โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ‘เราเป็นค่ายรถเล็ก แต่เล็กพริกขี้หนู’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 พ.ค. 2568 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 00.45 น.
ทาดาโอะมิ ซูซูกิ

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

“ตลาดประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญของซูซูกิ ดังนั้นเราจะไม่ยอมแพ้”

นี่คือคำกล่าวที่แสดงถึงความมุ่งมั่น และความตั้งใจจริงของ “ทาดาโอะมิ ซูซูกิ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หลังจาก “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ ถึงแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจของค่ายรถยนต์ “ซูซูกิ” ในประเทศไทย

ปีที่ผ่านมา “ซูซูกิ” ได้ประกาศแผนงานชัดเจนว่า ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ตัดสินใจยุติการผลิตที่โรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัทในเครือในประเทศไทย “บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด” ในช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2568 นี้ และถือเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนโครงสร้างการผลิตของซูซูกิทั่วโลก

แม่ทัพใหญ่ของ “ซูซูกิ ไทยแลนด์” ได้ฉายภาพการดำเนินธุรกิจไว้อย่างชัดเจน ไปติดตามกัน

Q : ยืนยัน 2 รุ่นใหม่เสริมทัพ

ที่ผ่านมาอาจจะดูเหมือนว่า ซูซูกิเงียบหายไป หลังจากที่เราออกมาประกาศข่าวเรื่องความชัดเจนของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนั้น แต่ตลอดช่วงเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง

ตามแผนธุรกิจที่เราประกาศว่า ในปี 2568 หรือปีนี้ ซูซูกิจะส่งรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดในไตรมาส 3 โดยจะเป็นการนำเข้ารถยนต์ครอสโอเวอร์ หรือบี-เอสยูวี อย่างซูซูกิ ฟรองซ์ (SUZUKI FRONX) เข้ามาจำหน่ายเป็นรุ่นแรก หลังจากบริษัทปรับนโยบายการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

และช่วงปลายปีจะมีรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง ซูซูกิ อี วิทารา (e VITARA) ออกสู่ตลาดอีก 1 รุ่น

Q : มีโอกาสทำตลาด Kei Car

สำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก อย่างรถ Kei Car เค-คาร์ ที่ได้รับความนิยมสูงมากในญี่ปุ่น โดยซูซูกิถือเป็นผู้นำตลาดเบอร์ต้น ๆ

และวันนี้เราต้องบอกว่า อะไรที่มี “โอกาส” มีความต้องการ ซูซูกิก็พร้อมที่จะพิจารณา อนาคตก็มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่เราจะนำรถรุ่นนี้เข้ามาจำหน่าย แต่อาจจะขยับไปในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าเลยหรือไม่ ต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง

Q : ชูจุดแข็งความเป็นยูนีค

เนื่องจากซูซูกิ เราถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีความเป็นยูนีค มีความเฉพาะตัวสูง

หลังจากนี้จะเห็นโปรดักต์ไลน์ของเรา จะมีการแนะนำรถยนต์ที่มีความเฉพาะตัวสูงออกสู่ตลาด อย่างซูซูกิ จิมนี่ หรือแม้แต่รถซูซูกิ ฟรองซ์ (SUZUKI FRONX) ก็รุ่นที่พัฒนามา เพื่อรองรับตลาดโลก และจากนี้ไป เราจะมีรถที่มีความยูนีคสูงเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

ความยูนีคของซูซูกิ เรามีความชัดเจน ในเรื่องของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า มีความโดดเด่นทั้งเรื่องของดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า ราคาเข้าถึงได้ง่าย และมีการบริการหลังการขาย เพื่อดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน

ซูซูกิมีความเชื่อมั่นว่า จะทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้เลือกเข้ามาเป็นหนึ่งในครอบครัวของซูซูกิ

Q : เป้าหมายปีนี้

ตลาดประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพค่อนข้างสูง แม้ว่าปีที่ผ่านมายอดขายเราทำได้เพียง 5,654 คัน

ตรงนี้ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยลบทั้งสภาพเศรษฐกิจ และสถานการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์

แต่ก็ปฏิเสธได้ว่ายอดที่หายไป ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความมั่นใจ หลังจากเราประกาศเตรียมยุติโรงงานที่ จ.ระยอง

แต่สำหรับปีนี้ ซูซูกิตั้งเป้าจะมียอดขายที่ 8,000 คัน โดย 6,000 คัน จะเป็นยอดขายมาจากรุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งสวิฟท์, เซเลริโอ้, แครี่, เอ็กซ์แอล 7

ส่วนยอดขายอีก 2,000 คันนั้น หลัก ๆ จะมาจากรถยนต์รุ่นใหม่ ซูซูกิ ฟรองซ์ (SUZUKI FRONX) นั่นเอง

Q : หวังกลับไปมียอดขายระดับ 5 หลัก

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง สงครามราคา และผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้า โดยเฉพาะในส่วนของงานบริการหลังการขาย และนโยบายที่ชัดเจนว่า ไม่มีการเข้าร่วมสงครามราคา

ซูซูกิมุ่งเน้นงานบริการหลังการขาย เห็นได้จากความมั่นใจของเราที่จัดแคมเปญ WORRY FREE PROGRAM 777 ให้แก่ลูกค้าโปรแกรมบำรุงรักษาฟรี 7 ปี, การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 7 ปี ถือเป็นการตอกย้ำความใส่ใจที่การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและคุ้มค่าแล้ว
ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ซูซูกิได้อย่างชัดเจน

แน่นอนว่าเราไม่ได้พอใจกับยอดขายแค่ 4 หลัก เป้าหมายซูซูกิ เราต้องการกลับไปมียอดขายในระดับ 5 หลักให้ได้ และตามแผนงานที่บริษัทได้ว่าไว้ภายในปี 2027 หรือปี 2570 ซูซูกิจะต้องมียอดขายกลับไปที่ระดับ “หมื่นคัน” เป็นอย่างน้อย

ส่วนโชว์รูมและศูนย์บริการปัจจุบันมี 80 แห่ง ถือว่าเพียงพอกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมาจากสภาพโดยรวม เราไม่ต้องการให้ดีลเลอร์เร่งขยายโชว์รูมท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว

ซูซูกิ และดีลเลอร์กลับทำงานอย่างหนักร่วมกันในส่วนของงานบริการหลังการขาย เพราะเราเชื่อมั่นว่า หลังจากส่งรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด จะทำให้สถานการณ์โดยรวมของเรากลับมา และสามารถเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง

ในช่วงปีกว่า ๆ หลังจากเราประกาศนโยบายนำเข้ารถยนต์มาจำหน่ายนั้น มีนักลงทุนหลาย ๆ คนก็ชะลอการลงทุน เพื่อรอดูว่าซูซูกิจะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด วันนี้เราก็ได้เดินตามนโยบายที่ประกาศไว้ เราจะมีรถยนต์ 2 รุ่นเปิดตัว ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน

สุดท้าย “ทาดาโอะมิ ซูซูกิ” ได้กล่าวอย่างถ่อมตัวว่า ซูซูกิเป็นค่ายรถยนต์เล็ก ๆ แต่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำตลาดในประเทศไทย

แม้ซูซูกิจะเป็นค่ายรถที่เล็ก แต่เป็น “เล็กพริกขี้หนู”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทาดาโอะมิ ซูซูกิ ‘เราเป็นค่ายรถเล็ก แต่เล็กพริกขี้หนู’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...