.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...