โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อัตราเด็กเกิดใหม่ตกต่อเนื่อง สธ.เร่งตั้งคลินิกส่งเสริมการมีบุตร 901 แห่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.21 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น.

19 กรกฎาคม 2568 นายอนุชา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์ด้านประชากร พบว่า จำนวนการตายมากกว่าการเกิด เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยในปี 2566 จำนวนการเกิดเหลือเพียง 462,240 คน จำนวนการตาย 571,646 คน และจำนวนบุตรโดยเฉลี่ยลดลงจาก 6 คนเหลือเพียง 1.12 คน

การลดลงของจำนวนประชากร คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีก อย่างน้อย 15 – 20 ปี ซึ่งปัญหาความไม่มั่นใจในการมีบุตรส่วนหนึ่งเกิดจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

นายอนุชา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุข เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้เร่งดำเนินการจัดตั้งคลินิกเพื่อส่งเสริมการมีบุตร ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 901 แห่ง แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ

ระดับที่ 1 เป็นการให้คำปรึกษาในการวางแผนครอบครัว เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ และลดความเสี่ยงในการมีบุตร โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และโรคทางพันธุกรรม

ระดับที่ 2 จะมุ่งเน้นการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) โดยขณะนี้ดำเนินการแล้ว 65 จังหวัด

ระดับที่ 3 จะเป็นการให้บริการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่จะผลักดันให้ครบทุกภาค ปัจจุบันมีคลินิกเปิดให้บริการแล้ว 3 ภาค คาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ภายในปี 2568

กระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการมีบุตร และมีบุตรยาก ด้วยบริการด้านสุขภาพต่างๆมีทีมแพทย์คอยให้คำปรึกษาในทุกด้าน ตั้งแต่ก่อนมีบุตร จนถึงหลังคลอด ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนครอบครัว ด้านยา เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ตลอดจนด้านโภชนาการที่จำเป็นต่อการมีบุตร มีโครงการอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี รายละ 600 บาท ต่อเดือน สำหรับครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคนต่อปี

ตั้งเป้าส่งเสริมและพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก เด็กปฐมวัยของภาครัฐ ให้ครอบคลุมทุกจังหวัด โดยมุ่งเน้นที่การจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กในบริเวณที่ใกล้เคียงกับที่อยู่อาศัยของประชาชน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในด้านการเดินทาง และจะมีการให้ความรู้กับผู้ดูแลศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ ยกระดับศูนย์เด็กเล็กให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...