โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบเดิม จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลาง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น.

ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบเดิม จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลาง นักลงทุนต่างพากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 16-20 มิถุนายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (16/6) ที่ระดับ 32.48/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/6) ที่ระดับ 32.44/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันศุกร์ (13/6) มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ประจำเดือน มิ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 60.5 จุดสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 53.5 จุดจากระดับ 52.2 จุดในเดือน พ.ค. โดยดัชนีดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและสงครามการค้าหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนผันการบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อประเทศคู่ค้าออกไปเป็นเวลา 90 วัน

นอกจากนี้ผู้บริโภคยังคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในช่วง 1 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้น 5.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ในเดือน พ.ค. ที่คาดว่าจะเพิ่ม 6.6%

แห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

ทั้งนี้บรรดานักลงทุนต่างพากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย อาทิเช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ หลังจากที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีฐานทัพและโรงงานผลิตนิวเคลียร์ของอิหร่านในวันศุกร์ (13/6) ส่งผลให้อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิสราเอเพื่อเป็นการตอบโต้ หนุนให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้น

โดยในวันเสาร์ (14/6) ซัยยิด บาดร์ บิน ฮามัด บิน ฮามูด อัลบูไซดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมานเปิดผยว่า การเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมรอบที่ 6 ระหว่างอิหร่านและสหรัฐในวันอาทิตย์ (15/6) ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน จะไม่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านแจ้งแก่ประเทศที่เป็นคนกลางอย่างโอมานและกาตาร์ว่า อิหร่านจะยอมเจรจาอย่างจริงจังก็ต่อเมื่ออิหร่านได้ตอบโต้อย่างสาสมแล้วเท่านั้น

ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า รัฐบาลอิหร่านได้ขอให้โอมาน กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย ช่วยกดดัน ปธน.ทรัมป์ให้ใช้อิทธิพลต่อนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เพื่อให้เกิดการหยุดยิงโดยเร็วที่สุด โดยอิหร่านพร้อมจะแสดงความยืดหยุ่นในการเจรจาปัญหานิวเคลียร์เป็นการตอบแทน

นอกจากนี้ในวันจันทร์ (16/6) ยังมีการประชุมของผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 โดยหารือกันในประเด็นการค้าโลก ท่ามกลางความพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่เกิดจากสงครามภาษีและแนวทางการทูตแบบฝ่ายเดียวของประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระหว่างการประชุมมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาและเจ้าภาพการประชุมเตือนว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญภาวะแตกแยกและอันตรายยิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์แสดงจุดยืนชัดว่าเขาไม่เห็นพ้องกับชาติพันธมิตรในหลายเรื่อง โดยหนึ่งในประเด็นที่เขาเน้นย้ำคือการขับรัสเซียออกจากกลุ่ม G7 เมื่อปี 2557 หลังจากรัสเซียเข้ายึดและผนวกรวมไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ซึ่งทรัมปชี้ว่าการขับรัสเซียออกจากกลุ่มถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และสำหรับการประชุม G7 ในวันอังคาร (17/6) จะเป็นวาะว่าด้วยสถานการณ์ยูเครน โดยประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน คาดว่าจะเรียกร้องให้ผู้นำ G7 รวมพลังกันเพื่อยุติสงครามที่รัสเซียก่อขึ้นต่อยูเครน

เฟดคงดอกเบี้ย

สำหรับในวันพุธที่ผ่านมา (18/6) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25-4.50% ตามการคาดการณ์ของตลาด และจากข้อมูลที่เฟดได้รับมา บ่งชี้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง แม้ว่าความผันผวนของยอดส่งออกสุทธิได้ส่งผลกระทบต่อข้อมูลก็ตาม ขณะที่อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

คณะกรรมการ FOMC พยายามหาแนวทางที่จะบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในระยะยาว ส่วนความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจลดลงแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง และคณะกรรมการยังคงให้ความสนใจกับความเสี่ยงที่จะมีต่อ Dual Mandate ของเฟด คือการจ้างงานที่ขยายตัวอย่างเต็มศักยภาพและอัตราเงินเฟ้อที่เคลื่อนตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว คณะกรรมการได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 4.25-4.50% ส่วนในการพิจารณาเรื่องขนาดและเวลาของการปรับช่วงเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเพิ่มเติมนั้น คณะกรรมการจะใช้ความระมัดระวังในการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจที่จะได้รับในวันข้างหน้า รวมทั้งแนวโน้มของพัฒนาการทางเศรษฐกิจ และสมดุลของความเสี่ยง

คณะกรรมการจะยังคงปรับลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) นอกจากนี้ คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นอย่างมากในการสนับสนุนการจ้างงานที่ขยายตัวอย่างเต็มศักยภาพ และทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ส่วนในการประเมินแนวทางที่เหมาะสมของนโยบายการเงินนั้น คณะกรรมการจะยังคงจับตาข้อมูลแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะได้รับในวันข้างหน้า ขณะเดียวกันคณะกรรมการจะเตรียมความพร้อมเพื่อปรับแนวทางนโยบายการเงินตามความเหมาะสม หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เฟดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ของคณะกรรมการ

นอกจากนี้ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดได้จัดแถลงข่าวหลังการประชุมนโยบายการเงินกล่าวว่า นโยบายการเงินอาจจะสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง แต่ในระยะใกล้นี้ เขายังไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจะอ่อนแอลง โดยคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจากราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้ เนื่องจากผลกระทบจากภาษีศุลกากรของ ธปท.โดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลต่อผู้บริโภคสหรัฐ

ขณะที่นายพาวเวลล์ไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน และความเสี่ยงที่ความขัดแย้งดังกล่าวจะมีต่อตลาดน้ำมันโลกหรือตลาดอื่น ๆ โดยกล่าวเพียงว่า แม้ว่าราคาพลังงานอาจจะปรับตัวสูงขึ้น แต่โดยทั่วไปแล้วการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานมักจะอ่อนตัวลงในภายหลัง และม่มีผลกระทบที่ยั่งยืนต่อเงินเฟ้อ โดยตลาดยังจับตาดูทิศทางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านอย่างใกล้ชิด และรอดูท่าทีของชาติมหาอำนาจต่าง ๆ ต่อข้อพิพาทระหว่างสองชาติ

จับตาการเมืองในประเทศ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ออกมาแถลงขออภัยประชาชนที่เกิดความไม่สบายใจจากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากันพูชา ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวาน (18/6) เพราะไม่ทราบว่าจะถูกบันทึกคลิปไว้ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศได้ทำหนังสือประท้วงการกระทำของฝ่ายกัมพูชาไปแล้ว และนายกรัฐมนตรียังระบุว่า จากนี้จะระมัดระวังการพูดคุยกับทางฝ่ายกัมพูชามากขึ้น

นายกฯกล่าวอีกว่า ได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 และทางกองทัพแล้ว ซึ่งมีความเข้าใจกันดี รัฐบาลและกองทัพพร้อมผนึกกำลังสู้กับภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ โดยย้ำวาจะใช้แนวทางสันติวิธี เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไทยในกัมพูชาและประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน ขณะที่ฝ่ายค้านมีการออกมากดดันให้ลาออกหรือยุบสภา

นอกจากนี้ตลาดยังจับตาดูทิศทางการชุมนุมต่อต้านนายกรัฐมนตรีโดยมวลชนกลุ่มต่างๆ ซึ่งจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.38-32.94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (20/6) ที่ระดับ 32.86/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (16/6) ที่ระดับ 1.1540/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/6) ที่ระดับ 1.1536/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันจันทร์ (16/6) นายโยอาคิม นาเกล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (Bundesbank) กล่าวว่า ขณะนี้เงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ในระดับเป้าหมายแล้ว และคาดว่าจะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด อ

ย่างไรก็ตามธนาคารกลางยุโรป (ECB) ควรเก็บทางเลือกทั้งหมดไว้เพื่อความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายในอนาคตท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน โดยนาเกลคาดว่าเศรษฐิจเยอรมนีในไตรมาสที่ 2 อาจจะชะงักงันและสงครามการค้าอาจทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีเติบโตลดลงถึง 0.75% ในระยะกลาง

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1445-1.1614 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (20/6) ที่ระดับ 1.1515/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (16/6) ที่ระดับ 144.18/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/6) ที่ระดับ 143.54/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันจันทร์ (16/6) นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ มีโอกาสพบกันเป็นเวลา 30 นาที ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7 ซึ่งญี่ปุ่นหวังว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนในการผลักดันข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศ แต่การหารือดังกล่าวยังไม่สามารถนำไปสู่การลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ซึ่งทางอิชิบะระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นไม่ตรงกันในบางประเด็น และปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าเป็นประเด็นใดบ้าง และในช่วงเช้าวันอังคาร (17/6) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% นอกจากนี้ BOJ ประกาศว่าจะชะลอความเร็วในการลดซื้อพันธบัตรรัฐบาลตั้งแต่เดือน เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า BOJ จะดำเนินการปรับนโยบายการเงินสู่ระดับปกติอย่างรอบคอบระมัดระวังตามการคาดการณ์ของตลาด

ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 143.63-145.76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (20/6) ที่ระดับ 145.35/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบเดิม จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...