โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาล่ม 15 ครั้ง เกมการเมือง-เผางบดูงานต่างประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2565 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2565 เวลา 04.52 น.

นับสถิติตั้งแต่ปี 2562 -2565 สภาล่มซ้ำซาก 15 ครั้ง ฝีแตกในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของสภาผู้ทรงเกียรติ

ครั้งแรก วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562

ภายหลังผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสรุปแล้ว นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะผู้เสนอญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเพื่อศึกษาผลกระทบการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ได้ขอถอนญัตติดังกล่าว ออกจากระเบียบวาระการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติยินยอมให้ถอนได้ ก่อนที่ที่ประชุมจะได้ลงมติ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่า องค์ประชุมไม่ครบ จึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 2 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562

ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระเรื่องด่วน โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 คือ ญัตติด่วน 6 เรื่อง ได้แก่

1.ญัตติด่วน เรื่อง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44

2.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไข ผลจากประกาศและคำสั่งคณะปฏิวัติคณะต่าง ๆ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและศึกษาผลกระทบและความเหมาะสมของกฎหมายที่บัญญัติโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อหาแนวทางปรับแก้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

3.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายทวงคืนผืนป่า และผลกระทบของผู้ถูกดำเนินคดีจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 64/2557 และ 66/2557

4.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ

5.ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มาตรา 44 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

6.ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบและผลงานของนโยบายทวงคืนผืนป่า

ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ จึงได้สั่งปิดการประชุม

ที่รัฐสภา ระหว่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2565

ครั้งที่ 3 วันที่ 8 กรกฎาคม 2563

ภายหลังการอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนตุลาคม –ธันวาคม 2562) ของสมาชิกฯ โดยมีรองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตอบชี้แจง ในระหว่างการอภิปราย มีสมาชิกฯเสนอญัตติขอให้นับองค์ประชุม ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบองค์ประชุมปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ จึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 4 วันที่ 30 มิถุนายน 2564

ที่ประชุมได้พิจารณาต่อในมาตรา 6 เพิ่มหมวด 2/1 มาตรา 56/1 มาตรา 56/2 มาตรา 56/3 และมาตรา 56/4 ร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติในมาตราดังกล่าว ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่า มีจำนวนสมาชิกฯ ไม่ครบองค์ประชุม ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 5 วันที่ 17 ธันวาคม 2564

ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานของที่ประชุมได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระที่ 4 เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือ รายงานการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบกับรายงานฉบับดังกล่าว ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานของที่ประชุมได้ดำเนินการตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่า มีจำนวนสมาชิกฯ ไม่ครบองค์ประชุม รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 6 วันที่ 19 มกราคม 2565

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ และผู้เสนอ ได้แถลงหลักการและเหตุผล ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ทีละฉบับ รวม 4 ฉบับ ตามลำดับ มีสมาชิกฯ อภิปราย โดยมีรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นได้มีสมาชิกฯ เสนอขอนับองค์ประชุม ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานของที่ประชุมจึงได้สั่งให้นับองค์ประชุม ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 7 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565

เมื่อผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (สุราก้าวหน้า) โดยมีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังสมาชิกฯ อภิปราย คณะรัฐมนตรีได้ขอรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณาก่อนรับหลักการ โดยให้รอการพิจารณาไว้ภายในกำหนดเวลา 60 วัน จากนั้นผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานของที่ประชุมได้ด าเนินการตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่ามีจำนวนสมาชิกฯไม่ครบองค์ประชุม จึงได้สั่งปิดการประชุม

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2565

ครั้งที่ 8 วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565

เมื่อรองประธานคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการได้เสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน สมาชิกฯ อภิปราย โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ต่อรองประธานคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการ ตอบชี้แจง ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติ ได้มีสมาชิกฯ เสนอขอนับองค์ประชุม ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงได้สั่งให้นับองค์ประชุม ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ จึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 9 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565

ที่ประชุมรับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ภายหลังการอภิปรายของสมาชิกฯ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ตอบชี้แจง

จากนั้น ได้มีสมาชิกฯ ขอนับองค์ประชุม ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่ามีจ านวนสมาชิกฯไม่ครบองค์ประชุม จึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 10 วันที่ 15 กันยายน 2565

ได้มีสมาชิกฯ เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีดำเนินการตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวม 2 ฉบับ

เมื่อผู้เสนอญัตติทั้ง 2 ฉบับ ได้แถลงเหตุผล ทีละฉบับ ตามลำดับโดยมีรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังการอภิปรายของสมาชิกฯ ที่ประชุมได้ลงมติในญัตติดังกล่าว ปรากฏว่ามีสมาชิกฯ ไม่ครบองค์ประชุม ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานของที่ประชุมจึงสั่งปิดประชุม

ครั้งที่ 11 วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565

รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ เมื่อประธานคณะกรรมาธิการและที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการได้เสนอรายงาน สมาชิกฯ อภิปราย โดยมีรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่งผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ ประธานคณะกรรมาธิการ ตอบชี้แจง ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานของที่ประชุมได้ตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบจึงสั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 12 วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565

ที่ประชุมได้พิจารณาต่อในมาตรา 7 แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนถึงมาตรา 9/1 ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. …. จากนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบจึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 13 วันที่ 1 ธันวาคม 2565

ที่ประชุมได้พิจารณาต่อในมาตรา 9/1 ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. …. ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบจึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 14 วันที่ 7 ธันวาคม 2565

ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระที่ 4 เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือ ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ….

ที่ประชุมได้พิจารณาต่อในมาตรา 9/1 ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบจึงได้สั่งปิดการประชุม

ครั้งที่ 15 วันที่ 21 ธันวาคม 2565

ที่ประชุมได้พิจารณาต่อในมาตรา 2 ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. …. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว แล้วเรียงตามลำดับมาตรา โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ ที่ประชุมได้พิจารณาจนถึงมาตรา 7/4 รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบจึงได้สั่งปิดการประชุม

อนุทิน สภา ประชุมสภาร่วม

ฝีแตก 3 เดือนสภาก่อนหมดวาระ

การออกมากรีดของ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร-ประธานรัฐสภา ถึงเหตุผลสภาล่มซ้ำซาก เพราะ ส.ส.ที่เป็นกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่มีถึง 35 คณะ ส่วนหนึ่ง เดินทางไปดูงานต่างประเทศ (ญี่ปุ่น)

จึงเป็นเพียง “ฝีแตก” ของสภาในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนครบวาระ

ปัจจุบันพระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2560 ที่นำมาใช้โดยอนุโลมในการ “การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว” มาใช้บังคับแก่การเดินทางไปราชการต่างประเทศของ ส.ส. หรือ ส.ว.

โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาได้รับสิทธิในอัตราเดียวกับนายกรัฐมนตรี รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานวุฒิสภา และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้รับสิทธิในการอัตราเดียวกับรองนายกรัฐมนตรี

ส.ส.และส.ว.ได้รับสิทธิในอัตราเดียวกับข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง

โดยการเดินทางไปราชการต่างประเทศโดยเครื่องบินจากประเทศไทยไปต่างประเทศ หรือ จากต่างประเทศกลับประเทศไทย หรือ การเดินทางในต่างประเทศ สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ให้เดินทางโดย “ชั้นหนึ่ง”

1.หัวหน้าคณะผู้แทนรัฐบาล 2.ประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภา 3.ประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา 4.ประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 5.รัฐมนตรี

6.ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า สมุหราชองครักษ์ ผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

การเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวที่จะมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจะต้องได้รับอนุมัติเป็นหนังสือจากประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ประธานวุฒิสภา แล้วแต่กรณี

เงินประจำตำแหน่ง-เงินเพิ่มหลักแสน

สำหรับบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา

พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ.2555 กำหนดให้

  • ประธานสภาผู้แทนราษฎร เงินประจำตำแหน่ง 75,590 บาทต่อเดือน เงินเพิ่ม 50,000 บาทต่อเดือน
  • ประธานวุฒิสภา เงินประจำตำแหน่ง 74,420 บาทต่อเดือน เงินเพิ่ม 45,500 บาทต่อเดือน
  • รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เงินประจำตำแหน่ง 73,240 บาทต่อเดือน เงินเพิ่ม 42,500 บาทต่อเดือน
  • รองประธานวุฒิสภา เงินประจำตำแหน่ง 73,240 บาทต่อเดือน เงินเพิ่ม 42,500 บาทต่อเดือน
  • ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เงินประจำตำแหน่ง 73,240 บาทต่อเดือน เงินเพิ่ม 42,500 บาทต่อเดือน
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เงินประจำตำแหน่ง 71,230 บาทต่อเดือน เงินเพิ่ม 42,330 บาทต่อเดือน
  • สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เงินประจำตำแหน่ง 71,230 บาทต่อเดือน เงินเพิ่ม 42,330 บาทต่อเดือน
ประธานสภา เงินเดือน

ตรวจสุขภาพประจำปี 7,000 บาท

ขณะบัญชีอัตราสิทธิประโยชน์สวัสดิการรักษาพยาบาลของ ส.ส.และ ส.ว.ดังนี้

1.การรักษาพยาบาลในสถาพยาบาลของทางราชการและเอกชน

กรณีการรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน 1.ค่าห้องและค่าอาหาร/วัน (ไม่เกิน 31 วัน/ครั้ง) จำนวนเงินไม่เกิน 4,000 บาท (รวมค่าบริการการพยาบาล) ค่าห้อง ไอ.ซี.ยู/ซี.ซี.ยู./วัน (สูงสุด 7 วัน/ครั้ง) จำนวนเงินไม่เกิน 10,000 บาท (ไม่รวมค่าผ่าตัด)

2.ค่ารักษาพยาบาลทั่วไป/ครั้ง จำนวนเงินไม่เกิน 100,000 บาท ค่ารถพยายาล จำนวนเงินไม่เกิน 1,000 บาท

3.ค่าแพทย์ผ่าตัด/ครั้ง จำนวนเงินไม่เกิน 120,000 บาท (ให้หมายความถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องผ่าตัด เช่น ค่าแพทย์ผ่าตัด ค่าวิสัญญีแพทย์ ค่าใช้อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ในห้องผ่าตัด ค่าเครื่องมือดมยา ค่าผ่าตัดด้วยกล้อง)

4.ค่าแพทย์เยี่ยมไข้/วัน (ไม่เกิน 31 วัน/ครั้ง) ไม่เกิน 1,000 บาท

5.ค่าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค/ครั้ง ไม่เกิน 4,000 บาท

6.การคลอดบุตร แบ่งเป็น คลอดธรรมชาติ ไม่เกิน 20,000 บาท คลอดโดยการผ่าตัด ไม่เกิน 40,000 บาท

7.การรักษาทันตกรรม/ปี ไม่เกิน 5,000 บาท

กรณีการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ค่ารักษาพยาบาลทั่วไป/ปี ไม่เกิน 90,000 บาท อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน/ครั้ง ไม่เกิน 20,000 บาท (รวมถึงการรักษาภายใน 15 วัน โดยไม่รวมกับค่าใช้จ่ายทั่วไป) 2.การตรวจสุขภาพประจำปี ไม่เกิน 7,000 บาท

สิทธิประโยชน์ ส.ส.

เบี้ยประชุม กมธ.ครั้งละ 1,500 บาท

นอกจากสิทธิประโยชน์จากค่าเดินทางในประเทศ-ต่างประเทศ และเงินประจำตำแหน่ง-เงินเพิ่ม สิทธิรักษาพยาบาลแล้ว กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการวุฒิสภา กรรมาธิการรัฐสภาและกรรมาธิการร่วมกันของสภาทั้งสอง ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง เฉพาะครั้งที่มาประชุมในอัตราครั้งละ 1,500 บาท

อนุกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร อนุกรรมาธิการวุฒิสภา อนุกรรมการรัฐสภา และอนุกรรมาธิการร่วมกันของสภาทั้งสอง ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง เฉพาะครั้งที่มาประชุมในอัตราครั้งละ 800 บาท

ผู้ช่วยเลขานุการคนหนึ่งในคณะกรรมาธิการซึ่งทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายของ ส.ส. ส.ว. และรัฐสภา ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง เฉพาะครั้งที่มาประชุมในอัตราครั้งละ 1,000 บาท

กินหรู-อยู่อย่างสบายด้วยเงินภาษีของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...