โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลิกฟื้น ‘เกษตรกรรม’ ใน ‘ซินเจียง’ ด้วยเทคโนโลยี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 01.15 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.17 น.

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พาคณะเกษตรกรหัวขบวนจากชุมชนที่ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทต่าง ๆ ของไทย 10 ชุมชน ไปศึกษาดูงานนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานและมูลค่าสินค้าเกษตร ณ มณฑลซินเจียง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 18-24 มิ.ย. 2568

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับเกษตรกรไทย สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ต่อยอดกับสินค้า พร้อมนำพาเกษตรกรรายย่อยในชุมชนตนเองมาร่วมเป็นวิสาหกิจชุมชน และพัฒนาการเกษตรในยั่งยืนต่อไป

เพื่อสนับสนุนเกษตรกร ธ.ก.ส. จึงออกสินเชื่อ Smarttech Smart Farmer ซึ่งเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกว่าปรกติ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับการทำเกษตรแบบดั้งเดิม โดย ธ.ก.ส. หวังว่าสินเชื่อนี้จะช่วยให้เกษตรกรที่นำเทคโนโลยีมาใช้ และช่วยให้เกษตรกรสามารถแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูป ในฐานะของฝากที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สามารถกำหนดราคาขายได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพิงตลาดกลางอีกต่อไป

หนึ่งในจุดหมายสำคัญของการศึกษาดูงานในครั้งนี้ คือ ศูนย์สาธิตและท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนและวิทยาศาสตร์การเกษตรระดับ AAAA แห่งชาติ ที่อยู่ภายในอุทยานนิทรรศการเกษตรกรรมซินเจียง (Xinjiang Agricultural Expo Park) ซึ่งมีแปลงผัก ไฮโดรโปนิกส์นานาชนิดเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ของส่วนจัดแสดง นวัตกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีการเกษตรขั้นสูงได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการทำฟาร์มในภูมิภาคนี้ไปอย่างไร

ภายนอกศูนย์สาธิตและท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนและวิทยาศาสตร์การเกษตรระดับ AAAA แห่งชาติ

เดิมทีในเขตซินเจียงอุยกูร์นี้ ต้องนำเข้าพืชผักผลไม้จากมณฑลอื่น ๆ เนื่องจากภูมิภาคนี้ค่อนข้างแห้งแล้ง และมีสภาพอากาศที่รุนแรง แต่รัฐบาลได้แก้ไขปัญหานี้ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยอัลกอริธึมปัญญาประดิษฐ์ในศูนย์แห่งนี้สามารถประมวลผลข้อมูลมากกว่า 100,000 จุดต่อวินาที สามารถปรับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น พัดลมม่านน้ำ ม่านบังแดด และไฟเสริมโดยอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับพืชผักอยู่เสมอ วิธีนี้ทำให้สภาพแวดล้อมคงที่และลดรอบการเติบโตของผักใบเขียวจากปกติ 70 วันเหลือเพียง 18-25 วัน

ภายในศูนย์แห่งนี้ยังผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น การเพาะปลูกเลียนแบบชีวภาพ การเพาะปลูกในภาชนะ ระบบรางแนวตั้ง และชั้นวางหมุนแบบลูกสูบ ซึ่งรองรับโหมดการเพาะปลูกสามโหมด ได้แก่ ระบบแนวตั้ง ระบบระนาบวงกลม และระบบที่ใช้แรงดึง โดยระบบการเพาะปลูกแนวตั้งสามารถหมุนได้อัตโนมัติ ทำให้ผักทุกต้นได้รับแสงแดดสม่ำเสมอ ผักจึงสามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กัน และปรับปรุงคุณภาพของผักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แปลงปลูกผักแนวตั้งที่เลื่อนได้เองอัตโนมัติ

ถัดมาเป็นแปลงผักใบเขียวแบบราง ในลักษณะเป็นขั้นบันได พร้อมมีท่อส่งน้ำแบบไฮโดรโปนิกส์เกือบสิบชั้น ซึ่งสามารถจัดแสดงผักใบเขียวพันธุ์ต่าง ๆ ในลักษณะรวมศูนย์ ซึ่งจะช่วยให้นักวิจัยสามารถควบคุมระดับน้ำและสารอาหารให้เหมาะสมกับพืช อีกทั้งทำให้พืชดูดซับออกซิเจนและความชื้นในอากาศได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเร่งการเจริญเติบโตของพืชผักได้อีกด้วย

ขณะเดียวกัน มีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับร่วมกับผัก เพื่อการเพิ่มออกซินเจนให้กับผัก และช่วยดึงดูดแมลงออกจากผัก รวมถึงใช้กาวแขวนไว้เหนือแปลงผักเพื่อป้องกันแมลงด้วยเช่นกัน

แปลงปลูกผักแนวตั้งภายในศูนย์

นอกจากนี้ ยังมีฟาร์มตู้คอนเทนเนอร์สามารถวางบนหลังคาหรือในพื้นที่ว่างได้ตามความประสงค์ สร้างระบบการเกษตรในเมืองที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้แร่ธาตุหรือสารละลายธาตุอาหารแทนดินเพื่อปลูกพืชเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ โดยวิธีนี้จะช่วยประหยัดน้ําได้ 90% เมื่อเทียบกับวิธีการปลูกแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังมีระบบให้แสงสว่างที่ช่วยให้พืชเติบโตได้เร็วขึ้น

สำหรับเครื่องหว่านเมล็ดสามารถปลูกต้นกล้าได้มากถึง 43,000 ต้นภายใน 1 ชั่วโมง โดยเครื่องนี้ประกอบด้วยการทำงาน 3 ระบบหลัก คือ ระบบส่งน้ำไหลเวียน ระบบปฏิบัติการการผลิตการเพาะปลูก และระบบลำเลียงอัตโนมัติที่ช่วยเพาะต้นกล้าลงแปลง ซึ่งทั้ง 3 ระบบสามารถควบคุมได้จากส่วนกลาง สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถปลูกได้ทั้งไม้กระถาง ไม้ดอก และพืชผักนานาชนิด

แปลงปลูกผักไฮโปนิกส์นานาชนิด

ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ ในสวนแห่งนี้มี “หุ่นยนต์” ช่วยทำงานในหลากหลายหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บผลผลิตที่ทำได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าผลผลิตจะอยู่สูงแค่ไหนก็ตาม อีกทั้งยังมีหุ่นยนต์ที่ช่วยต่อกิ่งพืชพรรณต่าง ๆ ด้วยภายในเวลาเพียง 3 วินาที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้แรงงานคนประมาณ 8 เท่า และสามารถต่อกิ่งได้ 1,500 ต้นในหนึ่งชั่วโมง โดยพนักงานสามารถควบคุมได้อย่างง่าย ด้วยระบบอินเทอร์เน็ตระยะไกล สามารถลดจำนวนแรงงานลงได้มาก

อุปกรณ์ทั้งหมดภายในศูนย์ เชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย 5G สามารถควบคุมได้โดยตรงผ่านระบบควบคุมส่วนกลาง ทำให้สามารถทำงานอัตโนมัติได้เต็มรูปแบบตั้งแต่การหว่านเมล็ดจนถึงการเก็บเกี่ยว จึงช่วยลดการใช้แรงงาน ช่วยประหยัดน้ำและปุ๋ย แนวทางเหล่านี้ช่วยเพิ่มผลผลิตพืชผลต่อหน่วยพื้นที่ได้อย่างมาก

แม้ว่าในฤดูหนาวซินเจียงจะมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -20 องศาเซลเซียส และหน้าร้อนจะทะลุไปกว่า 32 องศาเซลเซียส แต่พืขผักภายในศูนย์ยังคงเติบโตได้ดี เนื่องจากระบบเอไอจะควบคุมอุณหภูมิภายในเรือนกระจกให้สามารถควบคุมรักษาระดับอุณหภูมิ ความชื้น ระดับออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพืชได้ จึงช่วยปรับปรุงคุณภาพของผักได้อย่างมาก

เรือนกระจกของศูนย์มีโครงสร้างแบบกระเจิงแสงระดับสูง ที่ได้รับมาตรฐานระดับนานาชาติ มีลักษณะเด่นคือ การป้องกันการแตกร้าวจากการแข็งตัวและการหักเหแสงอัตโนมัติ รวมถึงยังมีเครื่องมือเตือนเมื่อเจอศัตรูพืช หรือพืชเกิดโรค ซึ่งจะช่วยให้นักวิจัยสามารถแยกพืชที่ติดโรคได้อย่างทันท่วงที

ภายในศูนย์สาธิตและท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนและวิทยาศาสตร์การเกษตรระดับ AAAA แห่งชาติ

ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้ผลิตผักใบเขียวมากกว่า 30 ชนิดรวมกันได้ 100 ตัน และมะเขือเทศ 70 ตันต่อปี โดยอุปกรณ์ที่ใช้ภายในศูนย์มากกว่า 90% ผลิตในประเทศจีน และจดสิทธิบัตรมากกว่า 50 ฉบับ ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรซินเจียงร่วมกับบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรจงหนง จินหวัง (ปักกิ่ง)

หม่า จุน คณะทำงานของสำนักงานพรรคและรัฐบาลของเขตสาธิตอุตสาหกรรมไฮเทคการเกษตรแห่งชาติชางจี๋ แนะนำว่า “ในอนาคตศูนย์จะแนะนำวิสาหกิจไฮเทคและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น เพื่อดำเนินการสาธิตและส่งเสริมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อการทดลองประสบความสำเร็จ จะมีการประชาสัมพันธ์และนำไปทั่วทั้งซินเจียง”

ในพื้นที่เมืองที่มีจำกัด เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรที่ดินอย่างมาก แต่ยังช่วยรับประกันความสดใหม่ของอาหารตั้งแต่การผลิตจนไปถึงผู้บริโภค โดยผักภายในศูนย์แห่งนี้จะถูกส่งไปจำหน่ายในเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะได้ราคาดีกว่าผักทั่วไป เนื่องจากเป็นผักออร์แกนิกปลอดสารพิษ

ผักที่ปลูกด้วยเครื่องหว่านเมล็ด

สำหรับอุทยานนิทรรศการเกษตรกรรมซินเจียง สร้างขึ้นในปี 2010 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5,819 ไร่ ตั้งอยู่ในเมืองชางจี๋ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีด้วยกันหลากหลายโซน หนึ่งในสถานที่โดดเด่นที่สุดคือ ศูนย์สาธิตและท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนและวิทยาศาสตร์การเกษตรระดับ AAAA แห่งชาติ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวและเกษตรกรเข้าศึกษาดูงาน

การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรมาใช้ฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพสูงของผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ชนบทของจีนถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ ช่วยให้ท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการนำเข้าผลผลิต ประชาชนมีพืชผักที่สดใหม่รับประทานในราคาที่จับต้องได้

ที่มา: GSCN, People's Daily Online, Youth.cn

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...