KJL มั่นใจ Q2/67 ฟื้น รับคำสั่งซื้อแกร่ง ลุยลงทุนดันกำลังผลิตเป็น 40 ล้านชิ้น/ปี พร้อมปั้นรายได้แตะ 2 พันลบ. ภายในปี 72
KJL คาดรายได้ไตรมาส 2/67 ฟื้น รับแรงหนุนคำสั่งซื้อ แข็งแกร่ง แม้ต้นทุนเหล็กยังผันผวน พร้อมลงทุน 200 ลบ. เพิ่มกำลังผลิต-ขยายคลังสินค้า ยกระดับโลจิสติกส์ หนุนรายได้ปี 68 อยู่ที่ 1,300-1,400 ล้านบาท โต 10-15% จากปีก่อน เดินหน้าแผน 5 ปี (68-72) ปั้นรายได้แตะ 2,000 ล้านบาท
นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 2/67 จะฟื้นตัวจากไตรมาส 1/68 แม้ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กยังผันผวน แต่ปริมาณคำสั่งซื้อและกำลังการผลิตของบริษัทยังคงความแข็งแกร่ง สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่มีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคก่อสร้าง เมกะโปรเจกต์ภาครัฐ และนิคมอุตสาหกรรมใหม่
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2568 จะเติบ 10-15% หรืออยู่ที่ราว 1,300-1,400 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ระดับ 30% จากการขยายกำลังการผลิต การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายฐานลูกค้าร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า และการขยายเครือข่าย
สำหรับงบลงทุนในปีนี้ บริษัทวางไว้ประมาณ 200 ล้านบาท โดยจะใช้ลงทุนในสายการผลิตอัตโนมัติและการปรับโครงสร้างภายในโรงงาน เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ และสร้างความยืดหยุ่นในการส่งมอบให้ทันความต้องการตลาดในเชิงอุตสาหกรรม ส่งผลให้สิ้นปี 2568 บริษัทจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านชิ้นต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 33 ล้านชิ้นต่อปี
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนลงทุนที่ดินเพิ่มกว่า 6 ไร่ สำหรับก่อสร้างคลังสินค้าและโรงงานผลิตแห่งใหม่ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลจิสติกส์ในประเทศแบบครบวงจร ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการกระจายสินค้าไปยังศูนย์กลางอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
“แม้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศจะชะลอตัว แต่ผลิตภัณฑ์ตู้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า ยังคงมีความต้องการเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งจากกลุ่มลูกค้าเก่าและกลุ่มลูกค้าใหม่ ขณะเดียวกันบริษัทมีการกระจายฐานลูกค้าในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ช่วยหนุนให้ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นยังเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้”
ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าที่เป็นร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วประเทศ หรือ “KJL Network” ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 1,200 ร้าน จาก 1,000 ร้านในปีก่อน และขยายเครือข่ายช่างไฟฟ้า ผู้รับเหมา และวิศวกร เป็น 15,000 ราย จาก 10,000 รายในปี 2567 ผ่านงานสัมมนารวมพลคนไฟฟ้าและอบรมกว่า 13 ครั้งทั่วประเทศ โดยรวบรวมความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง เพื่อยกระดับความปลอดภัย และเพิ่มศักยภาพให้แก่ช่างไฟฟ้า วิศวกร หรือ ผู้ออกแบบ พร้อมทั้งเร่งเสริมศักยภาพการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดตัว “KJL Innovation Campus (KIN)” ศูนย์นวัตกรรมด้านระบบไฟฟ้าแบบครบวงจรแห่งแรกของบริษัทไทย เพื่อพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์งานระบบในนิคมอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และโรงงานผลิตระดับสากล รวมถึงเดินหน้าพัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Plastic Wall Box, Pull Box และกลุ่ม Stainless Series ซึ่งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) พร้อมจำหน่ายในรูปแบบ Stock Standard เพื่อลดระยะเวลาการผลิต รองรับงานระบบที่ต้องการสินค้าพร้อมใช้ในโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
อีกทั้งบริษัทยังมีบริการจัดส่งสินค้าแบบเร่งด่วนภายในวันเดียว “KJL Now” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์อุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการแบบ Just-In-Time ของลูกค้าโครงการ โดยเฉพาะกลุ่มช่างไฟฟ้าและผู้รับเหมาที่ต้องการความแม่นยำด้านเวลาและการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ห่างไกล
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจ 5 ปีข้างหน้า (2568-2572) รายได้จะเติบโตปีละ 10-15% โดยคาดการณ์ว่าในปี 2572 รายได้จะแตะระดับ 2,000 ล้านบาท และมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 50-60 ล้านชิ้นต่อปี