โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ADVANC ปันผลปกติ-พิเศษ 27.41 บาท ปี 68 กำไร 4.8 หมื่นล้าน โต 36 %

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 00.51 น.

ADVANC จ่ายปันผลปกติ 15.30 บาท และปันผลพิเศษจากกำไรสะสม 19.00 บาท รวมทั้งปี 34.30 บาทต่อหุ้น จ่ายระหว่างกาลแล้ว 6.89 บาท คงเหลือจ่ายงวดล่าสุด 27.41 บาท ขึ้น XD วันที่ 27 ก.พ.นี้

5 ก.พ. 2569 - บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ปี 2568 มีกำไร 47,885.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไร 35,075.36 ล้านบาท

คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดสรรกำไรสุทธิปี 2568 เป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 15.30 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ให้เสนอพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 19.00 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 34.30 บาทต่อหุ้น

โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2568 ในอัตรา 6.89 บาท คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับงวดนี้ในอัตรา 27.41 บาท โดยจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นรายชื่อปรากฎ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 (Record Date) โดยวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันแรกคือวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30เมษายน 2569

ปี 2568 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจลูกค้าองค์กร (ไม่รวมโทรศัพท์เคลื่อนที่) อยู่ที่ 7,828 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้งานดิจิทัลในองค์กรธุรกิจที่เพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ทั้งนี้ เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าองค์กรด้วยโซลูชันแบบครบวงจร (end-to-end) ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ ได้แก่ บริการ 5G สำหรับองค์กรธุรกิจ และ โครงข่ายการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าองค์กร (EDS) ไปจนถึงบริการ คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และ โซลูชันดิจิทัล ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าองค์กร

ในปี 2568 เอไอเอสมีกำไร EBITDA อยู่ที่ 123,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่าประมาณการที่บริษัทได้ให้ไว้ สะท้อนถึงการเติบโตของรายได้ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 54.5% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 53.1% ในปี 2567

เป้าปี 2569 คาดรายได้โต 3-5%

ในปี 2569 คาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักจะเติบโตประมาณ ร้อยละ 3-5 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศไทย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ความตึงเครียดทางการค้า และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างมีวินัย สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ลูกค้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มการใช้งานข้อมูลในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคและลูกค้าองค์กร ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการสนับสนุนการเติบโตของรายได้ จากความต้องการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลที่เพิ่มขึ้น การปรับตัวดีขึ้นของ ARPU และการนำเสนอบริการดิจิทัลที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า

บริษัทคาดว่า กำไร EBITDA จะเติบโตประมาณร้อยละ 2–4 สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว

ในปี 2569 การเติบโตของกำไร EBITDA จะได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของรายได้และกำไรจากการขายอุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เอไอเอสยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงข่ายและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการลงทุนในคอนเทนต์คุณภาพสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัล เพิ่มศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า ซึ่งอาจจำกัดการขยายตัวของอัตรากำไร EBITDA ในระยะสั้น

นอกจากนี้ การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) และโครงการอื่น ๆ คาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านแพลตฟอร์มและกระจายแหล่งที่มาของรายได้ในอนาคต นอกเหนือจากธุรกิจโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวอาจส่งผลกดดันต่อ EBITDA ในระยะแรก โดยเอไอเอสคาดว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจะสามารถเริ่มสร้างผลกำไรได้ตั้งแต่ ปีที่ 4 เป็นต้นไป

สำหรับงบลงทุนปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการลงทุนในช่วง 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อรักษาสถานะผู้นำด้านโครงข่าย รองรับความต้องการด้านการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น และสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะกลาง โดยงบลงทุนดังกล่าวสะท้อนการลงทุนรอบใหม่ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้น และเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านคุณภาพโครงข่ายในระยะยาว

การเพิ่มขึ้นของงบลงทุนเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถและความครอบคลุมของโครงข่าย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งาน 5G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การยกระดับและปรับปรุงโครงข่ายคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเอไอเอสกับลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตของ ARPU ในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...