โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จากศัตรูสู่ลูกค้ารายใหญ่ OpenAI หันซบคลาวด์ Google เมื่อ “การประมวลผล” สำคัญกว่า “ความเป็นคู่แข่ง"

Thairath Money

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.06 น.
ภาพไฮไลต์

OpenAI ทำข้อตกลงใช้บริการคลาวด์ของ Google ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจภายใต้ Alphabet เพื่อขยายการรองรับความต้องการด้านการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของบริษัท ต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงระหว่าง OpenAI และ Microsoft ในฐานะ Exclusive Provider หรือผู้ให้บริการคลาวด์แต่เพียงรายเดียวตั้งแต่ปี 2019 พร้อมเปิดทางให้ผู้ให้บริการคู่แข่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม พลังประมวลผลไม่พอเป็นเหตุ Microsoft ยอมให้ OpenAI ใช้คลาวด์เจ้าอื่นหลังผูกขาดมากว่า 5 ปี

แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ข้อตกลงดังกล่าวได้หารือกันมานานหลายเดือนและสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มใหม่ในอุตสาหกรรม AI ที่แม้แต่คู่แข่งรายใหญ่ก็ยังจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลคลาวด์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ข้อตกลงนี้นับเป็นชัยชนะของ Google Cloud ซึ่งจะเข้ามาเสริมศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานให้กับ OpenAI ในการเทรนและให้บริการโมเดล AI ของตน โดยถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของ OpenAI ที่ต้องการกระจายแหล่งทรัพยากรการประมวลผลให้หลากหลายยิ่งขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้พึ่งพา Microsoft เป็นหลัก รวมไปถึงโครงการ “Stargate” ที่กำลังสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวในช่วงปลายปี 2022 OpenAI เผชิญกับความต้องการด้านการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งในขั้นตอนเทรนโมเดลและการประมวลผลข้อมูลสำหรับให้ผู้ใช้งานที่เรียกใช้โมเดล AI

ในขณะเดียวกัน Google ก็ได้เร่งขยายการใช้งานชิปประมวลผลเฉพาะทางที่พัฒนาเองในชื่อ TPU (tensor processing unit) จากเดิมที่จำกัดการใช้ภายในองค์กรเท่านั้น ส่งผลให้ Google ได้ลูกค้าใหม่ทั้งจากฝั่งบิ๊กเทค เช่น Apple และสตาร์ทอัป AI หน้าใหม่อย่าง Anthropic และ Safe Superintelligence ซึ่งล้วนก่อตั้งโดยอดีตผู้บริหาร OpenAI

แม้ ChatGPT ของ OpenAI จะเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของธุรกิจค้นหาของ Google แต่การจับมือในครั้งนี้สะท้อนว่า ทั้งสองบริษัทยินดีละทิ้งความเป็นคู่แข่งชั่วคราวเพื่อสนองต่อความต้องการทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า การเจรจาเคยถูกชะลอไว้เนื่องจาก OpenAI มีพันธะผูกพันกับ Microsoft ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาปรับเงื่อนไขการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงโครงสร้างการถือหุ้นในอนาคต

การที่ OpenAI กลายเป็นลูกค้ารายล่าสุดของ Google ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของยักษ์ใหญ่รายนี้ในการใช้เทคโนโลยี AI ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ถึงซอฟต์แวร์ เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ โดยในปี 2024 Google Cloud มีรายได้รวม 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 12% ของรายได้รวมของ Alphabet

อย่างไรก็ตาม Google เองก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากตลาดในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI หน่วย DeepMind ของ Google ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโมเดล AI ระดับสูง ก็ยังแข่งขันโดยตรงกับ OpenAI และ Anthropic การขายพลังประมวลผลให้ OpenAI แม้จะเป็นโอกาสทางธุรกิจ แต่ก็อาจส่งผลให้ทรัพยากรของ Google ไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าภายนอกเอง ซึ่งผู้บริหารการเงินของ Google ก็ยอมรับในไตรมาสก่อนหน้าว่าบริษัทมีทรัพยากรไม่พอต่อคำสั่งซื้อที่หลั่งไหลเข้ามา

โดยหลังจากข่าวนี้เผยแพร่ หุ้น Alphabet พุ่งขึ้น 2.1% ในช่วงบ่ายวันอังคาร ขณะที่หุ้น Microsoft ลดลง 0.6% นักวิเคราะห์จาก Scotiabank ระบุว่าการพัฒนานี้ค่อนข้างน่าประหลาดใจ โดยมองว่าเป็นโอกาสเติบโตของ Google Cloud แต่ก็เตือนว่าการเติบโตของ ChatGPT อาจเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของ Google ในธุรกิจค้นหาในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม

อ้างอิงข้อมูลจาก Reuters

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากศัตรูสู่ลูกค้ารายใหญ่ OpenAI หันซบคลาวด์ Google เมื่อ “การประมวลผล” สำคัญกว่า “ความเป็นคู่แข่ง"

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...