โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

All-Weather Strategy ปรับกลยุทธ์ ซื้อหุ้นตลาดเกิดใหม่ เพิ่มสัดส่วนทองคำ พร้อมรับมือทุกมรสุมตลาด

Finnomena

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.17 น. • Finnomena Funds

ในโลกการลงทุนที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนหลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า “พอร์ตของเราจะรอดไหมถ้าเกิดวิกฤต?” เพื่อตอบรับความท้าทายนี้ Finnomena Funds จึงจัดงานสัมมนาพิเศษ“All-Weather Strategy Thrive in Any Market ฝ่าทุกมรสุมตลาดกับการคว้าโอกาส สร้างพอร์ตให้แข็งแกร่ง” เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา

ในงานสัมมนา Andrew Stotz, CFA ได้นำเสนอพอร์ต “All-Weather Strategy (AWS)” พอร์ตการลงทุนที่ทางทีม A. Stotz จับมือร่วมกับ Finnomena Funds สรรค์สร้างขึ้น เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนพร้อมรับทุกฤดู ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาวะใด โดยมีหัวใจหลัก 3 อย่างคือ Global ลงทุนทั่วโลก, Long-term เน้นการเติบโตระยะยาว และ Diversified กระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์และภูมิภาค

พอร์ต All Weather Strategy โดย Andrew Stotz อดีตนักวิเคราะห์อันดับหนึ่งของประเทศไทยร่วมกับ Finnomena Funds ใช้ FVMR Framework ในการวิเคราะห์การลงทุน มุ่งหวังเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ดูรายละเอียดและลองสร้างแผนได้ที่ https://finno.me/plan-guruport-aws-ws

สร้างพอร์ตแกร่งทุกสภาวะตลาดด้วย All Weather Strategy

All-Weather Strategy (AWS) ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตการลงทุน โดยเป็นพอร์ตการลงทุนที่มุ่งหวังเพิ่มพูนและปกป้องความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาผลตอบแทนระยะยาว โดยมีการบริหารความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด

จุดเด่นของพอร์ต AWS

  • ผลตอบแทนโดดเด่น: พอร์ต AWS มีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 6% ต่อปี และนับตั้งแต่จัดตั้งพอร์ตในปี 2019 พอร์ตนี้ให้ผลตอบแทนสะสมแล้ว +52.8% สูงกว่าพอร์ต 60/40 แบบดั้งเดิมถึง 21.2% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ค. 2568)*
  • ความผันผวนต่ำกว่าตลาด: ด้วยการกระจายความเสี่ยงลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ทำให้พอร์ต AWS มีความผันผวนที่ต่ำกว่าตลาดโลกโดยรวม
  • ปรับพอร์ตสม่ำเสมอ: ทีม A. Stotz จะทำการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ตทุกไตรมาสตามสภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มตลาด ทำให้พอร์ตสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ปรับพอร์ตครั้งใหญ่กลางปี รับมือโอกาสและความท้าทายที่กำลังจะมาถึง

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนและมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในปี 2025 ทีมงาน A. Stotz จึงทำการปรับสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ต AWS ล่าสุด (มิถุนายน 2568) ดังนี้

หุ้น (Equity) – 70%

  • คงสัดส่วนหุ้นยุโรป 25% และเพิ่มสัดส่วนในตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) เป็น 25%

  • ลดสัดส่วนจีนลงเหลือเพียง 5%

  • คงสัดส่วนหุ้นสหรัฐฯ หุ้นญี่ปุ่น และเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีนและญี่ปุ่น) ไว้อย่างละ 5%ทองคำ (Gold) – 25%

  • เพิ่มสัดส่วนขึ้นจาก 5% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากหนี้ภาครัฐที่สูงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจตราสารหนี้ (Bonds) – 5%

  • ลดสัดส่วนลงจาก 25% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงตลาดโลกยังน่ากังวล แต่ยังมีโอกาสซ่อนอยู่

  • สหรัฐฯ: แม้จะเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่ยังมีความน่ากังวลจากหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP ถึงสองเท่านับตั้งแต่ปี 2000 นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย และนโยบายการค้าที่ไม่แน่นอน

  • จีน: เศรษฐกิจจีนยังน่ากังวล ภาวะเงินฝืดยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง แม้สงครามการค้าจะหยุดชั่วคราว แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังคงห่างไกลกับคำว่าจบ จึงมองว่าการลงทุนในหุ้นจีนตอนนี้อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยง

  • ยุโรป: เป็นภูมิภาคที่น่าจับตา เนื่องจาก Valuation ยังถูกเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

  • ตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน): ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง โดยประเทศในตลาดเกิดใหม่หลายประเทศเป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ ซึ่งมักมีราคาอ้างอิงเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในสกุลเงินท้องถิ่นจะสูงขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้จากการส่งออกและกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • เอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่นและจีน): ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอาจทำให้บริษัทต่าง ๆ ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศในเอเชียที่อยู่นอกประเทศจีน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำหรับภูมิภาคนี้ และแม้ว่าภูมิภาคนี้จะมีความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงจะส่งผลดีต่อการส่งออกของประเทศในกลุ่มนี้

  • ทองคำ: ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยมหภาคสำคัญ เช่น หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก ทองคำจึงยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ของพอร์ตที่ช่วยลดความเสียหายในยามวิกฤต

Andrew Stotz เน้นย้ำว่า “การลงทุนระยะยาวที่ยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงการเอาชนะตลาดทุกปี แต่คือการเอาตัวรอดจากช่วงตลาดขาลง และเดินหน้าต่อได้เมื่อโอกาสกลับมา” AWS จึงไม่ได้เน้นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด แต่เน้นการลงทุนที่ลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

หากคุณกำลังมองหากลยุทธ์วางแผนมาเพื่อรับมือทุกฤดูกาลของตลาด All-Weather Strategy คือหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

All Weather Strategy พอร์ตกองทุนรวมจัดโดย A. Stotz Investment Research ออกแบบมาเพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนจากหุ้นในระยะยาว พร้อมช่วยบริหารความเสี่ยงในช่วงภาวะตลาดขาลง หากสนใจสร้างแผนการลงทุน คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://finno.me/plan-guruport-aws-ws

สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน All Weather Strategy สามารถดูพอร์ตการลงทุนได้ตามช่องทางนี้

ผ่านมือถือ/Tablet >> แอปฯ Finnomena
ผ่านคอมพิวเตอร์ >> เว็บไซต์ Finnomena

สามารถติดตามมุมมองการลงทุนรายละเอียดการปรับพอร์ตอย่างใกล้ชิดได้ที่
https://www.finnomena.com/tag/guruport-aws/

ข้อมูลติดต่อ: ฝ่ายสื่อสารการตลาด Finnomena

มะลิลา ใจพันธ์ โทร. 089-874-8982 Email: nim.malila@finbroadcasting.com

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวม ไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน | ข้อมูลและการคาดการณ์ที่ปรากฏในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...