'นันทนา' ประกาศยุติคำร้อง สั่ง สว. หยุดหน้าที่องค์กรอิสระ
'นันทนา' ประกาศยุติคำร้อง สั่ง สว. หยุดหน้าที่องค์กรอิสระ หลังรวบรวมชื่อไม่ถึงเป้า 20 คน เหตุ กังวลผลกระทบ-คำร้องรุนแรง
วันที่ 28 พ.ค. 2568 ที่อาคารรัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่วมลงชื่อ 1 ใน 10 จาก 200 หรือ 20 คน สำหรับสาระสำคัญของคำร้อง คือ จะขอให้ สว. ทั้ง 200 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระทั้งกระบวนการ เช่น การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม การลงมติ เป็นต้น โดยมีเหตุผลคือ การหยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะส่วนดังกล่าวของ สว. ทุกคนเพื่อให้เกิดความเสมอภาค ว่า จากความพยายามในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หยุดปฏิบัติหน้าที่ในกรณีการลงมติรับรองผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งมีกำหนดการประชุมในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ล่าสุดการรวบรวมรายชื่อ สว. เพื่อยื่นคำร้องไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เนื่องจากมีผู้ร่วมลงชื่อไม่ถึง 20 คนตามที่กฎหมายกำหนด
" แม้ดูเหมือนว่าเพียง 10% จาก สว. ทั้งหมด 200 คน น่าจะเพียงพอ แต่ในความเป็นจริง กลุ่ม สว. อิสระที่สามารถเข้าร่วมลงชื่อได้มีเพียงราว 40-50 คน ทำให้ต้องใช้เสียงสนับสนุนถึงเกือบครึ่งของกลุ่มดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องยาก อีกทั้งคำร้องที่ยื่นยังมีเนื้อหารุนแรง เป็นการขอให้ศาลมีคำสั่งให้ สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงอาจกระทบต่อผู้ร่วมลงชื่อ " น.ส.นันทนา ระบุ
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ในทางกลับกัน หากอีกฝ่ายต้องการยื่นคำร้องตอบโต้ ก็น่าจะรวบรวมเสียงได้ไม่ยาก ส่งผลให้ภารกิจนี้ไม่อาจเดินหน้าได้ตามแผนที่วางไว้ ผู้ยื่นคำร้องจึงประกาศยุติการดำเนินการนับตั้งแต่วันนี้
ต่อมา น.ส.นันทนา กล่าวถึง ศาสตราจารย์จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ความเห็นว่า แม้กฎหมายจะไม่ได้ห้าม สว. ลงมติในวันที่ 30 พฤษภาคมโดยชัดเจน แต่เนื่องจากเป็นเรื่องอ่อนไหว จึงควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ต้องได้รับการพิจารณาตามหลักจริยธรรมอย่างรอบคอบ หากเร่งรีบอาจเกิดปัญหาตามมา ศาสตราจารย์จรัญจึงเสนอให้ ชะลอการลงมติออกไปก่อน เพราะผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบันยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ และไม่มีเหตุเร่งด่วนที่จำเป็นต้องแต่งตั้งบุคคลใหม่ทันที
ขณะเดียวกัน วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ สว. มีกำหนดพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระถึง 7 ตำแหน่ง ได้แก่ ป.ป.ช. 3 คน, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 1 คน และอัยการสูงสุด 1 คน ซึ่งการบรรจุวาระเหล่านี้ในสมัยประชุมวิสามัญที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ พิจารณางบประมาณ ตนเองจึงตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีเจตนาซ่อนเร้น และขาดความโปร่งใสหรือไม่ เพื่อยับยั้งการลงมติในระยะสั้น จึงมีการเสนอแผนสำรอง ได้แก่ การยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาในที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อขอเลื่อนการพิจารณาออกไป ส่วนในระยะยาว จะผลักดันให้มีการแก้ไขข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา เพื่อให้กระบวนการพิจารณาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระมีความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลคุณสมบัติและประวัติอย่างรอบด้านต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภาคประชาชนเริ่มตระหนักถึงความไม่ชอบธรรม และแสดงความกังวลต่อกระบวนการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ จึงร่วมกันส่งเสียงคัดค้านบทบาทของ สว. ในกระบวนการดังกล่าวอย่างชัดเจน