โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปากีสถานประกาศตอบโต้! อินเดียจะไม่รอดพ้นจากการถูกลงโทษ

JS100

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 15.35 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 15.32 น. • JS100:จส.100
ปากีสถานประกาศตอบโต้! อินเดียจะไม่รอดพ้นจากการถูกลงโทษ

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 รายจากการปะทะกันระหว่างอินเดียและปากีสถานในแคว้นแคชเมียร์เมื่อวันพุธ (7 พ.ค.68) หลังจากที่อินเดียยิงขีปนาวุธโจมตีปากีสถาน นำไปสู่การยิงปะทะกันตามแนวชายแดนทางตอนเหนือที่มีข้อพิพาท เป็นความรุนแรงครั้งเลวร้ายที่สุดระหว่างเพื่อนบ้านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในรอบสองทศวรรษ และเกิดขึ้นสองสัปดาห์หลังจากที่อินเดียกล่าวโทษปากีสถาน ว่าสนับสนุนการโจมตีกลุ่มนักท่องเที่ยวในแคชเมียร์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย

ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาของอินเดียและเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ระบุว่าการโจมตีของอินเดียเป็นการรุกรานที่ชั่วร้าย และจะต้องไม่ลอยนวลไปได้โดยไม่ถูกลงโทษ

คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของประเทศ (NSC) ซึ่งจัดการประชุมฉุกเฉิน โดยมีนายกรัฐมนตรีชารีฟเป็นประธานการประชุม เรียกร้องให้ชุมชนระหว่างประเทศตระหนักถึงความร้ายแรงของการกระทำผิดกฎหมายของอินเดีย และให้ถือว่าอินเดียต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดบรรทัดฐานและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ทั้งกล่าวหาว่าอินเดีย เป็นฝ่ายที่เริ่มเหตุรุนแรงและปากีสถานจะตอบสนองต่อการโจมตี เพื่อแก้แค้นให้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น และการละเมิดอำนาจอธิปไตย

ปากีสถาน เปิดเผยว่า มีพลเรือนเสียชีวิต 21 รายจากการโจมตีของอินเดีย รวมถึงเด็ก 4 ราย ในขณะที่อีก 5 รายเสียชีวิตจากการยิงปะทะกันที่ชายแดน

ส่วนอินเดียกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 รายจากการยิงของปากีสถาน

นอกจากนี้ กองทัพปากีสถาน เปิดเผยว่ายิงเครื่องบินรบของอินเดีย 5 ลำ ในบริเวณชายแดน ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงระดับสูงของอินเดียกล่าวว่าเครื่องบินรบของอินเดีย 3 ลำตกในดินแดนของปากีสถาน

#ปากีสถาน

#อินเดีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...