โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เห็นชอบแล้ว ครม. เดินหน้า 2 มาตรการ แก้มลพิษข้ามแดนสู่ลุ่มน้ำภาคเหนือ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 10.15 น.

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 — คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเด็นมลพิษข้ามพรมแดน หลังพบการปนเปื้อนของโลหะหนักในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายจากแหล่งกำเนิดในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ชายแดนของไทย และอาจลุกลามสู่ลุ่มแม่น้ำโขงในอนาคต

2 มาตรการหลัก

รัฐบาลได้จัดทำแนวทางแก้ไขเป็น 2 มาตรการหลัก ได้แก่

1. มาตรการภายในประเทศ

  • กรมควบคุมมลพิษ จะเพิ่มความถี่ในการเก็บตัวอย่างน้ำและตะกอนดิน พร้อมทั้งพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง
  • กระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินการตรวจคัดกรองโรคจากโลหะหนักให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • การประปาส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันจัดหาน้ำดื่มสะอาดสำรอง และวางแผนระยะยาวเพื่อจัดหาแหล่งน้ำดิบที่ปลอดภัย
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมประเมินผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว พร้อมกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
  • สนับสนุนงบประมาณ เพื่อขจัดสารพิษ ฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ปนเปื้อน และอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศ
  • คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงเหนือ เป็นหน่วยประสานหลักและเสนอให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ปรับปรุงองค์ประกอบของอนุกรรมการทรัพยากรน้ำใน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

2. มาตรการระหว่างประเทศ

  • กระทรวงการต่างประเทศ จะเร่งเจรจากับประเทศต้นทางของมลพิษ เพื่อให้ยุติกิจกรรมเหมืองแร่ที่เป็นสาเหตุของมลภาวะ โดยใช้กลไกความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค
  • กระทรวงการต่างประเทศจะมีการกำหนดแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ผ่านกรอบความร่วมมือต่างๆ รวมถึงพัฒนากฎหมายภายในประเทศให้สามารถรองรับการจัดการ ป้องกัน และเยียวยาผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ครม. มอบหมายให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรายงานผลความคืบหน้าต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...