โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จนท.ไทย-กัมพูชา ผลักดันคนกัมพูชาและคนไทยกลับประเทศ ล็อตสุดท้าย

77kaoded

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 22.08 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 15.08 น. • 77Kaoded

สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ร่วมกันผลักดันแรงงานและชาวกัมพูชากลับประเทศ ขณะที่ยังมีคนไทยทั้งที่มีเอกสารและไม่มีเอกสาร ยังคงเดินทางข้ามแดนตามข้อตกลงผลักดันกลับประเทศตามหลักมนุษยธรรม เมื่อวันที่ 28 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ.อ.เมธี คำเต็ม ผบ.ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ชค.ทพ.12 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ดำเนินการอำนวยความสะดวก และจัดระเบียบคนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาผลักดันกลับประเทศ ตามข้อตกลงระหว่างไทยและกัมพูชา โดยวันนี้มีการเปิดประตูเล็กด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึกทั้งสองฝั่ง ให้คนไทยและคนกัมพูชา สามารถเดินทางกลับประเทศตนเองได้ ตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. ซึ่งในช่วงเช้าจนถึงเที่ยง มีชาวกัมพูชากว่า 500 คน ขนกระเป๋าสัมภาระและข้าวของมารอกลับประเทศ ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าจุดตรวจเอกสาร ตม.สระแก้ว ส่วนคนไทยหลายร้อยคนเช่นกัน ก็มารวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้า ตม.ปอยเปต ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 น.เพื่อขอกลับประเทศเช่นกัน

ทั้งนี้ หลังเวลา 13.00 น.ตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย ได้มีการเปิดประตูให้ประชาชนของแต่ละประเทศ สามารถเดินทางข้ามแดนได้ โดยแต่ละฝ่ายมีการตรวจคัดกรองบุคคลในการเข้า-ออก อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ การเปิดให้ข้ามแดนดังกล่าว เปิดโอกาสให้คนไทยและคนกัมพูชา ที่ไม่มีเอกสารหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต และหนังสือผ่านแดนหรือบอร์ดเดอร์พาส สามารถเดินทางกลับประเทศได้ด้วย

โดยขั้นตอนดำเนินการ สำหรับคนไทยที่ไม่มีเอกสารและต้องการเดินทางกลับประเทศ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ คือ 1.เมื่อข้ามมายังฝั่งไทย จะต้องเสียค่าปรับ 800 บาท ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว 2.เข้ารับการคัดกรองและจัดทำประวัติในระบบ NRM 3.ทางญาติไม่ต้องกังวล ระหว่างดำเนินการ เจ้าหน้าที่มีการจัดเตรียมที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และดูแลอย่างใกล้ชิด เสร็จขั้นตอนแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้ติดต่อญาติมารับกลับบ้าน กรณีไม่มีแจ้งความดำเนินคดีหรือหมายจับ

ส่วนคนกัมพูชา สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เช่นกัน โดยการเดินทางกลับ ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เจ้าหน้าที่กำหนดอย่างเคร่งครัด หากมีเอกสารถูกต้อง เช่น หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ,ใบอนุญาตผ่านแดน หรือบอร์ดเดอร์พาส เอกสารรับรองตัวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศกัมพูชาได้ตามขั้นตอน ส่วนกรณีคนกัมพูชาไม่มีเอกสาร เจ้าหน้าที่ไทยจะอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับตามความเหมาะสม ในลักษณะการผ่อนปรนแบบควบคุม โดยมีขั้นตอนตรวจสอบและคัดกรองก่อนส่งตัวกลับ เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วง 5 ชม.ที่เปิดให้ข้ามแดนตามหลักมนุษยธรรมนั้น ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ตัวแทนประเทศไทยและกัมพูชา เดินทางไปเจรจาหยุดยิงที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่้งเบื้องต้นมีข้อตกลงหยุดยิงทันที ตั้งแต่เวลา 24.00 น.คืนนี้เป็นต้นไป ส่วนการผลักดันประชาชนของทั้งสองประเทศ ที่ด่านคลองลึก จ.สระแก้ว ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง คาดว่า ตลอดช่วงบ่ายประมาณ 500 คน ซึ่งมีคนไทยที่ผ่านการคัดกรองและมีเอกสารครบถ้วนสามารถเดินทางผ่านด่านไปได้อย่างสะดวก ส่วนคนที่ไม่มีเอกสาร จะต้องถูกกักตัวไว้เพื่อนำส่งไปเข้าสู่ระบบคัดกรองและจัดทำประวัติในระบบ NRM ที่ศูนย์คัดกรองค่ายสุรสิงหนาถ และส่งตัวไปยังจุดต่าง ๆ จนกว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นตามขั้นตอน ซึ่งอาจจะใช้เวลา 1-2 วัน โดยมีการจัดที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ กองบัญชาการสอบสวนกลางและตำรวจภูธรภาค 2

โดยการผลักดันวันนี้ เจ้าหน้าที่เลื่อนเวลาปิดประตูด่านออกไปประมาณ 30 นาที เนื่องจากต้องรอรับตัวชายคนไทยรายหนึ่ง ซึ่งถูกทำร้ายระหว่างรอการผลักดันกลับประเทศ ทำให้ต้องปิดด่านในช่วงเวลา 18.30 น.ภายหลังมีการผลักดันส่งตัวแรงงานชาวกัมพูชาล๊อตสุดท้าย จำนวน 71 คน กลับประเทศ ขณะที่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว โดยพล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เดินทางไปตรวจศูนย์คัดกรองคนไทย ที่กลับจากประเทศกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมศูนย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ กองบัญชาการสอบสวนกลาง เข้าร่วมตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ และอยู่ในชั้นตอนของการคัดกรองอีกจุด ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ด้วย

—————————–

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...