ADVANC ปันผลปกติ-พิเศษ 27.41 บาท ปี 68 กำไร 4.8 หมื่นล้าน โต 36 %
ADVANC จ่ายปันผลปกติ 15.30 บาท และปันผลพิเศษจากกำไรสะสม 19.00 บาท รวมทั้งปี 34.30 บาทต่อหุ้น จ่ายระหว่างกาลแล้ว 6.89 บาท คงเหลือจ่ายงวดล่าสุด 27.41 บาท ขึ้น XD วันที่ 27 ก.พ.นี้
5 ก.พ. 2569 - บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ปี 2568 มีกำไร 47,885.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไร 35,075.36 ล้านบาท
คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดสรรกำไรสุทธิปี 2568 เป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 15.30 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ให้เสนอพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 19.00 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 34.30 บาทต่อหุ้น
โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2568 ในอัตรา 6.89 บาท คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับงวดนี้ในอัตรา 27.41 บาท โดยจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นรายชื่อปรากฎ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 (Record Date) โดยวันขึ้นเครื่องหมาย XD วันแรกคือวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30เมษายน 2569
ปี 2568 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจลูกค้าองค์กร (ไม่รวมโทรศัพท์เคลื่อนที่) อยู่ที่ 7,828 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้งานดิจิทัลในองค์กรธุรกิจที่เพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ทั้งนี้ เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าองค์กรด้วยโซลูชันแบบครบวงจร (end-to-end) ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ ได้แก่ บริการ 5G สำหรับองค์กรธุรกิจ และ โครงข่ายการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าองค์กร (EDS) ไปจนถึงบริการ คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และ โซลูชันดิจิทัล ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าองค์กร
ในปี 2568 เอไอเอสมีกำไร EBITDA อยู่ที่ 123,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่าประมาณการที่บริษัทได้ให้ไว้ สะท้อนถึงการเติบโตของรายได้ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 54.5% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 53.1% ในปี 2567
เป้าปี 2569 คาดรายได้โต 3-5%
ในปี 2569 คาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักจะเติบโตประมาณ ร้อยละ 3-5 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศไทย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ความตึงเครียดทางการค้า และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างมีวินัย สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ลูกค้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มการใช้งานข้อมูลในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคและลูกค้าองค์กร ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการสนับสนุนการเติบโตของรายได้ จากความต้องการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลที่เพิ่มขึ้น การปรับตัวดีขึ้นของ ARPU และการนำเสนอบริการดิจิทัลที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า
บริษัทคาดว่า กำไร EBITDA จะเติบโตประมาณร้อยละ 2–4 สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว
ในปี 2569 การเติบโตของกำไร EBITDA จะได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของรายได้และกำไรจากการขายอุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เอไอเอสยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงข่ายและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการลงทุนในคอนเทนต์คุณภาพสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัล เพิ่มศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า ซึ่งอาจจำกัดการขยายตัวของอัตรากำไร EBITDA ในระยะสั้น
นอกจากนี้ การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) และโครงการอื่น ๆ คาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านแพลตฟอร์มและกระจายแหล่งที่มาของรายได้ในอนาคต นอกเหนือจากธุรกิจโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวอาจส่งผลกดดันต่อ EBITDA ในระยะแรก โดยเอไอเอสคาดว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจะสามารถเริ่มสร้างผลกำไรได้ตั้งแต่ ปีที่ 4 เป็นต้นไป
สำหรับงบลงทุนปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการลงทุนในช่วง 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อรักษาสถานะผู้นำด้านโครงข่าย รองรับความต้องการด้านการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น และสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะกลาง โดยงบลงทุนดังกล่าวสะท้อนการลงทุนรอบใหม่ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้น และเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านคุณภาพโครงข่ายในระยะยาว
การเพิ่มขึ้นของงบลงทุนเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถและความครอบคลุมของโครงข่าย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งาน 5G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ การยกระดับและปรับปรุงโครงข่ายคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเอไอเอสกับลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตของ ARPU ในระยะยาว