คุมเข้มต่อเนื่อง!! รถรับ-ส่งนักเรียน เผยสถิติปี 67 อุบัติเหตุพุ่ง 40 ครั้ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 พ.ค. 2568 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2568 เวลา 04.09 น. • The Bangkok Insightรัฐบาลเข้ม "รถรับ-ส่งนักเรียน" ต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานขนส่งจังหวัด คนขับต้องมีใบอนุญาตมาแล้ว 3 ปี และต้องมีผู้ดูแลประจำรถ ละเลยโทษหนัก
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภค รายงานสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงปี 2565 – 2566 เกิดเหตุรวมเฉลี่ย 30 ครั้ง ขณะที่ปี 2567 เพียงปีเดียวเกิดเหตุมากถึง 40 ครั้ง และมีเด็กเสียชีวิตมากถึง 10 คน และตั้งแต่ต้นปี 2568 พบ เดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ เกิดเหตุแล้วมากถึง 6 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ มากถึง 5 ครั้ง มีเด็กได้รับบาดเจ็บ 60-70 ราย
จากการรวบรวมข้อมูลโดยสภาองค์กรของผู้บริโภคยังพบว่า รถรับส่งนักเรียนส่วนใหญ่ยังเป็น รถที่ไม่ได้ขออนุญาตจากนายทะเบียน โดยจากข้อมูลของ กรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 31 พ.ค. 2566 ระบุว่า มีรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์สาธารณะที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นรถรับส่งนักเรียนเพียง 3,342 คัน
ขณะที่มีการประมาณการว่า มีรถรับส่งนักเรียนมากกว่า 4.5 หมื่นคัน ที่รับ-ส่งโดยไม่ได้ขออนุญาต หรือเท่ากับมีนักเรียนกว่า 5.4 แสนคน (เปรียบเทียบรถรับส่งนักเรียน 1 คัน บรรทุกนักเรียน 12 คน ตามกฎหมายกำหนด) ที่มีความเสี่ยงในการเดินทางด้วยรถรับ-ส่งนักเรียนที่ไม่มีมาตรการจัดการความปลอดภัย
รัฐบาลห่วงใยความปลอดภัยเด็ก นักเรียน เน้นย้ำให้ผู้ประกอบอาชีพรถรับส่งนักเรียน ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของกรมการขนส่งทางบกที่ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน โดยอนุญาตให้นำรถที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน ทั้งรถสองแถวและรถตู้มาใช้เป็นรถรับ-ส่งนักเรียนได้ ต้องมีการรับรองจากโรงเรียนหรือสถานศึกษา สำหรับมาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ดังนี้
1. ห้ามติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกรอบคัน
2. ที่นั่งผู้โดยสารต้องยึดแน่นอย่างมั่นคงแข็งแรง และต้องไม่มีพื้นที่สำหรับนักเรียนยืน โดยรถสองแถวต้องมีประตูและที่กั้นป้องกันนักเรียนตก ส่วนรถตู้ต้องจัดวางที่นั่งเป็นแถวตอน ตามความกว้างของตัวรถเท่านั้น
3. รถที่รับส่งต้องผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานขนส่งจังหวัด ที่โรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัดที่อยู่
4. มีเครื่องมือที่จำเป็นกรณีฉุกเฉิน อาทิ เครื่องดับเพลิง หรือค้อนทุบกระจก วัสดุภายในรถส่วนของผู้โดยสารต้องไม่มีส่วนแหลมคม
5. รถรับส่งนักเรียนทุกคันต้องติดแผ่นป้ายพื้นสีส้ม มีข้อความตัวอักษรสีดำว่า รถโรงเรียน ติดอยู่ด้านหน้าและด้านท้าย พร้อมไฟสัญญาณ
6. ผู้ขับต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะต้องได้รับแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีผู้ดูแลนักเรียนประจำอยู่ในรถ
7. เช็กชื่อนักเรียนทั้งขึ้นและลงพร้อมมีคนคอยดูแลนอกจากคนขับรถตลอดเส้นทาง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรถบริการรับส่งนักเรียน ต้องตรวจสอบสภาพรถและการบริการให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย มีการรับรองการใช้รถจากโรงเรียน ตามมาตรฐานตามที่กรมการขนส่งกำหนด
ขณะเดียวกัน ขอให้สถานศึกษาทุกแห่ง ตรวจสอบความเรียบร้อยของโครงสร้างพื้นฐานทางการจราจรที่ปลอดภัยทั้งในสถานศึกษาและบริเวณโดยรอบ เช่น การติดตั้งไฟสัญญาณและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่สามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ครม. ไฟเขียวข้อเสนอ กสม. ป้องกันซ้ำรอยไฟไหม้รถทัศนศึกษา
- จ่อของบครม. 4.500 ล้าน โครงการ ODOS เฟสใหม่ แจก 7,200 ทุน
- SCB แจงเก็บค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างธนาคาร 5 บาท เฉพาะลูกค้านิติบุคคล
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx