โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พราวปรับแผนภูเก็ตเฟส 2 รับลูกค้าไฮเอนด์-กลุ่ม FIT

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ม.ค. 2566 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 05.37 น.

“พราว เรียลเอสเตท” ชี้จีนปัจจัยบวกภาคการท่องเที่ยวไทย เชื่อยังไม่มาทันที เหตุต้นทุนการเดินทางยังสูง คาดมีความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีเป็นต้นไป เผยปี’65 นักท่องเที่ยวรัสเซีย-ตะวันออกกลางเข้าไทยเกินคาด ดันรายได้เข้าเป้า ล่าสุดเตรียมปรับแผนสร้างโรงแรม ในโครงการ “อันดามันดา” เฟส 2 เน้นจับกลุ่มไฮเอนด์-FIT มากขึ้น

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พราว และกรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เจ้าของและผู้บริหารโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน, ภูเก็ต และสวนน้ำวานา นาวา หัวหิน, สวนน้ำอันดามันดา ภูเก็ต เปิดเผยว่า

จากการผ่อนคลายมาตรการด้านสาธารณสุขของจีนทำให้นักท่องเที่ยวสามารถออกเดินทางได้ ถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญของภาคการท่องเที่ยวไทยต่อจากนี้ โดยประเมินว่าในช่วงแรกนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนอาจยังไม่เดินทางเข้ามามากนัก เนื่องจากจีนยังมีการระบาดของเชื้อโควิด-19 รวมถึงราคาค่าเดินทางยังสูง เชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มมากขึ้นหลังช่วงกลางปีเป็นต้นไป

“เราไม่ได้พึ่งพาตลาดจีนมากนัก โดยก่อนโควิด-19 นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นตลาดอันดับ 2 ของเรา แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง” นางสาวพราวพุธกล่าว และว่า

ในปี 2565 ที่ผ่านมาบริษัทประมาณการว่านักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 เมื่อถึงเวลาดังกล่าวนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับยังไม่เดินทางเข้ามา อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทในปี 2565 ยังเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากเกินความคาดหมาย

ส่วนในปี 2566 นี้การเปิดประเทศของจีนที่เร็วขึ้น ถือว่าเป็นส่วนเติมเต็มเป้าหมายเดิม เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้คาดการณ์ว่าทางการจีนจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ในช่วงครึ่งหลังปี 2566 เป็นต้นไป

นางสาวพราวพุธยังกล่าวอีกว่า นอกจากในส่วนของธุรกิจโรงแรมแล้ว โครงการสวนน้ำอันดามันดา จังหวัดภูเก็ตยังได้รับเสียงตอบรับที่ดี จากเดิมคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการเฉลี่ย 400-500 คนต่อวัน แต่ปัจจุบันพบว่ามีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 2,000 คนต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง ทำให้มีอัตรากำไรสูงขึ้น

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างโรงแรมฮอลลิเดย์ อินน์ อันดามันดา ภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัลนั้น นางสาวพราวพุธกล่าวว่า บริษัทเตรียมปรับรูปแบบการลงทุนให้เน้นจับกลุ่มไฮเอนด์มากขึ้น จากเดิมที่บริษัทให้ความสำคัญกับกลุ่มนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ โดยอาจเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง จากเดิมสัดส่วน 40% เป็น 50%

“คาดว่าอัตราการลงทุนต่อห้องอาจสูงขึ้น แต่อาจจะลดจำนวนห้องลงจากเดิมที่วางแผนไว้ 300 ห้อง ใช้งบประมาณลงทุนใกล้เคียงเดิมคือ 1,200 ล้านบาท” นางสาวพราวพุธกล่าว

นางสาวพราวพุธกล่าวต่อไปว่า บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมมากขึ้น เช่น เวลเนส อาหารและเครื่องดื่ม จากเดิมมีสัดส่วนรายได้จากห้องพักราว 70-80% รายได้จากอาหารและเครื่องดื่มและอื่น ๆ ราว 20-30% เช่น ธุรกิจในพื้นที่หัวหินตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากอาหารและเครื่องดื่มให้มีสัดส่วน 30-40%

“ทุกคนแข่งห้องพักคล้าย ๆ กัน และต่างก็ทำออกมาได้ดี ขณะที่ร้านอาหารเป็นตัวชูโรงที่สำคัญ เช่น ร้านจรัส (Jaras) ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต ก็ได้รับรางวัลมิชลินไกด์ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า” นางสาวพราวพุธกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...