ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ‘เราเป็นค่ายรถเล็ก แต่เล็กพริกขี้หนู’
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
“ตลาดประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญของซูซูกิ ดังนั้นเราจะไม่ยอมแพ้”
นี่คือคำกล่าวที่แสดงถึงความมุ่งมั่น และความตั้งใจจริงของ “ทาดาโอะมิ ซูซูกิ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หลังจาก “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ ถึงแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจของค่ายรถยนต์ “ซูซูกิ” ในประเทศไทย
ปีที่ผ่านมา “ซูซูกิ” ได้ประกาศแผนงานชัดเจนว่า ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ตัดสินใจยุติการผลิตที่โรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัทในเครือในประเทศไทย “บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด” ในช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2568 นี้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนโครงสร้างการผลิตของซูซูกิทั่วโลก
แม่ทัพใหญ่ของ “ซูซูกิ ไทยแลนด์” ได้ฉายภาพการดำเนินธุรกิจไว้อย่างชัดเจน ไปติดตามกัน
Q : ยืนยัน 2 รุ่นใหม่เสริมทัพ
ที่ผ่านมาอาจจะดูเหมือนว่า ซูซูกิเงียบหายไป หลังจากที่เราออกมาประกาศข่าวเรื่องความชัดเจนของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนั้น แต่ตลอดช่วงเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
ตามแผนธุรกิจที่เราประกาศว่า ในปี 2568 หรือปีนี้ ซูซูกิจะส่งรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดในไตรมาส 3 โดยจะเป็นการนำเข้ารถยนต์ครอสโอเวอร์ หรือบี-เอสยูวี อย่างซูซูกิ ฟรองซ์ (SUZUKI FRONX) เข้ามาจำหน่ายเป็นรุ่นแรก หลังจากบริษัทปรับนโยบายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
และช่วงปลายปีจะมีรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง ซูซูกิ อี วิทารา (e VITARA) ออกสู่ตลาดอีก 1 รุ่น
Q : มีโอกาสทำตลาด Kei Car
สำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก อย่างรถ Kei Car เค-คาร์ ที่ได้รับความนิยมสูงมากในญี่ปุ่น โดยซูซูกิถือเป็นผู้นำตลาดเบอร์ต้น ๆ
และวันนี้เราต้องบอกว่า อะไรที่มี “โอกาส” มีความต้องการ ซูซูกิก็พร้อมที่จะพิจารณา อนาคตก็มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่เราจะนำรถรุ่นนี้เข้ามาจำหน่าย แต่อาจจะขยับไปในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าเลยหรือไม่ ต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง
Q : ชูจุดแข็งความเป็นยูนีค
เนื่องจากซูซูกิ เราถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีความเป็นยูนีค มีความเฉพาะตัวสูง
หลังจากนี้จะเห็นโปรดักต์ไลน์ของเรา จะมีการแนะนำรถยนต์ที่มีความเฉพาะตัวสูงออกสู่ตลาด อย่างซูซูกิ จิมนี่ หรือแม้แต่รถซูซูกิ ฟรองซ์ (SUZUKI FRONX) ก็รุ่นที่พัฒนามา เพื่อรองรับตลาดโลก และจากนี้ไป เราจะมีรถที่มีความยูนีคสูงเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง
ความยูนีคของซูซูกิ เรามีความชัดเจน ในเรื่องของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า มีความโดดเด่นทั้งเรื่องของดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า ราคาเข้าถึงได้ง่าย และมีการบริการหลังการขาย เพื่อดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน
ซูซูกิมีความเชื่อมั่นว่า จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้เลือกเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของซูซูกิ
Q : เป้าหมายปีนี้
ตลาดประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพค่อนข้างสูง แม้ว่าปีที่ผ่านมายอดขายเราทำได้เพียง 5,654 คัน
ตรงนี้ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยลบทั้งสภาพเศรษฐกิจ และสถานการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์
แต่ก็ปฏิเสธได้ว่ายอดที่หายไป ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความมั่นใจ หลังจากเราประกาศเตรียมยุติโรงงานที่ จ.ระยอง
แต่สำหรับปีนี้ ซูซูกิตั้งเป้าจะมียอดขายที่ 8,000 คัน โดย 6,000 คัน จะเป็นยอดขายมาจากรุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งสวิฟท์, เซเลริโอ้, แครี่, เอ็กซ์แอล 7
ส่วนยอดขายอีก 2,000 คันนั้น หลัก ๆ จะมาจากรถยนต์รุ่นใหม่ ซูซูกิ ฟรองซ์ (SUZUKI FRONX) นั่นเอง
Q : หวังกลับไปมียอดขายระดับ 5 หลัก
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง สงครามราคา และผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้า โดยเฉพาะในส่วนของงานบริการหลังการขาย และนโยบายที่ชัดเจนว่า ไม่มีการเข้าร่วมสงครามราคา
ซูซูกิมุ่งเน้นงานบริการหลังการขาย เห็นได้จากความมั่นใจของเราที่จัดแคมเปญ WORRY FREE PROGRAM 777 ให้แก่ลูกค้าโปรแกรมบำรุงรักษาฟรี 7 ปี, การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 7 ปี ถือเป็นการตอกย้ำความใส่ใจที่การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและคุ้มค่าแล้ว
ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ซูซูกิได้อย่างชัดเจน
แน่นอนว่าเราไม่ได้พอใจกับยอดขายแค่ 4 หลัก เป้าหมายซูซูกิ เราต้องการกลับไปมียอดขายในระดับ 5 หลักให้ได้ และตามแผนงานที่บริษัทได้ว่าไว้ภายในปี 2027 หรือปี 2570 ซูซูกิจะต้องมียอดขายกลับไปที่ระดับ “หมื่นคัน” เป็นอย่างน้อย
ส่วนโชว์รูมและศูนย์บริการปัจจุบันมี 80 แห่ง ถือว่าเพียงพอกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมาจากสภาพโดยรวม เราไม่ต้องการให้ดีลเลอร์เร่งขยายโชว์รูมท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว
ซูซูกิ และดีลเลอร์กลับทำงานอย่างหนักร่วมกันในส่วนของงานบริการหลังการขาย เพราะเราเชื่อมั่นว่า หลังจากส่งรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด จะทำให้สถานการณ์โดยรวมของเรากลับมา และสามารถเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง
ในช่วงปีกว่า ๆ หลังจากเราประกาศนโยบายนำเข้ารถยนต์มาจำหน่ายนั้น มีนักลงทุนหลาย ๆ คนก็ชะลอการลงทุน เพื่อรอดูว่าซูซูกิจะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด วันนี้เราก็ได้เดินตามนโยบายที่ประกาศไว้ เราจะมีรถยนต์ 2 รุ่นเปิดตัว ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน
สุดท้าย “ทาดาโอะมิ ซูซูกิ” ได้กล่าวอย่างถ่อมตัวว่า ซูซูกิเป็นค่ายรถยนต์เล็ก ๆ แต่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำตลาดในประเทศไทย
แม้ซูซูกิจะเป็นค่ายรถที่เล็ก แต่เป็น “เล็กพริกขี้หนู”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ‘เราเป็นค่ายรถเล็ก แต่เล็กพริกขี้หนู’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net