โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่ง BYD แจงงบการเงินไตรมาส 1/2568 หลังตั้งค่าเผื่อผลขาดทุน 315 ล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.20 น. • The Bangkok Insight

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่ง หลักทรัพย์ บียอนด์ ชี้แจงงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2568 หลังขาดทุน 3 ปีซ้อน โดยเฉพาะการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุน 315 ล้านบาท จากยอดให้กู้ยืมที่ยังค้างจ่าย 6,000 ล้าน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) (BYD) ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2568 โดยผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทที่ขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปีและมีส่วนผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 100% ของทุนชำระแล้ว เป็นเหตุให้ถูกขึ้นเครื่องหมาย CB

ตลาดหลักทรัพย์ฯ

อีกทั้งในไตรมาสนี้บริษัทขาดทุนสุทธิ 241 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 677% โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 315 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าเผื่อของเงินให้กู้ยืมกับบริษัทร่วมที่บริษัทให้เงินกู้ยืมในไตรมาสนี้

ทั้งนี้ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ในส่วนความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบขอให้ชี้แจงภายในวันที่ 24 มิถุนายน 2568 นอกจากนี้ขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงินและติดตามคำชี้แจงของบริษัท

สรุปข้อมูลสำคัญในงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2568

1. ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (“ค่าเผื่อฯ”) 272 ล้านบาท สำหรับให้เงินกู้ยืมกับบริษัทร่วม (44% ของเงินให้เงินกู้ยืมสุทธิ) ซึ่งบริษัทให้กู้ยืมในไตรมาสที่ 1 นี้

2. ค่าเผื่อฯ สำหรับเงินให้กู้ยืมกับบริษัท ไทยสมายบัส จำกัด (TSB : บริษัทร่วมทางอ้อม) ซึ่งบริษัทให้กู้ยืมเมื่อปี 2566 และเริ่มตั้งด้อยค่าในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 และเพิ่มอีก 73 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1 นี้ รวมเป็น 48% ของเงินให้กู้ยืม

ข้อมูลที่ให้บริษัทชี้แจงเพิ่มเติม จากข้อมูลข้างต้น ในไตรมาสที่ 1 นี้ บริษัทมีการบันทึกค่าเผื่อฯ 131% ของขาดทุนสุทธิ โดยเป็นการบันทึกในระยะเวลาอันสั้นเป็นจำนวนที่มีนัยสำคัญ หรือมีความต่อเนื่อง

ประกอบกับในงบการเงินประจำปี 2567 บริษัทมีผลขาดทุน 4,577 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการบันทึกค่าเผื่อฯ จากเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับของ TSB ดังนั้น การพิจารณาการให้กู้ยืมเงินและการตั้งค่าเผื่อฯ จึงมีผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ชี้แจงข้อมูล ดังนี้

1. รายการที่ 1

  • กระบวนการพิจารณาและผู้อนุมัติการให้กู้ยืม ซึ่งรวมถึง ชื่อผู้กู้ สัดส่วนการถือหุ้นและสัดส่วนการให้กู้ ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ วัตถุประสงค์ของการให้กู้ ประโยชน์ต่อบริษัท เงื่อนไขการให้กู้และความสมเหตุสมผล แหล่งเงินที่ใช้เพื่อให้กู้ยืม รวมถึงการปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ณ วันที่อนุมัติการให้กู้ และวันที่ตัดสินใจบันทึกค่าเผื่อฯ การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ในอนาคตและผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดต่อบริษัท มาตรการและความคืบหน้าในการติดตามหนี้

2. รายการที่ 2

ตามที่บริษัทเคยชี้แจงถึงเหตุผลที่ตั้งค่าเผื่อฯ TSB 4,909 ล้านบาท ว่าเป็นไปตามสถานการณ์ ข้อมูลที่ปรากฏและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่สามารถคาดการณ์ได้อย่างน่าเชื่อถือ ณ ช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ขอทราบข้อบ่งชี้ที่ทำให้บริษัทต้องตั้งด้อยค่าเพิ่มเติม 73 ล้านบาท การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของ TSB ในอนาคต ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดต่อบริษัท มาตรการและความคืบหน้าในการติดตามหนี้

3. นโยบายของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบต่อธุรกรรมการให้กู้ยืมเงินของบริษัท ความเหมาะสมของกระบวนการพิจารณาอนุมัติและมาตรการกำกับดูแล

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...