โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โฆษกรัฐบาลกัมพูชาชี้ ไทยเจอทางตัน ไปข้างหน้าไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้

PPTV HD 36

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.34 น.
โฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลง ไทยทำตัวเองปิดพรมแดนฝ่ายเดียวจนเสียหาย เกษตรกรโยนผลิตผลทิ้ง ชี้ไทยเจอทางตัน ไม่สามารถเดินหน้าหรือถอยกลับได้

วันที่ 24 มิ.ย. 68 เพ็ญ โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ได้แถลงผ่านวิดีโอความยาว 24 นาที โดยระบุว่าเป็น “การแถลงตอบโต้ต่อการกล่าวหาที่เกินจริงของไทยต่อกัมพูชา”

เพ็ญ โบนา กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงว่า รัฐบาลไทยและกำลังผลักเรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศตัวเองให้กัมพูชารับผิดชอบ โดยบอกว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 68 นายกฯ ไทยกล่าวหากัมพูชาว่าเป็นประเทศที่มีอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก

ขณะที่ประเทศไทยเองกำลังเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน แต่กลับเบี่ยงประเด็นมาที่กัมพูชาแทน

เพ็ญ โบนา กล่าวว่า “กัมพูชาไม่เคยปฏิเสธว่าไม่มีอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ เรายอมรับว่าประเทศของเราถูกกลุ่มฉ้อโกงออนไลน์ใช้ประโยชน์ ทำให้กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่ตกเป็นเหยื่อ”

โฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าวว่า การฉ้อโกงออนไลน์เป็นปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งจำเป็นต้องให้รัฐบาลของแต่ละประเทศที่ได้รับผลกระทบทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อปราบปรามและควบคุมกิจกรรมฉ้อโกงในภูมิภาค ในกัมพูชา เราได้ทำงานอย่างแข็งขันและขยันขันแข็งในประเด็นนี้และประสบความสำเร็จมากมาย

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังเน้นย้ำว่ากัมพูชามีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่แข็งแกร่งในการปราบปรามการฉ้อโกงและเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ โดยที่จริงแล้ว ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นหัวหน้ากลไกในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

เพ็ญ โบนา เน้นย้ำว่า “นายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่เป็นผู้นำงานนี้ คือ นายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มในการเป็นผู้นำและจัดการงานโดยไม่ต้องรอขอคำแนะนำจากกองทัพเหมือนในประเทศไทย”

เพ็ญ โบนา ยังบอกว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อาชญากรรมออนไลน์ เนื่องจากสื่อต่างประเทศได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทยภายในไม่กี่วันหลังจากกล่าวหากัมพูชา

ส่วนประเด็นปิดด่านชายแดน เพ็ญ โบนา บอกว่า จนถึงปัจจุบัน กองทัพไทยยังคงปิดพรมแดนฝ่ายกัมพูชาฝ่ายเดียวและเชิญชวนฝ่ายกัมพูชาเจรจาเปิดพรมแดนใหม่ แต่กัมพูชาปฏิเสธเจรจาเด็ดขาด ทำให้รัฐบาลไทยและกองทัพอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่สามารถเดินหน้าหรือถอยกลับได้

เพ็ญ โบนา กล่าวว่า ปัญหาชายแดนที่ตึงเครียดในขณะนี้ เป็นเพราะฝ่ายไทยเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์นี้ด้วยการยิงทหารกัมพูชาเสียชีวิตภายในอาณาเขตของดินแดนกัมพูชา

ดังนั้น หลังจากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาแต่งตั้งทูตไปประท้วงเรียกร้องให้มีการสอบสวนและนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างแข็งกร้าว แต่ไทยกลับเพิกเฉยและสร้างสถานการณ์ใหม่ด้วยการสั่งปิดพรมแดนฝ่ายเดียวตามใจชอบ หลังจากกัมพูชาใช้มาตรการตอบโต้ ไทยจึงเกิดความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง

เพ็ญ โบนา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากไทยสั่งปิดพรมแดนฝ่ายเดียวจนทำให้ประเทศเสียหาย เกษตรกรผู้ปลูกผักและผลไม้ต้องโยนผลิตผลทิ้งจนจากความโกรธแค้น ไทยไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเสนอแนวคิดที่จะดึงกัมพูชาเข้าสู่การแก้ปัญหาด้วยการเจรจาเปิดด่านพรมแดนอีกครั้ง

เพ็ญ โบนา กล่าวว่า “กัมพูชาและผู้นำกัมพูชาจะไม่ยอมเจรจาเด็ดขาด รัฐบาลไทยและกองทัพดูเหมือนจะติดอยู่ในทางตัน ไม่สามารถเดินหน้าหรือถอยหลังได้ ตอนนี้ปัญหาชายแดนเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เพราะไทยติดอยู่ในทางตัน ไม่รู้จะทำยังไง ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตามอำเภอใจ แล้วก็ประกาศปิดชายแดนอีก”

เพ็ญ โบนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้นำกัมพูชาได้ยืนยันแล้วว่า กัมพูชาจะรอให้ไทยให้ความร่วมมือเต็มที่ และกัมพูชาจะไม่ดำเนินการเรื่องการปิดชายแดนก่อน แต่กัมพูชาสามารถร่วมมือกับไทยได้ ซึ่งเป็นจุดยืนของผู้นำกัมพูชา

ขณะเดียวกัน ในประเด็นที่ไทยกล่าวหากัมพูชาว่ารุกรานดินแดนของตน ในประเด็นข้อพิพาทชายแดน เพ็ญ โบนา อ้างว่า หากมั่นใจว่าเป็นดินแดนของตน โปรดนำหลักฐานมายื่นต่อศาล เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถแก้ไขได้โดยสันติ

เรียบเรียงจาก Fresh News / Fresh News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ทรัมป์” ประกาศอิสราเอล-อิหร่านหยุดยิง หลังฐานสหรัฐฯ ถูกโจมตี

โฆษกชี้ ไทยแจ้งความ “ฮุน เซน” เพื่อปกปิดความอ่อนแอของ “นายกฯ อิ๊งค์”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โฆษกรัฐบาลกัมพูชาชี้ ไทยเจอทางตัน ไปข้างหน้าไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...