โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โซเชียลจีน วิจารณ์ฮุนเซน เกาะติดจุดจบขัดแย้ง ผู้นำไทย - กัมพูชา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 22.23 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น.

แม้ท่าทีอย่างเป็นทางการของจีน และสื่อจีนทางการในขณะนี้ จะไม่มีให้เห็น หรือพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่าง ไทย-กัมพูชา ในทุกระดับ รวมไปถึงข่าวสารที่จีนเข้าไปมีบทบาทสำคัญ ในการปราบปรามแก๊งซ์คอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้จีนนำเสนออย่างต่อเนื่องในประเทศตั้งแต่ต้นปี แต่ตอนนี้ดูเหมือนเงียบหายไป

ไทกัวดอทคอม สื่อโซเชียลมีเดียที่เน้นวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน และประเด็นที่ชาวจีนพากันสนใจติดตามสถานการณ์ร้อนแรง ได้เผยแพร่บทความแสดงความเห็นเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างผู้นำไทย และกัมพูชา

ทั้งนี้ ได้มีการลำดับเรื่องราวใหญ่ๆ ที่เพิ่มความขัดแย้งรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่ฮุนเซนเผยแพร่คลิปบันทึกเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างเขากับแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สร้างความตกตะลึงทั้งประเทศไทยและทั่วโลก ถือเป็นเหตุการณ์เขย่ามิตรภาพ 30 ปีไทย-กัมพูชา และความไว้วางใจซึ่งกันและกันที่หล่อหลอมกันมาในช่วงหลายปี แปรเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายสับสน

ส่วนเหตุการณ์ที่ ฮุนเซนโพสต์ภาพห้องพักที่ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยลี้ภัยการเมืองในกัมพูชา ซึ่งโซเชียลจีนมองว่า ฮุนเซนเองก็ยังภูมิใจเพราะคิดว่าได้เปิดเผยเบาะแสสำคัญอ้อมๆ ในช่วงเวลาที่อดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองออกจากประเทศไทย

ล่าสุดเหตุการณ์ที่ฮุนเซนยอมรับด้วยว่า ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างสองครอบครัวที่ดำเนินมานานกว่า 30 ปี ได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่กัมพูชาได้เผยแพร่เสียงบันทึกสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อไม่นานนี้

คลิปเสียงดังกล่าว เป็นการสนทนาทางโทรศัพท์แบบส่วนตัวระหว่างฮุนเซนกับนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ซึ่งเป็นการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ

สื่อจีนได้ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่ปล่อยคลิปก็คือ ไม่พอใจและกันข้อกล่าวหาจากโลกภายนอกที่ว่า ฮุนเซนและนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนตของกัมพูชาคนปัจจุบัน “ขาดความเป็นมืออาชีพ”

ทั้งนี้ ฮุนเซนกำลังสื่อสารต่อสาธารณชนว่า การสนทนาดังกล่าวเป็นแบบส่วนตัวและไม่มืออาชีพ ขณะที่โซเชียลจีนมอง การปล่อยคลิปเสียง ไม่มีความเป็นมืออาชีพยิ่งกว่า และคนปล่อยคลิปเสียง ก็เป็นคู่สนทนาเสียเอง โดยชี้ให้เห็นเหนือสิ่งอื่นใดคือ "สร้างความไม่น่าไว้ใจเพิ่มขึ้น" ให้กับภาพลักษณ์ตนเองยิ่งขึ้น

โซเชียลจีนระบุ แม้ว่าทักษิณและยิ่งลักษณ์จะออกจากกัมพูชาไปนานแล้ว แต่สถานที่และที่พักอาศัยของพวกเขาในช่วงที่ถูกลี้ภัยควรเป็นความลับอย่างเคร่งครัด การนำห้องพักที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ไปแสดงต่อสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่เพียงแต่จะละเมิดขอบเขตความไว้วางใจพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดเผยทางอ้อมเกี่ยวกับเส้นทางหลบหนี และนั่นหมายถึงคุณมีส่วนร่วมไม่มากก็น้อยกับสิ่งเหล่านั้นด้วยหรือไม่

"การเมืองไม่ใช่เพียงเกมแห่งอำนาจ และสิทธิกุมอำนาจ แต่ยังเป็นศิลปะการเมืองที่มีระเบียบและขอบเขต" สื่อโซเชียลจีนชี้

ในบทความไทกัวดอทคอมระบุด้วยว่า หากคุณพูดบางอย่างที่ไม่ควรพูด ในขณะที่ควรเก็บปากไว้ ไม่ว่าคุณจะพูดว่า "เราเคยดีกัน" กี่ครั้ง ผู้คนฟังแล้วก็จะรู้สึกไม่สบายใจ

พันธมิตรที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ที่แบ่งปันความทรงจำบนโมเมนท์ทางวีแชท แต่คือผู้ที่สามารถรับกับกระสุน (กระแส) แทนได้

ถึงอย่างไร คำพูดบางคำ เมื่อพูดออกไปแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ ความไว้วางใจบางอย่าง เมื่อถูกทำลายไปแล้ว ไม่สามารถฟื้นคืนได้ ท่ามกลางยุคข้อมูลข่าวสารที่โปร่งใสและเผยแพร่อย่างรวดเร็ว

"การระบายอารมณ์" ที่เป็นการแสดงออกไม่เหมาะสม อาจขยายใหญ่เป็นระดับชาติ ซึ่งเป็นหนทางที่ผู้นำแทบจะทุกประเทศเลือกไม่ทำกัน

อ้างอิง TaiGua.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...