โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธ.ก.ส. ชงครม. เคาะเกณฑ์แฮร์คัตแก้หนี้กลุ่มผู้สูงอายุ และมีสถานะเป็นหนี้เรื้อรัง รวมประมาณ 5 พันล้านบาท

BTimes

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 18.35 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.35 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงความคืบหน้าของการปรับโครงสร้างหนี้ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานข้อมูลกับกระทรวงการคลัง โดยเบื้องต้นน่าจะดำเนินการกับกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป และมีสถานะเป็นหนี้เรื้อรังก่อน อย่างไรก็ดี ในการดำเนินการทั้งหมด จะต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง ดังนั้น จะต้องมีการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอน กระบวนการ วิธีการอย่างชัดเจนออกมาก่อน

โดยปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีลูกค้าที่อายุ 70 ปีขึ้นไป และทุกบัญชีของผู้กู้แต่ละรายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ประมาณหลักหมื่นบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ราว 4,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะต้องรอให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนดให้ชัดเจน โดยเฉพาะนิยามของคำว่า "หนี้เรื้อรัง" ว่าผู้ที่เข้าข่ายแฮร์คัตตามแนวทางนี้จะมีเกณฑ์เป็นอย่างไร เช่น ลูกหนี้อายุ 80 ปี แต่ยังปิดหนี้ไม่ได้ ยังมีภาระหนี้อยู่ ลักษณะนี้ถือว่าเข้าข่ายนิยามของคำว่าหนี้เรื้อรังชัดเจน แต่ท้ายที่สุดคงต้องรอความชัดเจนจากสศค. ก่อนจะสรุป และเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

ซึ่งเรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน เพราะลูกหนี้ของธ.ก.ส. บางรายมีหลายบัญชี บางบัญชีมีหลักประกัน บางบัญชีเป็นการค้ำประกันแบบกลุ่ม บางบัญชีค้ำประกันแบบบุคคล บางรายมี 10 บัญชี ก็ต้องไปดูอีกว่ามีบัญชีหนี้ดีกี่บัญชี และหนี้เสียกี่บัญชี ตอนนี้นโยบายยังไม่ได้สรุปออกมาชัดเจนว่าจะแฮร์คัตให้ลูกหนี้กลุ่มอายุเท่าไร แต่ธ.ก.ส. ได้เตรียมข้อมูลลูกหนี้กลุ่มอายุ 70 ปี ที่มีสถานะเป็นหนี้เรื้อรังเอาไว้ แต่การแฮร์คัต หรือการตัดหนี้สูญนี้ หลักการของมูลค่าหลักประกัน คือรัฐจะต้องเสียหายน้อยที่สุด ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ก็ต้องมาดูว่าหากเป็นหนี้ที่มีหลักประกันธนาคารจะดำเนินการอย่างไร หากเกิดความเสียหายต่อธนาคาร คลังในฐานะเจ้าสังกัดจะพิจารณาอย่างไร

ส่วนภาพรวมการดำเนินงานของธ.ก.ส. ปัจจุบัน มียอดสินเชื่อคงค้าง 1.67 ล้านล้านบาท โดยในปีบัญชี 2568 (เม.ย. 68-มี.ค. 69) ธนาคารมีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 30,000-50,000 ล้านบาท ขณะที่ NPL ปัจจุบันอยู่ที่ 5.31% โดยแนวโน้มในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หนี้เสียปรับตัวเพิ่มขึ้นต่ำกว่าแผน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยังดำเนินการอยู่ และการพัฒนาระบบติดตามหนี้ รวมถึงลูกค้าเริ่มมีการปรับพฤติกรรมการชำระหนี้ เมื่อมีกระแสรายได้เข้ามาก็จ่ายหนี้ทันทีโดยไม่รอจนกระทั่งครบกำหนดชำระ ในส่วนของบัญชีทั้งปี 68 ประเมินว่า NPL ของธนาคารจะอยู่ที่ราว 5.5% บวกลบ ซึ่งยืนยันว่า งบดุลของธนาคารสามารถรองรับได้

ในส่วนของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนั้น ที่ผ่านมาธ.ก.ส. ได้มีการปรับลดไปค่อนข้างมากแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อมาพิจารณาในรายละเอียดภายใต้สัญญากู้เงินของเกษตรกรแต่ละสัญญา ซึ่งมีวงเงินกู้ต่ำกว่า 300,000 บาท เมื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ลดลงออกมาก็แทบจะมีผลในหลักบาทเท่านั้น และลูกค้าส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ก็ได้เข้าสู่มาตรการพักหนี้ไปเกือบทั้งหมดด้วย ดังนั้น มองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่จะมีผลต่อลูกค้าอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อกรณีที่มีการปรับลดลงมากจริง ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...