ปิดโรงงานเกือบ 300 แห่งช่วง 5 เดือนปี 68 มูลค่าลงทุนกว่า 8.2 พันล้าน
ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทยถือว่าอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างมาก โดยมีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามากระทบ ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสงครามการค้าที่จะส่งผลต่อการส่งออก รวมถึงการทะลักเข้ามาของสินค้าต่างประเทศโดยเฉพาะจีน
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศก็อ่อนแอจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง จึงเป็นความเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เกี่ยวกับการลงทุนประกอบ ขยาย และปิดกิจการในประเทศไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 68 พบว่า
โรงงานที่ปิดกิจการไปแล้ว 258 แห่ง ประกอบด้วย
- ม.ค. จำนวน 42 แห่ง
- ก.พ. จำนวน 47 แห่ง
- มี.ค. จำนวน 51 แห่ง
- เม.ย. จำนวน 82 แห่ง
- พ.ค. จำนวน 63 แห่ง
มูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดของโรงงานที่ปิดกิจกรรมมีมูลค่า 8,283.26 ล้านบาท แบ่งเป็น
- ม.ค. มูลค่า 1,302.74 ล้านบาท
- ก.พ. มูลค่า 1,485.60 ล้านบาท
- มี.ค. มูลค่า 902.19 ล้านบาท
- เม.ย. มูลค่า 3,549.16 ล้านบาท
- พ.ค. มูลค่า 1,043.57 ล้านบาท
กระทบการเลิกจ้างงานทั้งหมด 8,883 คน ประกอบด้วย
- ม.ค. จำนวน 1,614 ราย
- ก.พ. จำนวน 1,293 ราย
- มี.ค. จำนวน 798 ราย
- เม.ย. จำนวน 1,655 ราย
- พ.ค. จำนวน 3,523 ราย
สำหรับอุตสาหกรรมเปิดกิจการที่มีเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่
- ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ มูลค่า 16,164.63 ล้านบาท
- ผลิตเครื่องจักรและเครื่องกล มูลค่า 7,919.45 ล้านบาท
- อุตสาหกรรมอาหาร มูลค่า 7,222.65 ล้านบาท
- ผลิตภัณฑ์โลหะ มูลค่า 4,575.81
- ผลิตภัณฑ์พลาสติก มูลค่า 3,788.23 ล้านบาท
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ขยายกิจการมีเงินลงทุนสูงสุด ประกอบด้วย
- อุตสาหกรรมอาหาร มูลค่า 6,910.36 ล้านบาท
- ผลิตยานพาหานะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อม มูลค่า 1,024.68 ล้านบาท
- ผลิตภัณฑ์โลหะ มูลค่า 835.90 ล้านบาท
- การพิมพ์ การเย็บเล่ม ทหปกหรือการทำแม่พิมพ์ มูลค่า 562.37 ล้านบาท
- ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม มูลค่า 418.80 ล้านบาท
กลุ่มอุตสาหกรรมเลิกกิจการที่มีเงินงทุนสูงสุด ได้แก่
- เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี มูลค่า 1,344.95 ล้านบาท
- แปรรูปไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ มูลค่า 878.72 ล้านบาท
- ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อม มูลค่า 855.15 ล้านบาท
- ผลิตเครื่องจักรกลและเครื่องกล มูลค่า 773.70 ล้านบาท
- ผลิตภัณฑ์โลหะ มูลค่า 591.13 ล้านบาท