โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฆ่าตัดตอน HFT (เสียที) / สุนันท์ ศรีจันทรา

Manager Online

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 06.28 น. • MGR Online

แม้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มข้น สำหรับคำสั่งการซื้อขายหุ้นที่มีความถี่สูงหรือ HIGH-FREQUENCY TRADING (HFT) แต่เสียงวิจารณ์จากผลกระทบ HFT ยังดังสนั่นอยู่ เพราะนักลงทุนทั่วไปรู้สึกว่า ระบบการซื้อขายชนิดนี้ ทำให้นักลงทุนรายย่อยเสียเปรียบ และทำให้ราคาหุ้นเกิดความผันผวน ภายในชั่วพริบตา

เสียงเรียกร้องให้กำกับ ควบคุม หรือห้ามการซื้อขายด้วย HFT ที่ไม่เคยเงียบหาย ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ทบทวนคำสั่งซื้อขายด้วย HFT อีกครั้ง และได้กำหนดมาตรการใหม่ ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้

ตลาดหลักทรัพย์ ฯ ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อยกระดับการกำกับดูแลและเพิ่มความเชื่อมั่นผู้ลงทุน โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนกลุ่ม HFT สามารถซื้อหลักทรัพย์ได้เฉพาะหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง เพื่อลดความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ขนาดกลางและเล็ก ซึ่งอาจไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขายอย่างเพียงพอ

หุ้นที่ผู้ลงทุนกลุ่ม HFT สามารถซื้อได้คือ หุ้นหุ้นสามัญ รวมถึงหุ้นที่บุคคลต่างด้าวเป็นผู้ถือ (-F) และ NVDR ในดัชนี SET100 หุ้นอ้างอิงของ DW และ Single Stock Futures ที่อยู่ในดัชนี SET100 แต่หากหุ้นอ้างอิงถูกนำออกจากดัชนี SET100 ให้ซื้อหุ้นอ้างอิงนั้นต่อได้จนกว่า DW จะหมดอายุ หรือ Single Stock Futures ไม่ได้มีการซื้อขายอยู่ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแล้ว รวมทั้งการซื้อขายหลักทรัพย์อื่น ประกอบด้วย DW, DR และ ETF

สำหรับผู้ลงทุนกลุ่ม HFT ที่ถือครองหลักทรัพย์อื่นนอกจากหลักทรัพย์ ยังสามารถถือครองต่อหรือขายได้ แต่ไม่อนุญาตให้ซื้อเพิ่มเติมนับตั้งแต่วันที่เกณฑ์มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กรกฎาคมนี้

HFT เป็น ALGORITHMIC-TRADING ที่เน้นความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย เพื่อกำไรส่วนต่างราคาหุ้นไม่กี่ช่องราคา โดยจะถือหุ้นในช่วงสั้น ๆ เพื่อลดความเสี่ยง และอาจถือครองหุ้นเพียงเสี้ยววินาที รวมทั้งจะซื้อขายหุ้นที่ราคาแกว่งตัวขึ้นลงแรง มากกว่าหุ้นที่ราคาไม่ขยับไปไหน เพราะมีโอกาสทำกำไรจากราคาหุ้นที่ขยับขึ้นลงมากกว่า

HFT เคยมีบทบาทสำคัญในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยปี 2013 คาดว่า มูลค่าซื้อขาย HFT มีสัดส่วนซื้อขายถึง 73% ของมูลค่าการซื้อขายหุ้นทั้งหมดในตลาดหุ้นสหรัฐ HFT คือการซื้อขายอัลกอริทึมที่ซับซ้อน ซึ่งคำสั่งซื้อขายจำนวนมากจะถูกดำเนินการภายในไม่กี่วินาที

แต่สิ่งที่ต้องจดจำคือ HFT เพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดและกำจัดสเปรดราคาซื้อ-ขายที่เล็กน้อย จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เปิดโอกาสให้บริษัทขนาดใหญ่ได้เปรียบในการซื้อขาย รวมทั้ง สภาพคล่องที่เกิดจากการซื้อขายประเภทนี้ เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะคำสั่งซื้อขาย HFT จะหายไปภายในไม่กี่วินาที ทำให้ผู้ซื้อขายไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้

ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ ฯ เริ่มจะมองเห็นถึงผลกระทบจาก HFT และความได้เปรียบเสียเปรียบ ความไม่เท่าเทียมระหว่างนักลงทุนต่างชาติ ที่ใช้ HFT กับนักลงทุนรายย่อยในประเทศแล้ว จะออกมามาตรการใหม่ จำกัดบทบาทคำสั่งซื้อขายที่มีความถี่สูง

โดยส่งคำสั่งได้เฉพาะหุ้นใน SET100 ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงเท่านั้น

ไม่อาจรุกรานเข้าไปโจมตีหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉพาะหุ้นในตลาด MAI ทั้งหมด 224 บริษัท โดยปล่อยให้นักลงทุนในประเทศซื้อขายเก็งกำไรแลกหมัดวัดดวงกันเอง โดยไม่เปิดโอกาสให้ HFT เข้าไปร่วมวงโจมตี เอาเปรียบแมลงเม่า

การกำหนดให้ซื้อขายได้เฉพาะหุ้นใน SET100 เป็นการตีวงล้อมกรอบ HFT ตามเสียงเรียกร้องของนักลงทุน ซึ่งต้องรอประเมินกันอีกครั้งว่า

การส่งคำสั่งซื้อขายความถี่สูง ด้วยเครื่องมือพิเศษ ที่ช่วยให้นักลงทุนต่างชาติ สามารถกอบโกยกำไรจากหุ้นภายในเสี้ยววินาทีเดียว ยังเป็นพิษภัยต่อตลาดหุ้นไทย และทำให้นักลงทุนในประเทศหมดทางสู้หรือไม่

ถ้าตีวงให้ HFT เล่นหุ้นได้แค่ 100 ตัวแล้ว ยังมีพิษสงค์อยู่ กระทบต่อความเท่าเทียมในการซื้อขายหุ้นของนักลงทุนรายย่อยในประเทศอยู่ ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯอาจต้องทบทวนมาตรการควบคุมอีกครั้ง

ไม่แน่ว่า สุดท้ายจะต้องตัดสินใจ ห้าม HFT อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สิ้นปัญหาและสิ้นกระแสเรียกร้องให้ใช้ HFT มาเล่นเอาเปรียบนักลงทุนในประเทศเสียที

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...