โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ไทย-กัมพูชา อาจมองสหรัฐหักหลัง หากยอมหยุดยิงแต่ปิดดีลการค้าไม่ได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 07.06 น.
AP

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ไทย-กัมพูชา อาจมองสหรัฐหักหลัง หากยอมหยุดยิงแต่ปิดดีลการค้าไม่ได้

จากความคืบหน้าล่าสุดในสถานการณ์การปะทะระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชา ที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย และสมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชารีบมีการหยุดยิงทันที โดยขู่ว่าจะไม่ยอมบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับทั้งสองประเทศหากการสู้รบยังไม่ยุติลงนั้น

ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเกรเกอรี โพลลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (CSIS) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐได้ออกมาให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว

โพลลิงกล่าวว่า การที่ทรัมป์เข้ามาช่วยเร่งให้ไทยและกัมพูชาเจรจาหยุดยิงเร็วขึ้นอาจเป็นเรื่องดี แต่เตือนว่าทั้งไทยและกัมพูชา รวมถึงสาธารณชนของทั้งสองประเทศอาจไม่พอใจที่สหรัฐใช้การเจรจาการค้ามาเป็นเครื่องมือในการบีบให้ไทยและกัมพูชาหยุดยิง

โพลลิงกล่าวอีกว่า นอกจากนั้น หากกัมพูชาและไทยยอมหยุดยิงแต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐได้ทันก่อนเส้นตายในวันที่ 1 สิงหาคม ก็อาจทำให้ทั้งสองประเทศมองว่าสหรัฐหักหลังได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้เชี่ยวชาญชี้ ไทย-กัมพูชา อาจมองสหรัฐหักหลัง หากยอมหยุดยิงแต่ปิดดีลการค้าไม่ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...