โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Edge-AI โอกาสอาเซียน คลื่นเทคโนโลยีใหม่ ทำไม ‘เวียดนาม’ เข้าวิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 08.08 น.
ไฮย หงอ-เส้า เหว่ย ทาน

ในรอบปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ธุรกิจต่าง ๆ หรือแม้แต่ผู้คนทั่วไปต่างกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ “เอไอ” เข้ามาใช้มากขึ้นมาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุน และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนสองผู้บริหาร จาก Advantech ASEAN ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอโอที และผู้ให้บริการโซลูชั่นสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม มาพูดคุยถึงแนวโน้มของคลื่นการลงทุนที่หลั่งไหลมายังภูมิภาคอาเซียน ทำให้หลายประเทศเตรียมอัพเกรดเทคโนโลยีการผลิตครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเรื่อง Edge AI และ Edge Computing ที่รองรับอุปกรณ์ IOT จำนวนมาก และการประมวลผลในยุคเอไอ

คลื่นลงทุนสู่อาเซียน โอกาสใหม่

“ไฮย หงอ” หัวหน้าทีม Regional Industrial Automation ของ Advantech ASEAN กล่าวว่า ในเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญเพราะอุตสาหกรรมการผลิตในจีนอยากเคลื่อนย้ายการลงทุนมายังภูมิภาคอาเซียน ขณะที่บริษัทในอาเซียนก็อยากขยับขยายตลาดไปจีน

ดังนั้นในการเคลื่อนย้ายการผลิตมาในประเทศต่าง ๆ ต้องคว้าโอกาสเหล่านั้นด้วยข้อเสนอด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ดี เน้นการวางแผนและออกแบบธุรกิจให้เข้ากับบริบทในพื้นที่ ที่มีความต้องการต่างกัน มีกฎระเบียบที่แตกต่างกัน

“เมื่อโรงงานขยายมาตั้ง แต่ไม่สามารถขนซัพพลายเออร์ทั้งหมดมาได้ บริการคอมพิวเตอร์อย่างเรา ซึ่ง Advantech ผันตัวเองจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์มาเป็นซอฟต์แวร์โรงงานและโซลูชั่นโพรไวเดอร์จึงมีโอกาสสูงมากที่จะนำอุปกรณ์ IOT ที่เรามีเข้าไปทำ Smart Factory”

แนวโน้มจะไปสู่โรงงานอัตโนมัติแน่นอน เพียงแต่ว่าจะเลือกใช้วิธีการ และโซลูชั่นแบบใด แต่ละประเทศมีความเหมาะสมแตกต่างกัน ต้องจับจังหวะหาโอกาส เช่นเวียดนาม มีข้อได้เปรียบหลายด้านในเรื่องกำลังคนสำหรับดูแลเทคโนโลยี ด้วยมีการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไปใช้กับการผลิตได้เร็ว

“การสนับสนุนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ สตาร์ตอัพ และเทคโนโลยีในเวียดนามแข็งแกร่งมาก มีการตั้งสมาคมไอทีซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ที่รัฐสนับสนุน จับคู่ และส่งเสริมให้เข้าไปทำงานหรือเจาะตลาดเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศ”

สำหรับในอาเซียน ประเทศอื่น ๆ ก็มีความโดดเด่นต่างกัน ประเทศไทยก็มีตลาดขนาดใหญ่ เป็นแหล่งที่บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น และบริษัทจำนวนมากลงทุนสร้างฐานผลิตอยู่แล้ว ทำให้เหมาะกับการอัพเกรดเครื่องจักร และโซลูชั่นการผลิตใหม่ ๆ

เทรนด์เทคโนโลยีการผลิตยุคเอไอ

“เส้า เหว่ย ทาน” Regional Solution Manager ของ Advantech ASEAN มองว่าการเติบโตของระบบนิเวศอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ในยุคของปัญญาประดิษฐ์ในอนาคตเทคโนโลยี Edge Computing และแพลตฟอร์ม WISE-Edge จะมีส่วนสำคัญ

ในฐานะที่ทีมงานของเขารับผิดชอบในการ Centralize และทำงานร่วมกับพันธมิตรในอาเซียนอย่างใกล้ชิด เช่น ในประเทศไทยร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่าง IBCON และ QuickERP เพื่อเชื่อมต่อประเทศไทยเข้าสู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมดิจิทัล และช่วยลูกค้าเข้าถึงโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจอย่างแท้จริง

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโปรเจ็กต์โรงงานผลิต PCB ในจังหวัดปราจีนบุรี ประเทศไทย ที่ทีมงานลงพื้นที่เป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อแก้ไขปัญหาหลายด้าน ตั้งแต่การสื่อสารระหว่างภาษาไทย และภาษาจีนการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ที่ขาดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไปจนถึงการแก้ไขซอฟต์แวร์ ด้วยความซับซ้อนของโรงงานที่มีหลายระบบแต่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ทีม Advantech รวบรวมระบบเหล่านี้ให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังติดตั้ง Industrial PC ที่ช่วยลดความเสี่ยง Downtime ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของ Advantech ในการให้บริการ Edge Computing, Edge AI และ Local Solution Platform ทั้งยังมีโซลูชั่นด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย (Environment, Health and Safety-EHS) เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรอย่างน้ำ วัตถุดิบ แก๊ส และของเสียอย่างแม่นยำ ลดโอกาสการหยุดชะงักของสายการผลิตที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินมหาศาล รวมถึงสุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากรในโรงงาน

เข้าสู่ยุค Edge AI

Edge Computing และ Edge AI กำลังเป็นเทรนด์สำคัญในอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศไทยมีสถาบันการศึกษาหลายแห่งศึกษา และนำ AI มายกระดับการบำรุงรักษาและการจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่า สำหรับภาคอุตสาหกรรม Advantech ทำงานร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น และเกาหลีที่ตั้งโรงงานในไทย เพื่อสนับสนุนการทำ Digital Transformation ทั้งในเรื่อง AI Automation และ Predictive Maintenance ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีทีมผู้เชี่ยวชาญของ Advantech ประจำในอาเซียนคอยดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้าน AI, Digital Transformation และระบบ PC

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับพันธมิตรคลาวด์อย่าง Microsoft และ AWS ให้ลูกค้าสามารถเช่าใช้ระบบได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อ PC พร้อมบริการสนับสนุนอย่างครบวงจร

ในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย Edge Computing มีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะในโรงงานที่ใช้เครื่องจักร CNC เพราะหากใช้คลาวด์เพียงอย่างเดียวจะมีต้นทุนสูง จึงนิยมใช้ Edge Computing PC ที่เชื่อมต่อและควบคุมเครื่องจักรได้แบบเรียลไทม์

ข้อมูลในปี 2024 ระบุว่า Advantech มีส่วนแบ่งตลาด PC Edge ในประเทศไทยสูงถึง 45% นั่นหมายความว่าเครื่อง PC จำนวน 10 เครื่องในตลาดมีเครื่องของ Advantech ถึง 4 เครื่อง ความสามารถของ Edge Computing คือการรองรับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย พร้อมโซลูชั่นซอฟต์แวร์ที่ช่วยควบคุมและวิเคราะห์การทำงานของเครื่องจักรได้อย่างใกล้ชิด ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับลูกค้าที่สนใจลงทุน Edge Computing บริษัทจะพูดคุยเพื่อวิเคราะห์ความสำคัญของเครื่องจักรต่อกระบวนการผลิต และจำนวนเครื่องจักรในโรงงาน โดยเฉพาะหากมีมากกว่า 30 เครื่อง การลงทุนระบบ Edge Computing จะคืนทุนได้ในระยะเวลาประมาณ 2 ปี แม้ไม่สามารถรับประกันระยะเวลาที่แน่นอนได้ แต่มั่นใจได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนกลับมาในเวลาไม่นาน

Advantech โตไปกับพันธมิตร

ในส่วนของโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย Advantech เริ่มพัฒนาโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับ EV มาตั้งแต่ก่อนที่กระแสรถ EV จะเป็นที่นิยมในอาเซียน โดยเฉพาะระบบสื่อสารสำหรับสถานีชาร์จที่รองรับหลายแบรนด์ผ่าน OCPP (Open Charge Point Protocol) ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วโลก ระบบนี้ทำงานร่วมกับ EdgeLink อุปกรณ์ Edge Computing ขนาดกะทัดรัด ที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลกระบวนการผลิตรถ EV แบบเรียลไทม์ ช่วยให้โรงงานเข้าใจคุณภาพและประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกกรณีศึกษาคือการติดตั้งระบบใน Data Center ของ NVIDIA ที่ประเทศมาเลเซียในปี 2024 ซึ่ง Advantech ได้ติดตั้ง I/O Module กว่า 5,000 ตัว เพื่อให้ระบบสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นที่ความเสถียรและความทนทานของ Edge Computing PC

สำหรับในประเทศไทย อุตสาหกรรมที่เหมาะกับการใช้ Edge Computing ได้แก่ Automotive, Plastic Molding และ EV รวมถึงอุตสาหกรรม PCB ที่ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน และยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การนำ Edge Computing มาใช้ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา โดยติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ช่วยลดจำนวนบุคลากรที่ต้องดูแลระบบ ลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาฉุกเฉินได้ถึง 40% ด้วยการวางแผนล่วงหน้าผ่าน AI และช่วยให้การบำรุงรักษาเชิงป้องกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ทีม Advantech ASEAN มีจุดแข็งในการร่วมสร้าง (Cocreate) โซลูชั่นกับพาร์ตเนอร์หลากหลาย เช่น พาร์ตเนอร์ด้าน Energy AI ในมาเลเซีย เพื่อช่วยธุรกิจลดการใช้พลังงาน และปรับโซลูชั่นให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในแต่ละประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับอนาคตของ Edge AI บริษัทวิจัย Gartner คาดว่าจะเติบโตจาก 131 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 เป็น 511 พันล้านดอลลาร์ในปี 2033 ซึ่ง Advantech ASEAN มีเป้าหมายที่จะครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 5% ในกลุ่มอุตสาหกรรม Internet of Things สำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial IOT หรือ IIOT) ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์เพื่อสร้างระบบนิเวศและยกระดับอุตสาหกรรมอัจฉริยะในภูมิภาคอาเซียน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Edge-AI โอกาสอาเซียน คลื่นเทคโนโลยีใหม่ ทำไม ‘เวียดนาม’ เข้าวิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...