โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นอินเดีย” ของดี-ราคาเหมาะสม ประเทศที่ “ศก.โตโดดเด่น” ของโลก... ส่วนธีม “Cybersecurity” โอกาสเติบโตสูงตาม “ยุคดิจิทัล” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 30 มิ.ย. เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.15 น. • โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Fun of Funds: “อินเดีย” เป็นหนึ่งในประเทศที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ภาษี Trump” น้อยสุดประเทศหนึ่งของโลก บวกกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศเอง
ทำให้ท่ามกลางมรสุม Trade War” เช่นนี้ ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียยังจะโตในระดับสูงได้ 6.2% และ 6.3% ในปี25 และ 26 ตามลำดับ
ทาง “ธนาคารกลางอินเดีย” (RBI)” คงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 6.5% สำหรับปี25 – 26 ส่วนปีนี้ก็ลดดอกเบี้ยนโยบายลงแล้ว 3 ครั้ง จากระดับ 6.5% สู่ระดับ 5.5% ในปัจจุบัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือน
“หุ้นอินเดีย” (Sensex) เองก็ตอบรับในเชิงบวก ปีนี้ +3.3% ราคาที่เคยแพง ปัจจุบันก็ย่อลงมาแล้วระดับหนึ่ง ปัจจุบันมี Forward 12M P/E ที่ 21.91% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10ปีเล็กน้อยที่ 20.53 เท่าในขณะที่คาดว่ากำไรบจ.ปีนี้ยังโตได้ +14.68%
จึงเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจลงทุนสำหรับเป้าหมายการลงทุนระยะยาว
ส่วนอีกธีมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ “Cybersecurity” ที่มีศักยภาพเติบโตสูงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลนั่นเอง
ทำไมทั้ง “หุ้นอินเดีย-หุ้น Cybersecurity” จึงเป็น 2 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย

“หุ้นอินเดีย” จังหวะดีของการลงทุน…ร่วมเติบโตกับประเทศที่โตโดดเด่น

โดย “วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย บอกว่า ประเทศอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตสูงของโลก ตลาดหุ้นก็ให้ผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่อง เป็นตลาดที่น่าสนใจแต่นักลงทุนไทยยังมีการลงทุนไม่มาก ถ้าเทียบกับ “หุ้นจีน” เมื่อสงครามการค้าเริ่มผ่อนคลายลงมาบ้าง
โดยเฉพาะสหรัฐและจีนที่ยอมถอยกันคนละก้าว แต่นักลงทุนอย่างเราก็ยังคงไว้วางใจไม่ได้มากนัก จึงต้องมองหาทางเลือก และเบนเข็มทิศไปยังประเทศที่มีโอกาสมากกว่า ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาประเทศที่ยังไม่ค่อยถูกพูดถึงแต่ว่ามีความโดดเด่นจากหลายปัจจัยที่ซ่อนอยู่นั่นก็คือ “อินเดีย” หนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก

(วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์)

“3 ปัจจัยที่ทำให้ ‘ตลาดหุ้นอินเดีย’ มีความน่าสนใจ ประกอบด้วย 1) การเติบโตทางเศรษฐกิจที่โดดเด่น 2) นโยบายจากภาครัฐที่สนับสนุน และ 3) การเจรจาการค้าที่มีความคืบหน้ามีสัญญาณเชิงบวก แนะนำให้นักลงทุน ‘เพิ่มน้ำหนัก’ (Overweight) การลงทุนไปยังอินเดีย เพราะตลาดหุ้นอินเดียยังคงมีแนวโน้มที่ดีและน่าสนใจ”
ภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ ทาง IMF” ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตที่ 6.2% ในปี 25 และ 6.3% ในปี 26 โดยจะยังคงเป็นผู้นำในระดับโลกและระดับภูมิภาค รวมถึงอนาคตจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอีกด้วย ในขณะที่เงินเฟ้อลดลงต่อเนื่องล่าสุดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพ.ค. อยู่ที่ 2.82% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายกลางของ RBI ที่ 4%
โดยนโยบายจากภาครัฐบาลที่ผ่านมาทางรัฐบาลอินเดียได้ออกนโยบาย เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจในระยะยาว โดยนโยบายดังกล่าวครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ การปฏิรูปพื้นที่เขตเมือง รวมถึงยังเสนอให้ยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ใช้ในภาคอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และยกเว้นภาษีในสินค้าที่ใช้ในการสร้างเรือเป็นระยะเวลา 10 ปีอีกด้วย
“การเจรจาระหว่างประเทศ การพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี และรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจ.ดี. แวนซ์ ที่กรุงนิวเดลี เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาด้านการค้าโลก ซึ่งการเจรจาดังกล่าว ครอบคลุมในประเด็นด้านการค้าของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงยังเดินหน้าส่งเสริมด้านความร่วมมือในด้านพลังงาน กลาโหม และเทคโนโลยีขั้นสูง ล่าสุด ‘อินเดีย–สหรัฐ ขยายเวลาเจรจาการค้าหวังบรรลุข้อตกลงภายใน 9 ก.ค. ก่อนเส้นตายมาถึงอีกด้วย จึงถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา”

Cybersecurity” โอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว…จากธีม “ความมั่นคงทางไซเบอร์”

ทางด้าน “มนชญา รัชตกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัดการลงทุน บลจ.ดาโอ บอกว่า การเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบส่งผลให้ข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกจัดเก็บและแลกเปลี่ยนผ่านเครือข่ายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารราชการ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลการเงิน ภาพถ่าย หรือแม้แต่ระบบควบคุมอุปกรณ์ไอที ซึ่งการแชร์ข้อมูลสำคัญมีความละเอียดอ่อนเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น ได้เปิดโอกาสให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากขึ้น จากรายงาน Allianz Risk Barometer” ปี 2025 พบว่า ภัยคุกคามจากไซเบอร์ เป็นปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจอันดับหนึ่งของโลก แซงหน้าความเสี่ยงอื่นๆ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือความไม่มั่นคงทางการเมือง โดยเฉพาะการรั่วไหลของข้อมูล (Data Breach) และการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (Ransomware Attack) กลายเป็นปัจจัยที่สร้างความเสียหายทั้งด้านชื่อเสียงและการเงินต่อองค์กรทุกขนาดทั่วโลก

(มนชญา รัชตกุล)

“ขณะเดียวกันการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง คาดว่า ภายในปี 25การใช้จ่ายด้านไอทีจะสูงถึง 5.61ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้าน ‘Cybersecurity’ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ความปลอดภัยและบริการเครือข่ายจะขยายตัวกว่า 15% จากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Cloud มาใช้ เรามองว่าการลงทุนใน ‘Cybersecurity’ คือกลยุทธ์สำคัญในการปกป้องและเสริมรากฐานความยั่งยืนของเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว และยังเป็นธีมการลงทุนที่มีศักยภาพเติบโตสูงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นอีกธีมการลงทุนที่น่าสนใจ”
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและโตอย่างโดดเด่นอย่าง “อินเดีย” ตลอดจนโอกาสเติบโตไปพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงในยุคดิจิทัล ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโตทั่วโลก และเป็นธีมการลงทุนที่มีศักยภาพในระยะยาว เชื่อว่าทั้ง “หุ้นอินเดีย” และ “Cybersecurity” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และสามารเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...