โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โปร่งใสช้า ดีกว่าเร็วแบบซ่อนใต้โต๊ะ ชีวิต “ครูสุรเบล” กับบทเรียนที่ไม่มีในตำรา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 02.42 น.
โปร่งใสช้า ดีกว่าเร็วแบบซ่อนใต้โต๊ะ ชีวิต “ครูสุรเบล” กับบทเรียนที่ไม่มีในตำรา

“สุรศักดิ์ คำท้าว” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ครูสุรเบล” คือคุณครูวิทยาศาสตร์ที่กลายเป็นขวัญใจนักเรียนยุคโซเชียล เจ้าของช่อง TikTok “SuraBale - สุรเบล” ที่มียอดเข้าชมรวมกว่า 30 ล้านครั้ง จากการทำคอนเทนต์สอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก เข้าใจง่าย และตั้งคำถามจากชีวิตจริงแทนการท่องจำแบบเดิม

ในโลกที่อาชีพครูบางส่วนกลายเป็นสนามแข่งขันเพื่อหาผลประโยชน์จากการติว การปล่อยข้อสอบ หรือแม้กระทั่งการใช้เวลาสอนอย่างไม่เต็มที่ ครูสุรเบลกลับเลือกที่จะ “สอนให้เต็มร้อยในห้องเรียน” โดยไม่สอนพิเศษ ไม่เรียกเก็บเงินเพิ่ม และไม่หาผลประโยชน์จากเวลาเด็ก

ห้องเรียนที่เริ่มจากคำถาม ไม่ใช่สรุปท่องจำ

ครูสุรเบลเล่าว่า จุดเริ่มต้นของวิธีการสอนของเขา เกิดจากปมในวัยเด็กที่กลัวการเรียนวิทยาศาสตร์ เพราะมันไม่น่าสนใจ และรู้สึกว่า “ครูถามมาแต่ไม่กล้าตอบ” เพราะกลัวผิด

วันนี้เขาจึงพยายามสร้างห้องเรียนที่ตรงข้ามกับสิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง “ผมเตรียมการสอนจากมุมของเด็กก่อนเสมอ มองว่าเขาจะสงสัยอะไร แล้วค่อยป้อนความรู้เป็นคำตอบให้” เขาใช้เรื่องราวในชีวิตประจำวันเป็นจุดตั้งต้น ตั้งคำถามให้เด็กคิดก่อนสอนเสมอ

ปัญหาที่ไม่มีในตำรา – ‘การทุจริตเวลาเด็ก’

“การทุจริตเวลาเด็ก” คือสิ่งที่ครูสุรเบลพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา เขาระบุว่า ปัญหาใหญ่ของระบบการศึกษาไทยคือการที่ครูบางคนไม่ได้สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วยในห้องเรียน แล้วไปหารายได้เพิ่มเติมจากการสอนพิเศษ หรือแม้แต่ปล่อยข้อสอบให้เฉพาะกลุ่ม

“บางคนเอาเนื้อหาไปเก็บไว้ข้างนอก ทั้งที่หน้าที่หลักของเราคือสอนให้หมดในห้องเรียน” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าตนเองไม่รับสอนพิเศษ ไม่รับเงินบริจาค และไม่หวังผลกำไรจากการเป็นคนดังออนไลน์

ใช้ชื่อเสียงตอบแทนโรงเรียน – ไม่ใช่เอาเปรียบระบบ

หลังจาก TikTok ของเขามียอดเข้าชมสูงถึง 30 ล้านวิว ครูสุรเบลเกิดไอเดียว่าจะใช้ความนิยมที่มี “ขอรับบริจาคเพื่อซื้อรถรับส่งนักเรียนคันใหม่” เพราะคันเดิมใช้การไม่ได้แล้ว

เขาเดินเรื่องอย่างโปร่งใสผ่านผู้บริหารและคณะกรรมการสถานศึกษา ยืนยันชัดว่าเงินทุกบาทจะเข้าโรงเรียนโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเขา และระบุเป้าหมายว่าขอระดมทุน 15 วัน “เอาเท่าที่ได้”

ปรากฏว่าเพียง 8-9 วัน ได้ยอดเงินบริจาคมากกว่า 2 ล้านบาท แต่เมื่อต้องดำเนินการจริง ระบบราชการไม่เอื้อ เพราะโรงเรียนไม่สามารถถือเงินเกิน 30,000 บาท ต้องส่งต่อเงินทั้งหมดให้สำนักงานเขตดำเนินการแทน

โปร่งใสช้า แต่มั่นคงกว่า ‘ใต้โต๊ะเร็ว’

“ผมรู้ว่ามันช้า ผมเครียดมาก แต่ผมก็ยอมรอ เพราะอยากให้ทุกอย่างอยู่บนโต๊ะ ไม่มีอะไรหลบซ่อน” เขากล่าว

การยืนหยัดทำงานภายใต้ระบบที่ซับซ้อนและล่าช้า อาจไม่ใช่ทางเลือกที่หลายคนอยากเดิน แต่ครูสุรเบลกลับเลือกทางนี้ ด้วยเหตุผลเดียวว่า “เด็กควรได้ประโยชน์สูงสุด และไม่ควรต้องเสียศรัทธาในระบบเพราะผู้ใหญ่บางคนลัดขั้นตอน”

ตลอดกระบวนการจัดซื้อ เขาเลือกเปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอน บอกชัดว่าโรงเรียนไม่สามารถถือเงินเกินที่กฎหมายกำหนด และยืนยันว่า เงินทุกบาทที่ได้รับจะต้องผ่านระบบตรวจสอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ใช่เก็บไว้ที่ตัวเอง หรือผู้บริหาร

“ผมไม่อยากให้ใครคิดว่าเราแอบแสวงหาผลประโยชน์จากการเป็นครูดัง” เขากล่าว พร้อมเปิดทางให้ผู้สนับสนุนซื้อสินค้าของเขาแทนการบริจาค เพราะเชื่อว่า “การเทรดอย่างโปร่งใส ดีกว่าการรับเงินเปล่าที่อาจถูกมองว่าแฝงนัย”

แม้กระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลากว่า 3 เดือนกว่ารถนักเรียนจะจัดซื้อสำเร็จ เขายืนยันว่า “ช้า แต่มั่นคง ดีกว่าเร็วแต่หลบซ่อน”

ครูไม่ได้ดี 100% แต่สอนเต็ม 100%

ครูสุรเบลยอมรับว่า เขาไม่ใช่ครูที่ดี 100% และไม่อยากสร้างภาพให้ดูดีเกินจริง แต่สิ่งหนึ่งที่เขายึดมั่นมาตลอดคือ “ความรับผิดชอบต่อ 1 ชั่วโมงของตัวเองในห้องเรียน”

เขาเชื่อว่า ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นโดยไม่ต้องตั้งเป้าใหญ่ “เด็กอยากรู้แค่ไหน ครูต้องพร้อมไปด้วยกัน”

และในวันที่โลกการศึกษากำลังถูกตั้งคำถาม ความซื่อสัตย์แบบเรียบง่ายของครูสุรเบล คือคำตอบหนึ่งที่สังคมควรฟัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...