ย้อนคดี ‘ลิม กิมยา’ ผู้ยืนหยัดสู้ระบอบฮุนเซน ถูกลอบสังหารกลางกรุงเทพฯ
จากกรณีข่าวที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปเสียง"ฮุน เซน" สั่งคนสนิท"เคลียง ฮวด" ตามล่ากลุ่มผู้เห็นต่างในประเทศไทย โดยเน้นย้ำ เป็นหรือตายไม่สน จนเป็นเหตุให้หลายคนโยงคดีการลอบยิง"ลิม กิมยา" อดีตนักเคลื่อนไหวและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านของประเทศกัมพูชา ถูกลอบยิงดับกลางกรุงเทพฯ ชี้เป็นการล้ำเส้นอธิปไตยไทยครั้งร้ายแรง ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
โดยวันนี้ทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ขอพาย้อนรอยเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งสังคมไทยและเวทีการเมืองระหว่างประเทศ กับคดีลอบสังหาร “ลิม กิมยา” ผู้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และยืนหยัดต่อต้านระบอบเผด็จการของ ฮุน เซน มาอย่างยาวนาน พร้อมกับคำถามที่ว่า มันคือความเสี่ยงที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองในภูมิภาคอาเซียนต้องเผชิญ แม้ในดินแดนที่ควรเป็น “พื้นที่ปลอดภัย”
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2568 สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งเหตุชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เหตุเกิดบริเวณตรงข้ามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ถนนบวรนิเวศน์ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ก่อนเดินทางตรวจสอบพบ"ลิม กิมยา" อายุ 74 ปี สวมเสื้อโปโลสีดำ กางเกงขาสั้นครีม บาดเจ็บสาหัส กระสุนเข้าที่ชายโครงขวาและหัวไหล่ขวาอย่างละนัด จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จนกระทั่งพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุยิง โดยผู้ก่อเหตุที่ถูกออกหมายจับ "เอกลักษณ์ แพน้อย" อายุ 41 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พกอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ต่อมามีการรายงานว่า ชุดสืบสวน บช.น. ร่วมกับตำรวจกัมพูชา สามารถแกะรอยติดตามจับกุม"เอกลักษณ์" หรือ จ่าเอ็ม ได้ ขณะหลบหนีอยู่ที่ จ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา หลังจากก่อเหตุบุกยิง"ลิม กิมยา" เสียชีวิตบริเวณตรงข้ามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
สำหรับ"เอกลักษณ์" หรือ จ่าเอ็ม เคยรับราชการเป็นทหารเรือ สังกัดตำแหน่งช่าง แผนกเครื่องมือเดินเรือ กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ กรมอิเล็กทรอนิกส์ ทหารเรือ และตำแหน่งในยามสงคราม คือผู้บังคับหมู่ปืนใหญ่ที่ 8 ส่วนยิง จบจากโรงเรียนจ่าทหารเรือ
ทั้งนี้ เคยกระทำความผิดและถูกลงทัณฑ์ทางวินัยขัง 2 ครั้ง เมื่อปี 2564 และ ปี 2565 จากนั้นมาถึงปี 2566 มีความผิดฐานขาดราชการ ทางกองทัพเรือ จึงพิจารณาให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2566…