โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หมอได้หวันแนะนำ "ของหวาน" 1 ชนิด ช่วยลดน้ำหนักได้ แค่กินวันละชาม คนไทยรู้จักดี

sanook.com

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • Sanook
“ของหวาน” อย่างหนึ่งช่วยลดน้ำหนักได้! แพทย์เผย “ไม่ต้องออกกำลังกายหรืออดอาหาร” แค่กินวันละชาม ก็ช่วยเผาผลาญไขมัน

“ของหวาน” อย่างหนึ่งช่วยลดน้ำหนักได้! แพทย์เผย “ไม่ต้องออกกำลังกายหรืออดอาหาร” แค่กินวันละชาม ก็ช่วยเผาผลาญไขมัน

นายแพทย์เซียว เจี้ยนเจี้ยน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนัก ชาวไต้หวัน เผยว่า เมื่อแบคทีเรียชนิด “ไฟร์มิคิวตส์” ในลำไส้ใหญ่พบกับกรดอะซีติกที่เกิดจากการหมักอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและแป้งดื้อ จะช่วยลดไขมันในตับและไขมันรอบอวัยวะภายในได้ ผลลัพธ์คล้ายกับการกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ

เขาแนะนำให้กิน “ถั่วเขียวต้ม” เพราะอุดมไปด้วยแป้งดื้อและเบต้า-กลูแคน ซึ่งช่วยส่งเสริมการเผาผลาญไขมันตามธรรมชาติ

“ที่ดียิ่งกว่านั้นคือ คุณไม่ต้องทรมานกับการงดแป้งแบบสุดโต่ง แค่เปลี่ยนประเภทของอาหารหลัก ก็สามารถเปิดสวิตช์การเผาผลาญไขมันในร่างกายได้อย่างง่ายดาย” แพทย์กล่าว

หมอเซียว เจี้ยนเจี้ยน อธิบายผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจว่า จากงานวิจัยล่าสุดในวารสาร Cell Metabolism พบว่า เมื่อแบคทีเรียชนิด Bacteroides ในลำไส้ใหญ่พบกับกรดอะซีติก (Acetate) ซึ่งเกิดจากการหมักของอาหารที่มีใยอาหารสูงและแป้งดื้อ จะช่วยลดไขมันในตับและไขมันรอบอวัยวะภายในได้ โดยให้ผลคล้ายกับการควบคุมอาหารแบบคีโตหรือโลว์คาร์บ

“เมื่อคุณกินกล้วยดิบ มันเทศที่ต้มแล้วแช่เย็น ข้าวโอ๊ต หรืออาหารที่อุดมด้วยแป้งดื้อและเบต้า-กลูแคน พวกมันจะค่อย ๆ หมักตัวอย่างเงียบ ๆ ในลำไส้ แล้วสร้างกรดอะซีติกออกมา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้แบคทีเรีย Bacteroides เพิ่มจำนวนอย่างมาก”

แพทย์อธิบายเพิ่มเติมว่า แบคทีเรีย Bacteroides เหล่านี้แม้จะเล็กจิ๋ว แต่ทรงพลังราวกับ “พนักงานทำความสะอาดที่หิวโหย” ซึ่งจะรีบกำจัดน้ำตาลส่วนเกินในลำไส้ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องหันมาเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้นานแทน

Vie Studio

หากต้องการให้กรดอะซีติกเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกไฟเบอร์ที่ย่อยช้า เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง กล้วยดิบ ซึ่งอุดมด้วยแป้งดื้อ และหากนำมันเทศไปอบแล้วแช่เย็นข้ามคืน จะช่วยเพิ่มปริมาณแป้งดื้อได้อย่างมากอีกด้วย

หมอเซียว เจี้ยนเจี้ยนกล่าวต่อว่า นอกจากแป้งดื้อแล้ว ยังสามารถรับสารเบต้า-กลูแคน ได้ง่าย ๆ เช่น แค่แช่ข้าวโอ๊ตในน้ำไว้ข้ามคืน ก็สามารถนำมารับประทานในเช้าวันถัดไปได้เลย

นอกจากนี้ ผักธรรมดาอย่างหน่อไม้ฝรั่ง หัวหอม และกระเทียม ก็อุดมไปด้วย โอลิโกฟรุกโตส (FOS) ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดดี เพียงแค่ผัดเบา ๆ ก็ยังคงรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้

คุณหมอยังเตือนว่า หากคิดจะดื่มน้ำส้มสายชูเพื่อเพิ่มกรดอะซีติกนั้นไม่ได้ผล เพราะกรดจะถูกดูดซึมไปหมดตั้งแต่ลำไส้เล็ก ทำให้ลำไส้ใหญ่ไม่เหลือเชื้อเพลิงไว้ใช้เลย

คุณหมอเสริมว่า แม้แบคทีเรีย Bacteroides จะเป็นจุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในลำไส้ของทุกคน แต่กลับถูกทำร้ายจากอาหารสมัยใหม่ หากต้องการให้แบคทีเรียเหล่านี้กลายเป็นพันธมิตรในการเผาผลาญไขมัน ควรปฏิบัติดังนี้

  • ทานอาหารสีรุ้งบนจาน — ผลไม้และผักสีเข้ม เช่น บลูเบอร์รี และกะหล่ำปลีม่วง ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของ Bacteroides

  • เว้นช่วงอดอาหาร 14 ชั่วโมง — เป็นวิธีที่อ่อนโยนกว่าการอดอาหารแบบ 16:8 โดยหยุดกินตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึง 10 โมงเช้า ช่วงอดอาหาร 14 ชั่วโมงนี้ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีโดยไม่เครียดเกินไป

  • หลีกเลี่ยง “ฆาตกรจุลินทรีย์” — น้ำตาลขัดขาว, มาการีน, ครีมเทียมมังสวิรัติ ล้วนส่งผลให้จำนวน Bacteroides ลดลงครึ่งหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...