โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gen Z ติดโรคระบาดความเหงา มีเพียง 17% ที่รู้สึกผูกพันกับสังคม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 07.47 น.

คนรุ่นใหม่ชาวอเมริกันวัยทำงานกลุ่ม Gen Z กำลังเผชิญหน้ากับ "โรคระบาดความเหงา" ในระดับที่น่าตกใจ ผลสำรวจล่าสุดจาก Institute of Politics แห่ง Harvard Kennedy School เผยตัวเลขที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดยพบว่ามีชาวอเมริกันที่อายุต่ำกว่า 30 ปี เพียง 17% เท่านั้นที่รายงานว่าตนเองรู้สึก "ผูกพันลึกซึ้งกับชุมชนอย่างน้อยหนึ่งแห่ง"

นอกจากนี้ น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคนรุ่นใหม่ที่รายงานผ่านแบบสำรวจ ว่า ตนเองมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และเกือบ 1 ใน 3 ยังคงรู้สึกกำลังมองหาการเป็นส่วนหนึ่ง หรือไม่มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งเลย

โดยผลสำรวจดังกล่าว ได้สำรวจผ่านการสัมภาษณ์วัยทำงานคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกันจำนวน 2,096 คน ที่มีอายุระหว่าง 18 - 29 ปี ทั่วสหรัฐ ซึ่งจากผลสำรวจข้างต้น ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเหงาที่กำลังส่งผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่ในอัตราที่น่ากังวล

โซเชียลมีเดีย-อนาคตที่ไม่แน่นอน ตัวการหลักโรคระบาดความเหงา

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สาเหตุของ "โรคระบาดความเหงา" นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชี้ชัด บางส่วนโทษว่าเป็นผลมาจากโซเชียลมีเดียสำหรับระดับการแยกตัวที่สูงเช่นนี้ ในขณะที่บางส่วนเชื่อว่าเป็นปัญหาเชิงระบบ และเกี่ยวข้องกับความกังวลเกี่ยวกับชีวิตในอนาคตที่ไม่แน่นอนมากกว่า

จอห์น เดลลา โวลเป (John Della Volpe) ผู้อำนวยการด้านการสำรวจของ Institute of Politics กล่าวถึงกลุ่มคนรุ่นนี้ว่า "เป็นรุ่นที่ต้องเผชิญกับการแยกตัวโดดเดี่ยวในช่วงการระบาดใหญ่ ซึ่งพวกเขาอยู่ในวัยสร้างตัวพอดี แถมยังเติบโตมาท่ามกลางระบบเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคง เผชิญกับค่าที่อยู่อาศัยและการศึกษาที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่คนรุ่นก่อนๆ ก็บ่นว่าพวกเขาอ่อนแอ ไม่แข็งแกร่งพอ"

แม้ต้นตอของปัญหาจะไม่ชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญอย่าง แคสเลย์ คิลแลม (Kasley Killam) นักสังคมวิทยาที่จบจากฮาร์วาร์ด ก็ได้นำเสนอแนวทางแก้ไขเพื่อเพิ่มความรู้สึกผูกพันทางสังคม ในหนังสือของ Killam ชื่อ "The Art and Science of Connection" เธอแนะนำแนวทาง 5-3-1 ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยสำหรับการรักษาสุขภาพทางสังคม (Social Fitness)

เปิดวิธีแก้ความเหงาให้ Gen Z ด้วยแนวทาง 5-3-1

นักสังคมวิทยาจากฮาร์วาร์ด อธิบายว่า แนวทาง 5-3-1 เปรียบเสมือนการออกกำลังกายทางสังคม สำหรับผู้คนที่อยากร่างกายแข็งแรง การเดิน 10,000 ก้าวก็สามารถช่วยพัฒนาสุขภาพกายได้ ขณะที่การออกกำลังกายทางสังคมก็จะทำให้คนเราเชื่อมปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคมได้ดีขึ้น ส่งผลต่อสุขภาพใจที่แข็งแรงขึ้นได้เช่นกัน โดยมีวิธีปฏิบัติดังนี้

• ติดต่อพูดคุยกับผู้คน 5 คนที่แตกต่างกันในทุกๆ สัปดาห์

• รักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด (แฟน ครอบครัว เพื่อนสนิท) อย่างน้อย 3 ความสัมพันธ์ ให้คงอยู่เสมอ

• มีการปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณภาพกับคนใกล้ชิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมงในทุกๆ วัน (ใช้เวลาร่วมกันแบบเจอหน้ากัน)

คิลแลม เสริมว่า ตัวเลขเหล่านี้อาจสูงหรือต่ำเกินไปสำหรับบางคน แต่โดยทั่วไปแล้ว จากข้อมูลจากการวิจัยเกี่ยวกับปริมาณเวลาและปริมาณความสัมพันธ์ที่ดี ชี้ว่า การทำให้ได้เทียบเท่ากับมาตรฐาน (5-3-1) ของผู้ที่ 'ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง' ในเรื่องความสัมพันธ์นั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม

วิจัยฮาร์วาร์ดเผย ปัจจัย No.1 ช่วยให้อายุยืนยาว+มีความสุข คือ ความสัมพันธ์ที่ดี

สอดคล้องกับงานวิจัยยอดนิยมของฮาร์วาร์ดที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องมากว่า 87 ปี ซึ่งได้ติดตามข้อมูลสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างผู้เข้าร่วมทดลองกว่า 700 คน เพื่อค้นหาสิ่งที่นำไปสู่ชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข

งานวิจัยนี้พบว่า สิ่งสำคัญอันดับ 1 คือ คนที่มีความสุขที่สุดและมีอายุยืนยาวที่สุด มีความสัมพันธ์เชิงบวกและรักษาสุขภาพทางสังคม มาร์ค ชูลซ์ (Marc Schulz) และ โรเบิร์ต วาลดินเจอร์ (Robert Waldinger) ผู้อำนวยการ Harvard Study of Adult Development อธิบายว่าสุขภาพทางสังคมเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อสุขภาพและมีความสมดุล

ชูลซ์ และ วาลดินเจอร์ แนะนำให้ผู้คนมีเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่แตกต่างกันสำหรับเรื่องราวที่แตกต่างกัน โดยในอุดมคติ ควรมีอย่างน้อยหนึ่งคน หรือมากกว่านั้น ที่สามารถช่วยเสริมสร้างในแต่ละด้านเหล่านี้ได้ นั่นคือ

1. บุคคลที่ทำให้คุณรู้สึกมีความปลอดภัยและความมั่นคง (Safety and security)

2. บุคคลที่ทำให้คุณรู้จักการเรียนรู้และการเติบโต (Learning and growth)

3. บุคคลที่คุณให้ความใกล้ชิดทางอารมณ์และการปรับทุกข์ (Emotional closeness and confiding)

4. บุคคลที่ทำให้คุณมีความสัมพันธ์โรแมนติก (Romantic intimacy)

5. บุคคลที่ช่วยคุณยืนยันตัวตนและสร้างประสบการณ์ร่วมกัน (Identity affirmation and shared experience)

6. บุคคลที่ให้ความช่วยเหลือ (ด้านข้อมูลและการปฏิบัติ) (Help - informational and practical)

7. บุคคลที่คุณรู้สึกมีความสนุกสนานและการพักผ่อน (Fun and relaxation)

พวกเขายังแนะนำว่า อย่าให้ความกลัวมาหยุดยั้งคุณจากการก้าวออกไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับผู้คนในชีวิตของคุณ หรือเพื่อพบปะผู้คนใหม่ๆ "ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ละเอียดอ่อน หรือช่วงเวลาแห่งความใส่ใจอย่างเต็มที่ มันไม่สายเกินไปที่จะกระชับความสัมพันธ์ที่มีความหมายต่อคุณให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น"

อ้างอิง: CNBC, Harvard.edu, KasleyKillam, AdultDevelopmentStudy

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...