โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดรีลานเดนพุนต์” พรมแดน 3 ประเทศ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เยอรมนี ตัวอย่างจัดการพรมแดนอย่างสันติ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.27 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 07.01 น.
หลักเขต 3 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเยอรมนี (ภาพ : Frans Berkelaar, CC BY-SA 2.0 https://creativecommons.org/licenses/by-sa/2.0, via Wikimedia Commons)

“ดรีลานเดนพุนต์” จุดบรรจบพรมแดน 3 ประเทศ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเยอรมนี ตัวอย่างจัดการพรมแดนอย่างสันติ

“พรมแดน” เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีประเด็นเพียงเสี้ยวมิลลิเมตรก็อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่ถ้าร่วมกันแก้ไขและพัฒนาอย่างสันติ พื้นที่นั้นก็สามารถอำนวยประโยชน์ให้ทุกฝ่ายได้เช่นกัน

อย่าง ดรีลานเดนพุนต์ (Drielandenpunt) ซึ่งเป็นจุดพบกันของชายแดน 3 ประเทศ คือ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และ เยอรมนี ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสามารถเที่ยว 3 ประเทศได้ในไม่กี่วินาที ด้วยการวนรอบหลักเขต

ดรีลานเดนพุนต์ ตั้งอยู่บนยอดเขาวาลเซอร์เบิร์ก (Vaalserberg) ในเมืองวาลส์ จังหวัดลิมเบิร์ก ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีความสูง 322.4 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ถือเป็นจุดที่สูงที่สุดของเนเธอร์แลนด์

ที่นี่กินพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แต่กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งในแง่สัญลักษณ์ความร่วมมือข้ามพรมแดนระหว่าง 3 ประเทศในยุโรป

ทว่าถ้าย้อนไปในศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 บริเวณดังกล่าวเคยเป็นพรมแดนถึง 4 ประเทศ โดยมี นิวทรัล มอเรสเนต (Neutral Moresnet) เป็นประเทศที่ 4

เรื่องของเรื่อง คือ หลังสงครามนโปเลียนสิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1815 มีการจัดระเบียบยุโรปใหม่ แต่เกิดปัญหาเมื่อเนเธอร์แลนด์ (ที่ตอนนั้นรวมเบลเยียมเข้าไปด้วย) และปรัสเซีย ต่างต้องการควบคุมเหมืองแร่สังกะสี แหล่งความมั่งคั่งในพื้นที่มอเรสเนต

ใน การประชุมใหญ่แห่งเวียนนา (The Congress of Vienna) ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 1814 ถึงเดือนมิถุนายน ปี 1815 มีความพยายามรักษาดุลอำนาจหลังจักรวรรดินโปเลียนล่มสลาย แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติเป็นที่น่าพอใจของฝ่ายต่างๆ ได้

ท้ายสุดจึงนำสู่การกำเนิดดินแดน“นิวทรัล มอเรสเนต” ในปี 1816 ครอบคลุมอาณาบริเวณ 3.4 ตารางกิโลเมตร ปกครองร่วมกันโดยเนเธอร์แลนด์และปรัสเซีย มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ที่นั่น

จุดเด่นของประเทศเล็กๆ แห่งนี้ คือ เก็บภาษีในอัตราที่ต่ำ ไม่มีภาษีนำเข้า และประชากรไม่ต้องเกณฑ์ทหาร กลายเป็นการดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้เข้ามาตั้งรกราก ทั้งยังเป็นถิ่นของผู้ใช้ภาษา “เอสเปรันโต” (Esperanto) ซึ่งเป็นภาษาที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 อีกด้วย

ต่อมา เมื่อเบลเยียมได้รับเอกราชจากเนเธอร์แลนด์ในปี 1830 นิวทรัล มอเรสเนต ก็กลายเป็นดินแดนภายใต้การปกครองของเบลเยียมและปรัสเซีย กระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 เยอรมนีบุกเบลเยียมและยึดครองดินแดนนี้ จากนั้นในปี 1915 เยอรมนีก็ผนวกนิวทรัล มอเรสเนต เข้าเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง

แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดสนธิสัญญาแวร์ซาย (Treaty of Versailles) ก็ระบุว่า ให้นิวทรัล มอเรสเนต เป็นของเบลเยียมอย่างถาวร

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อนิวทรัล มอเรสเนต เป็นของเบลเยียม (ที่ได้รับเอกราชจากเนเธอร์แลนด์แล้ว) และมีชายแดนติดกับเยอรมนี แล้วทำไมดรีลานเดนพุนต์ถึงเป็นจุดชายแดนของเนเธอร์แลนด์อยู่อีก?

คำตอบในเชิงกฎหมายโดยคร่าวๆ ก็คือ เพราะเนเธอร์แลนด์ไม่เคยสูญเสียดินแดนบริเวณนี้ และการสิ้นสุดนิวทรัล มอเรสเนต คือการให้เบลเยียมรับช่วงดินแดนที่เคยเป็นดินแดนกลาง ไม่ใช่ดินแดนของเนเธอร์แลนด์นั่นเอง

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเยอรมนี ได้ร่วมมือกันพัฒนาจุดบรรจบพรมแดน 3 ประเทศ ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความร่วมมือ โดยแต่ละประเทศได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในดินแดนของตน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มาเยือน

อย่างเนเธอร์แลนด์สร้างหอคอยและเขาวงกต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนทุกวัย ที่นอกจากจะมีทิวทัศน์สวยๆ ให้ชม ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของ 4 ประเทศ (รวมนิวทรัล มอเรสเนต) อีกด้วย หรืออย่างฝั่งเบลเยียมก็สร้างหอชมวิว “บูเดอแวง” (Boudewijntoren) ความสูงราว 50 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามของ 3 ประเทศจากมุมสูง ขณะที่เยอรมนีทำเส้นทางเดินเท้าและจักรยานผ่านป่าไผ่

ที่จุดบรรจบพรมแดน 3 ประเทศ มีหลักคอนกรีตสูงราว 4 ฟุต มีตัวอักษร NL (เนเธอร์แลนด์) B (เบลเยียม) และ D (เยอรมนี) สลักอยู่ พร้อมธงของทั้ง 3 ประเทศปักไว้ด้านหลัง นักท่องเที่ยวสามารถเดินรอบหลักคอนกรีต ท่องเที่ยว 3 ประเทศได้ในเวลาไม่กี่วินาที

ดรีลานเดนพุนต์ จึงเป็นตัวอย่างระดับโลกในการจัดการเรื่องพรมแดนอย่างสันติวิธี นำสู่ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งในระดับย่อยอย่างเศรษฐกิจในชุมชนโดยรอบ และในระดับใหญ่คือความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.brusselstimes.com/742058/the-forgotten-tale-of-neutral-moresnet

https://www.reuters.com/article/world/europes-neutral-anomaly-fetes-200-years-beyond-borders-idUSKCN0YC0GG/

https://www.britannica.com/event/Congress-of-Vienna

https://courses.lumenlearning.com/suny-hccc-worldhistory2/chapter/the-congress-of-vienna/

https://www.drielandenpunt.nl/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 มิถุนายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ดรีลานเดนพุนต์” พรมแดน 3 ประเทศ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เยอรมนี ตัวอย่างจัดการพรมแดนอย่างสันติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...