โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เลี่ยงได้เลี่ยง ! วิจัยเผย “ความร้อนทำให้คนแก่พอ ๆ กับการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์”

BT Beartai

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.44 น.
เลี่ยงได้เลี่ยง ! วิจัยเผย “ความร้อนทำให้คนแก่พอ ๆ กับการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์”

ความร้อนจากแสงแดงที่เราต้องประสบพบเจอในการดำเนินชีวิตประจำวัน หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วถึงผลกระทบของมัน ที่สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพและนำมาซึ่งโรคทางผิวหนังหรือโรคที่เกี่ยวกับความร้อนได้ แต่ที่หลายคนอาจจะต้องตกใจตาม ๆ กัน คือตอนนี้มีวิจัยที่บอกว่า ความร้อนทำให้เราแก่ได้พอ ๆ กับการสูบบุหรี่

งานวิจัยบ่งชี้ ความร้อนทำให้ชราในระดับโมเลกุล

การศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ Science Advances พบว่า การเผชิญความร้อนอย่างต่อเนื่องในเมืองฟีนิกซ์ (Phoenix) ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 32 °C (องศาเซลเซียส) นานถึง 188 วัน อาจเปลี่ยนแปลงการทำงานของยีนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เกิดความชราในระดับโมเลกุล ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

ดร. อึนยอง ชเว (Eunyoung Choi) นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงวัย จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ผู้วิจัยหลักของงานวิจัยนี้กล่าวว่า “ผลกระทบใกล้เคียงกับการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์”

มาดูรายละเอียดในงานวิจัยนี้กันว่ามีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผลจากความร้อนกับการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

งานวิจัยนี้ได้ศึกษาผู้ที่มีอายุมากกว่า 56 ปี ทั่วสหรัฐฯ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีประสบการณ์กับความร้อนต่างกัน โดยผู้ที่อยู่ในเมืองร้อนจัด เช่น ฟีนิกซ์ (Phoenix) ซึ่งมีดัชนีความร้อน (รวมอุณหภูมิ + ความชื้น) สูงกว่า 32 °C (องศาเซลเซียส) 188 วัน มีอายุทางชีวภาพ (Epigenetic age) แก่กว่าคนที่อาศัยในเมืองเย็น เช่น เมืองซีแอตเทิล (Seattle) ประมาณ 14 เดือน ทั้งที่อายุจริงเท่ากัน

แม้ความแตกต่างนี้จะดูไม่มาก แต่นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยบอสตัน ดร. เดโบราห์ คาร์ (Deborah Carr) ซึ่งไม่ได้ร่วมงานวิจัย กล่าวเสริมว่า “ความชราที่มากขึ้นเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นภาระมหาศาลต่อชีวิตของผู้สูงอายุ ครอบครัว และระบบสาธารณสุขของสังคม”

โดยความชราก่อนวัยมักเชื่อมโยงกับการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น สมองเสื่อม เบาหวาน และโรคหัวใจ ซึ่งเมื่อเริ่มแสดงอาการเร็วขึ้น ก็ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานของบุคคลนั้นในวงกว้าง

ไม่ใช่แค่ผิวหน้าผิวกาย แต่เป็นความชราระดับ Epigenetic

นักวิจัยติดตามอายุทางชีวภาพของกลุ่มตัวอย่างโดยดูจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของ DNA หลังได้รับความร้อนเป็นระยะเวลาต่าง ๆ ตั้งแต่ไม่กี่วัน หลายเดือน ไปจนถึง 6 ปี ก่อนเก็บตัวอย่างเลือด

อายุทางชีวภาพนั้นสัมพันธ์กับกระบวนการที่เรียกว่า DNA methylation หรือการมีสารเคมีเล็ก ๆ มาติดที่ DNA ซึ่งสามารถเปิด-ปิดการทำงานของยีนได้ แม้ไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของยีนโดยตรงก็ตาม การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ถูกใช้เป็น “นาฬิกาชีวภาพ” วัดอายุของเซลล์และร่างกาย

ความชราทาง Epigenetic มักเร่งตัวขึ้นเมื่อคนกินไม่ดี ไม่ออกกำลังกาย หรือเผชิญความเครียด ทั้งจากจิตใจ ร่างกาย มลพิษ หรือ “ในกรณีนี้คือ ความร้อน” ดร. ชเวกล่าว

นักวิจัยเก็บตัวอย่างเลือดจากผู้สูงอายุกว่า 3,600 คนทั่วสหรัฐฯ และใช้ข้อมูลภูมิอากาศย้อนหลังกำหนดระดับความร้อนที่แต่ละคนเคยเผชิญมา ผลลัพธ์คือ คนที่อยู่ในพื้นที่ร้อนจัดในระยะยาวแก่เร็วทางชีวภาพกว่าคนที่อยู่ในพื้นที่เย็น แม้จะควบคุมปัจจัยอื่น เช่น รายได้ การศึกษา การออกกำลังกาย หรือการสูบบุหรี่แล้วก็ตาม

นอกจากผลกระทบในระยะยาว ความร้อนยังก่อปัญหาสุขภาพทันที เช่น อัตราการเข้าห้องฉุกเฉินที่เพิ่มขึ้น โรคไต หัวใจ หรือแม้แต่การเสียชีวิตที่ไม่เกี่ยวโดยตรงกับความร้อน

โลกร้อนกระตุ้นให้ปัญหานี้หนักขึ้น สร้างผลกระทบมากกว่าเดิม !

เมื่อโลกร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องจะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น จากรายงานประเมินสภาพภูมิอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ คาดว่าภายในกลางศตวรรษนี้ หลายพื้นที่ในประเทศจะมีวันอากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นอีก 20 – 30 วันต่อปี

พร้อมกันนั้น หลายประเทศก็มีแนวโน้มที่ประชากรจะมีอายุมากขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ปัญหาหนักขึ้น เพราะร่างกายผู้สูงอายุรับมือกับความร้อนได้ยากกว่าคนหนุ่มสาว เช่น เหงื่อออกน้อยลง เลือดไหลเวียนสู่ผิวน้อยลง และยาบางชนิดก็รบกวนกลไกการปรับตัวของร่างกาย

แต่จริง ๆ แล้ว ความร้อนส่งผลกับทุกคน ไม่ใช่แค่คนแก่ มันเป็นภาระเพิ่มขึ้นในทุกระบบของร่างกาย ซึ่งร่างกายต้องใช้พลังงานตอบสนองเพื่อให้ยังรักษาสมดุลไว้ได้

สำหรับขั้นต่อไป นักวิจัยจะพยายามวิเคราะห์ให้ละเอียดขึ้น เพราะในพื้นที่เดียวกัน คนอาจได้รับผลกระทบต่างกันมาก เช่น บางคนอยู่ในบ้านที่ไม่มีแอร์หรืออยู่ในรถบ้านที่ร้อนระอุ ขณะที่บางคนอยู่ในบ้านที่เย็นสบาย

การเข้าใจผลกระทบเฉพาะบุคคลเช่นนี้ จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ระบุได้ชัดขึ้นว่าความร้อนส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร และอาจนำไปสู่แนวทางป้องกันหรือย้อนกลับผลกระทบเหล่านั้นได้ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...