โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ จอมพล ป. พูดถึง แม่นาคพระโขนง

The101.world

อัพเดต 20 พ.ย. 2565 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2565 เวลา 00.00 น. • The 101 World

แม่นาคพระโขนง

“เขาว่านางนาคพระโขนงหยิงไทยคนหนึ่งผู้ลือนามได้ตายเพราะคลอดลูกตายแล้ว ยังมาแปลงตัวเปนผีหยู่กับผัวได้ เวลาทำกับข้าว ของตกไต้ถุน ผีนาคพระโขนงทำมือยาวลอดช่องลงไปหยิบขึ้นมาได้ ผีนาคที่เล่านี้จะมานอนด้วยกับคนพูดอกุสล ฉันพูดมาเพียงนี้เหงื่อแตกเพราะกลัวผีนาคคนสำคัน”

สามัคคีชัย (นามแฝง จอมพล ป.พิบูลสงคราม)

“สามัคคีชัย หรือ สามัคคีไทย” จอมพล ป.พิบูลสงคราม

สามัญนามประเภทของผีระดับหัวแถวที่คนไทยนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นผีปอบ ผีกระสือ ผีตานี ผีบ้านผีเรือน เป็นต้น แต่ครั้นเมื่อเอ่ยถึงผีไทย[1]ที่มีชื่อจำเพาะ อันดับหนึ่งย่อมเป็น ‘แม่นากพระโขนง (บ้างก็สะกดนาค)[2]‘ เพียงเท่านั้น!

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยเคยถ่ายทอดเรื่องเล่าของพระบิดาสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ไว้ว่า ราว พ.ศ. 2420 ทรงเคยลองทดสอบ (ถ้าสมัยนี้ก็ว่าทำโพล) สอบถามคนเข้าออกประตูว่ารู้จักใครมากที่สุด โดยให้ตัวเลือก 4 ชื่อ คือ 1.ท่านขรัวโต (สมเด็จพระพุฒาจารย์) 2.พระพุทธยอดฟ้าฯ รัชกาลที่หนึ่ง 3.จำไม่ได้ว่าใคร และ 4.อีนากพระโขนง ผลลัพธ์ปรากฏว่าผู้คนรู้จัก ‘อีนากพระโขนง’ มากที่สุด![3] ผลสำรวจนี้ย่อมหมายถึงตำนานเรื่องผีตายทั้งกลมที่เที่ยวอาละวาดแถบคลองพระโขนง เป็นเรื่องมุขปาฐะที่มีมาก่อนลายลักษณ์อักษรสมัยรัชกาลที่ 5 ของ ก.ศ.ร.กุหลาบ (พ.ศ. 2377-2464) ปรากฏในหนังสือสยามประเภท ฉบับมีนาคม ร.ศ. 118 หรือ พ.ศ. 2442

กระนั้นก็พึงทราบว่าเมื่อมีผู้ใช้นามแฝงว่า ‘ผู้รับสยามประเภทแต่เดิม’ ส่งคำถามในรูปแบบโคลงสี่สุภาพว่า ‘นางนากปีศาจนั้น เปนไฉนหนะพ่อ’ คำตอบของ ก.ศ.ร.กุหลาบ กลับเป็นเรื่องแนวโอละพ่อแฉอุบายของลูกหลานพ่อหม้ายชุ่ม (ไม่ได้ชื่อนายมาก) สามีของ ‘อำแดงนากพระโขนง’ ที่หวงแหนทรัพย์สินของบิดา จึงแสร้งสร้างเรื่องปีศาจนางนากหลอกหลอนชาวบ้าน โดยอ้างว่าเป็นเรื่องเล่าของพระศรีสมโภช (บุด) ผู้สร้างวัดมหาบุศย์เล่าถวายแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าพระปรมานุชิตชิโนรส

นับจากฉบับของ ก.ศ.ร.กุหลาบ สังคมไทยยังคงผลิตซ้ำเรื่องผีสุดเฮี้ยนนางนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ พระราชนิพนธ์ของ ร.6 เรื่อง The Second Ghost of Phra-Kanong, ละครร้อง อีนากพระโขนง (พ.ศ. 2455) ของ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (ถึงจะดำเนินเรื่องซ้อนความฝัน แต่เนื้อหาฉบับนี้คือต้นแบบที่นิยมตราบจนปัจจุบัน เปิดแสดงครั้งแรกที่โรงละครปรีดาลัย[4] ได้รับความนิยมถึงขนาดแสดงซ้ำถึง 24 คืน[5]), ขุนชาญคดีเล่าเรื่องอีนากพระโขนง (พ.ศ. 2471), ลำตัด (พ.ศ. 2472-2473), กลอนแปดเรื่องแม่นาคพระโขนง (พ.ศ. 2474) ของ ประภาศรี[6] จนมาถึงการเชื่อมโยงระหว่างสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ในประวัตินิพนธ์ของพระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันทน์ พ.ศ. 2404-2486) เมื่อ พ.ศ. 2473[7]

ภาพปกหนังสืออีนากพระโขนง ต้นทศวรรษ พ.ศ. 2470

ในแง่สื่อสมัยใหม่ เรื่องแม่นากผลิตเป็นละครวิทยุครั้งแรกคาดว่าหลังปี พ.ศ. 2471 โดย หลวงอรรถปริมลวุจดี (ม.ล.เปลื้อง อิศรางกูร พ.ศ. 2431-2517)[8] กับภริยาชื่อแม่ละม่อม นักร้องชื่อดังสมัยรัชกาลที่ 7 ต่อมาหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 นางนากยังได้รับเกียรตินำเสนอเป็น ‘ภาพยนตร์ผีเรื่องแรกของไทย’ แบบหนังเงียบขาวดำ เรื่อง นางนาคพระโขนง จัดสร้างโดยบริษัทหัสดินทรภาพยนตร์ ของ ม.ร.ว.อนุศักดิ์ หัสดินทร์ เปิดฉายครั้งแรกที่โรงภาพยนตร์วัฒนากร เมื่อวันที่ 9-11 เมษายน พ.ศ. 2476 มีผู้เข้าชมเต็มทุกรอบจนถึงกับต้องฉายซ้ำที่โรงภาพยนตร์นางเลิ้งเมื่อวันที่ 14-17 เมษายน และโรงภาพยนตร์บุศยพรรณ (ตงก๊ก บางลำพู) เมื่อวันที่ 15-19 เมษายน ศกเดียวกัน ซึ่งผู้เข้าชมถึงกับวิพากษ์วิจารณ์ว่าน่ากลัวยิ่งกว่าหนังของฝรั่งร่วมสมัย ‘เดชผีดิบ (เคานต์ แดรกคูล่า)’[9] ทั้งนี้ เพียงหนึ่งปีถัดจากนั้น ภาพยนตร์ผีเรื่องที่สอง ‘ปู่โสมเฝ้าทรัพย์’ (พ.ศ. 2477) ก็ถูกผลิตขึ้นในรูปแบบหนังพูดได้ (เสียงในฟิล์ม) โดยคณะศรีกรุงของครอบครัววสุวัต

นับจากกำเนิดภาพยนตร์นางนาคครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2476 จนถึง 25 พุทธศตวรรษ หรือกล่าวอีกนัยว่าเป็นยุคสมัย 25 ปีภายใต้การปกครองของผู้นำคณะราษฎรพอดี เรื่องแม่นาคพระโขนงได้รับการผลิตเป็นภาพยนตร์นับจำนวนได้ถึง 9 เรื่อง![10] และเมื่อย่างเข้าพุทธศตวรรษที่ 26 ความนิยมยิ่งเริ่มเพิ่มพูนทวี ประกอบด้วยเทคนิคการถ่ายทำที่ล้ำหน้ามากขึ้น พ.ศ. 2502 ภาพยนตร์แม่นาคพระโขนง[11]โดย เสน่ห์ โกมารชุน ที่ได้ ปรียา รุ่งเรือง เจ้าของฉายา ‘อกเขาพระวิหาร’ มารับบทเอกก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นหนังไทยที่ทำรายได้ทะลุล้านด้วยเวลาอันรวดเร็วที่สุด[12] กระทั่งล่วงถึงเกือบครึ่งศตวรรษต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2542 ก็เป็นภาพยนตร์นางนาก[13] ของ นนทรีย์ นิมิบุตร ที่แสดงโดย อินทิรา เจริญปุระ ที่ทำลายสถิติรายได้ด้วยยอดรายรับ 149.6 ล้านบาท[14] จนท้ายที่สุด เมื่อนำพล็อตเรื่องแม่นาคมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชื่อ ‘พี่มาก..พระโขนง’ โดย บรรจง ปิสัญธนะกุล รับบทแม่นาคโดย ดาวิกา โฮร์เน่ ใน พ.ศ. 2556 ความนิยมก็ยังคงทะลุเพดานถึงระดับที่ว่าทุกวันนี้ยังครองตำแหน่งภาพยนตร์ไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาลที่รายรับรวมถึง 559.59 ล้านบาท[15] ปัจจุบันนี้ทั้งสองเวอร์ชันนี้ยังคงครองตำแหน่งภาพยนตร์ผีทำเงินสูงสุดอันดับ 1 และ 2[16]

หลากหลายโปสเตอร์ภาพยนตร์แม่นาคพระโขนง เครดิตภาพ : หนังสือร้อยปีหนังไทย รวบรวมโดย โดม สุขวงศ์ และ สวัสดิ์ สุวรรณปักษ์

จากสถิติที่ผ่านมามีการสร้างภาพยนตร์[17]เกี่ยวกับแม่นาครวมแล้วไม่น้อยกว่า 32 เรื่องสะท้อนถึงความนิยมของสังคมไทยต่อ ‘ผีนางนาก’ เป็นอย่างดี หากจะมีผีอีกสักตัวในโลกภาพยนตร์ที่พอจะเอ่ยอ้างได้ถึงความนิยมระดับตามมาห่างๆ ก็คงจะเป็นเรื่อง ‘บ้านผีปอบ’ ที่มีสถิติการสร้างภาคต่อมากที่สุดถึง 14 ภาค[18]

วัดแม่นาคพระโขนง (วัดมหาบุศย์)

วัดมหาบุศย์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในชื่อวัดแม่นาคพระโขนง จัดเป็นวัดโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สร้างราว พ.ศ. 2305 ก่อนเสียกรุงเก่าพม่า 5 ปี และถูกทอดทิ้งเป็นวัดร้าง เล่ากันว่าเดิมชื่อ ‘วัดสามบุตร’ กล่าวคือ บุตรชายสามคนพี่น้องร่วมกันสร้างขึ้น ต่อมาเมื่อพระมหาบุตร เปรียญ 5 ประโยค สำนักวัดเลียบ (ต่อมาในรัชกาลที่ 1 พระราชทานนามใหม่ว่า ‘วัดราชบูรณะ’) ได้มาเยี่ยมญาติโยมของท่านซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในลำคลองพระโขนง ชาวบ้านพระโขนงจึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ให้ท่านอยู่วัดสามบุตร เพื่อช่วยเป็นผู้นำในการบูรณะวัดสามบุตร

ภายหลังบูรณปฏิสังขรณ์วัดเรียบร้อยแล้วจึงเปลี่ยนชื่อเป็น ‘วัดมหาบุตร’ ตามนามของพระมหาบุตร ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญของภาษาไทย จึงได้เขียนชื่อทางราชการของวัดว่า ‘วัดมหาบุศย์’

ตามประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร ฉบับกรมการศาสนาจัดพิมพ์ กล่าวถึงวัดแห่งนี้ตอนหนึ่งว่า วัดมหาบุศย์มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์อยู่หลายปี ตราบถึงประมาณปี 2455 ต้นรัชกาลที่ 6 จึงมีการบูรณะสังฆเสนาสน์ขึ้นอีกด้วย โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2459 มีเขตวิสุงคามสีมากว้าง 2 เส้น ยาว 2 เส้น 7 วา ครั้นถึง พ.ศ. 2470 อุโบสถหลังที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2459 นั้นชำรุดทรุดโทรม จึงได้ทำการรื้อออกแล้วก่อสร้างขึ้นใหม่กว้าง 20 เมตร ยาว 23 เมตร หน้าบันสลักเป็นลายกนกไทยรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ หลังคาสองชั้นลด ครั้นถึง พ.ศ. 2500 ทางวัดได้ทำการบูรณะใหม่เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาเป็นกระเบื้องเคลือบสี เปลี่ยนช่อฟ้าใบระกาหางหงส์และหน้าบันใหม่ทั้งหมด เสร็จเรียบร้อยแล้วได้เชิญ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นมาเป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าวัดมหาบุศย์ เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสถาพรสืบมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้[19]

อนึ่ง ผู้เขียนพยายามสืบเสาะที่มาของชื่อซอย ‘อ่อนนุช (สุขุมวิท 77)’ อันเป็นที่ตั้งของวัดแห่งนี้ ผลลัพธ์พอจะสันนิษฐานได้ว่ามาจากนายเริก อ่อนนุช ที่ลูกหลานได้เขียนระลึกไว้ในอนุสรณ์งานศพไว้ว่า “เป็นผู้มีอัธยาศัยไมตรีโอบอ้อมอารีแก่บุคคลทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น การริเริ่มสร้าง ซอยอ่อนนุช 1, 2, 3 และ 4 นอกจากนั้นคุณพ่อยังยกที่ดินให้เป็นที่ตั้งสถานีตำรวจนครบาลพระโขนงปัจจุบันอีกประมาณ 2 ไร่ และยังให้ยืมที่ดินเป็นที่ตั้งสถานีอนามัยพระโขนงปัจจุบันอีกด้วย”[20]

นายเริก อ่อนนุช เจ้าของตลาดอ่อนนุช และสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นที่มาของชื่อเรียก “ซอยอ่อนนุช” ในเวลาต่อมา

จอมพล ป. ใช้แม่นาคพระโขนงเป็นเครื่องมือ

ปกหนังสือรวมเรื่องของ “สามัคคีไทย 2485”
ไทย-ญี่ปุ่น ยุคสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ.2484-2488

15 ปีก่อน จอมพล ป. สิ้นอำนาจใน พ.ศ. 2500 ของจอมพล ความน่ากลัวสยองขวัญของแม่นาคพระโขนงเคยเป็นมีมถึงระดับที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม เคยยกขึ้นเพื่อพูดกึ่งหยอกปรามคนที่วิจารณ์รัฐบาล เรื่องดังว่าเกิดขึ้นในบทความเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2485 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ศรีกรุงและประชาชาติในอีก 2 วันต่อมา โดยใช้นามปากกาว่า ‘สามัคคีชัย’ (ต่อมารวมเล่ม ใช้ว่า ‘สามัคคีไทย’)

บริบทขณะนั้นรัฐบาลกำลังประสบปัญหาการแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่โดยยังคงรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคและขายก๋วยเตี๋ยวว่า “ไปเที่ยวดูท้องนาหลังจากน้ำท่วมบ้าง ดูการขายก๋วยเตี๋ยวเสียบ้าง…ปีนี้น้ำท่วมมากผิดปรกติหย่างไม่เคยมีมาแต่ก่อน และเวลานี้หน้าหนาวแล้ว ฝนยังตกหนัก ๆ บางวัน”

อีกด้านหนึ่งประเทศก็ยังเผชิญกับภัยสงครามมหาเอเชียบูรพาที่จำต้องเข้าร่วมกับญี่ปุ่นท่ามกลางนานาข่าวลือและคำวิจารณ์จากผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนหนึ่ง จนถึงกับเป็นเหตุให้ จอมพล ป. หยิบยกแม่นาคพระโขนงขึ้นขู่ว่า “ฉันได้ยินแว่ว ๆ มาว่า ต่อไปนี้ไครพูดอกุสลช่วยข้าสึก คือพูดไม่เปนสิริมงคลแก่ชาติไทยและตัวท่านเองแล้ว…ได้ ผีนาคที่เล่านี้จะมานอนด้วยกับคนพูดอกุสล ฉันพูดมาเพียงนี้เหงื่อแตกเพราะกลัวผีนาคคนสำคัน ที่ฉันพูดถึงผีนาคพระโขนงนี้ ตั้งไจจะหลอกผู้พูดอกุสล จะได้หยุดพูดกันเสียที” เรื่องนี้อาจเป็นอารมณ์ขันของท่านผู้นำในวิกฤตการณ์ครั้งนั้น แต่ที่แน่นอนคือเรื่องดังกล่าวสะท้อนถึงกระแสความนิยมของปีศาจตนนี้ว่าได้รับความนิยมสูงระดับใดในสังคมยามนั้น

พาดหัวข่าวของ สรีกรุง 3 ธันวาคม พ.ศ.2485

ผู้เขียนขอคัดลอกบทความฉบับนั้นแบบสมบูรณ์มาแบ่งปันให้ได้อ่านดังต่อไปนี้ (การสะกดเป็นไปตามต้นฉบับยุค ‘ปฏิวัติภาษา’ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลจอมพล ป. ระหว่าง มิ.ย. 2485 – พ.ย. 2487)

จงหย่าพูดหย่างไร้ความคิด 1 ธ.ค. 85

พี่น้องผู้รักชาติทั้งหลาย นี่สามัคคีไทยเขียน ฉันตั้งไจจะหยุดเขียน เพราะได้ยินบางแห่งว่าการเขียนของฉันไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่ตัวเลย ฉันเลยหยุดมาหลายวัน แต่มิไช่เพราะไม่ได้อะไรแก่ตัวฉัน เปนเพราะไปไหนได้สะดวก จึงถือโอกาสไปเที่ยวชมพระนครบ้าง ไปเที่ยวดูท้องนาหลังจากน้ำท่วมบ้าง ดูการขายก๋วยเตี๋ยวเสียบ้าง เวลาที่ธัมชาติไห้แก่ฉันเลยหมดไปทุกวัน จึงไม่ได้เขียนเรื่องราวไนไจฉันคิดเพื่อมาเล่าสู่ท่านผู้ฟัง อีกทั้งไม่รบกวนท่านที่เบื่อคารมของฉันตามไปด้วย บังเอินวันนี้ฝนตกหนัก ตัดการออกจากบ้านของฉันเหมือนเวลาน้ำท่วมที่แล้วมานั้นอีก ฉันเลยจับปากกาตัวเดิม เขียนเรื่องมาอ่านอีก พอจับปากกา ทำให้ฉันนึกได้ว่าปากกาตัวนี้ของฉันเมื่อ 7-8 วันมานี้ ได้เกิดแตกออกตรงมือจับ น้ำหนักแทนจะไหลออกทางปลายปากกา กลับไหลมาเปื้อนมือฉัน ต้องส่งไปไห้ช่างปากกาอุด เสียเวลาไปหลายวัน ปากกาอื่นก็มี แต่ฉันไม่ชอบไช้ สู้ปากกาที่เคยไช้เขียนไม่ได้ เพราะเหมาะมือดีแล้ว ถ้าเขียนด้วยปากกาอื่น ทำไห้ความคิดของฉันติดตะกุกตะกักไม่คล่องไจตามไปด้วย เพียงปากกาตัวเดียวของฉัน ยังมีส่วนช่วยกิจการงานส่วนตัวฉันไม่น้อยเลย ฉันเขียนหนังสือจนปากกาแตกแล้ว หย่างน้อยเรื่องของฉันคงจะเปนประโยชน์แก่พี่น้องเปนชาติพลีบ้างเปนแน่ ฉันขอรับรองว่าวันนี้หวอไม่มีแน่นอน ฉะนั้นท่านควนจะฟังวิทยุคืนนี้ได้ตามไจไห้สบาย ฉันไม่ไช่หมอดู แต่เพราะเห็นอากาสมืดมัวปกคลุมไปด้วยเมคและฝน ถ้าพี่นักบินอเมริกันขืนมาได้ ฉันเห็นจะต้องไห้รางวันหย่างงามทีเดียว ดูก็เปนการน่าสงสัยเสียจิง ปีนี้น้ำท่วมมากผิดปรกติหย่างไม่เคยมีมาแต่ก่อน และเวลานี้หน้าหนาวแล้ว ฝนยังตกหนัก ๆ บางวัน ถ้าคิดทางดีฉันว่าเทพเจ้าบันดานมาปกป้องคุ้มครองชาวไทย เห็นจะสบายไจดีเหมือนกัน พูดเช่นนี้ ฉันนำเอาสิ่งที่เห็นกับตาตนเองแล้วไปบรรจบกับความนึกคิดถึงสิ่งสักดิสิทธิ จะว่าฉันพูดเปนอกุสลไม่ได้ ทั้งพูดเช่นนี้ท่านผู้ฟังคงสบายไจด้วย ไม่ไช่พูดให้เหงื่อแตกหย่างจะเปนลมหัวไจหยุด ฉะนั้นคำพูดของฉันไม่มีไครมาสอนไห้พูดตามแน่นอน ตรงกันข้าม เวลานี้ไนพระนครธนบุรีของเรา ช่างมีการสอนพูดอกุสลกันเสียนี่กะไร ราวกับช่างปั้นน้ำไห้เปนตัว มีพูดว่ายี่ปุ่นจะจับนายกรัถมนตรีบ้าง ยี่ปุ่นจะยึดโรงเรียนบ้าง ยี่ปุ่นจะปลดอาวุธกองทัพไทยบ้าง มีอีกเยอะแยะ วันนี้ฉันยังได้ยินนายกรัถมนตรีพูดว่า พระที่นั่งอนันตสมาคมจมหายไปไนดินหมดแล้ว ฉันสอบถามได้ความว่า นายกรัถมนตรีช่วยปั้นข่าวลือไห้มาก เปนการประสานกับข่าวท้องตลาด ยิ่งกว่านั้นวันนี้ฉันขโมยเวลาราชการนอนกลางวัน เลยฝันแปลก ๆ ฝันว่าคางคกลงแขกหามเขื่อนและอื่น ๆ อีกแยะ คราวหน้าถ้ามีเวลาฉันจะช่วยเขียนไห้เปนข่าวลือกันต่อไป ประเดี๋ยวจะหมดเรื่องพูดลือกันเสีย พูดลือข้างต้นนั้นฉันฟังแล้วผู้ปั้นข่าวยังขาดสิลปไปมาก เพราะที่ลือว่ายี่ปุ่นจะทำโน่นทำนี่แก่ไทย ทั้ง ๆ ที่ทางฝ่ายยี่ปุ่นเองเขาก็ประกาสหยู่เสมอว่า เคารพเอกราชอธิปไตยของไทยเต็มที่ ส่วนไทยกลับพูดไม่เปนสิริมงคลกับชาติของตนเอง หย่างนี้จะเข้าไจว่าเราเปนอะไรกันไปแล้ว เห็นจะต้องถาม น.วิเชียรแพทยาคม แน่เสียแล้วกะมัง เราจะไปยึดถือเอาการทเลาะวิวาทกันตามถนนราย 2 รายเปนข้อบาดหมางไหย่โตนั้น ย่อมไม่ไช่วิสัยชาตินักเลงรบเลย คนมากก็ย่อมมีบ้างเปนธัมดาที่จะพบคนไม่ดีปนหยู่ แต่เราจะยึดเอาเพียงเท่านี้เปนการตัดสินสัมพันธไมตรีระหว่างชาติไม่ได้ ฉันจึงคิดว่าข่าวอกุสลหนาหูเวลานี้ มีจุดหมายไห้ไทยกับยี่ปุ่นทเลาะกันเปนไหย่ ไครเล่าเปนต้นข่าวนี้ ต้องเปนผู้ไม่ชอบไทยกับยี่ปุ่นนั่นเอง ดังนี้ ไทยผู้รักชาติ ทำไมจึงจะต้องไปช่วยเขาพูด พูดจนกลายเปนข่าวอกุสลลือกันเต็มบ้านเต็มเมือง ไครได้รับบาป ชาติไทยทั้งชาตินั่นเอง รวมทั้งคนพูดอกุสลนั้นด้วย หย่างน้อยพูดแล้วก็นั่งกลุ้มนอนไม่หลับ โรคเส้นประสาทกินเปนที่สุดตายเลย นี่ก็ที่สุดของที่สุดละ พี่น้องทั้งหลาย โปรดเชื่อฉันเถิด ทำตามรัถบาลไว้ พูดแต่ที่รัถบาลไห้พูดเถิด ท่านและชาติของท่านจะปลอดภัย ถ้าท่านไม่เชื่อฉันจะขอแรง 2175 มาช่วยพูดไนวันหลังเปน 2 แรง ฉันได้ยินแว่ว ๆ มาว่า ต่อไปนี้ไครพูดอกุสลช่วยข้าสึก คือพูดไม่เปนสิริมงคลแกชาติไทยและตัวท่านเองแล้ว เขาว่านางนาคพระโขนงหยิงไทยคนหนึ่งผู้ลือนามได้ตายเพราะคลอดลูกตายแล้ว ยังมาแปลงตัวเปนผีหยู่กับผัวได้ เวลาทำกับข้าว ของตกไต้ถุน ผีนาคพระโขนงทำมือยาวลอดช่องลงไปหยิบขึ้นมาได้ ผีนาคที่เล่านี้จะมานอนด้วยกับคนพูดอกุสล ฉันพูดมาเพียงนี้เหงื่อแตกเพราะกลัวผีนาคคนสำคัน ที่ฉันพูดถึงผีนาคพระโขนงนี้ ตั้งไจจะหลอกผู้พูดอกุสล จะได้หยุดพูดกันเสียที เพราะจะเอาเหตุผลมาพูดก็คงไม่เชื่อ และบางทีไม่ซาบ ซ้ำไม่ฟังเสียด้วย จึงลองยาขนานผีนาคพระโขนง บางทีจะสักดิสิทธิบ้างก็ได้ คือไช้ยากลางบ้านนั่นเอง ไม่ไช้ยาเหตุผลตามหลักวิชา ฉันขอข้ามเรื่องสับเพเหระข่าวอกุสลนี้ รอไห้ผีนาคพระโขนงช่วยปัดเป่าต่อไป

ไนสมัยสงคราม สมัยคับขันเช่นนี้ ต้องเปนสมัยเหตุผล ไม่ไช่สมัยพูดตามลมตามแล้ง ซึ่งจะนำภัยมาสู่ผู้ไม่เคารพเหตุผลด้วย คนไม่เคารพเหตุผลเปนคนเส้นประสาทอ่อน เด็กเล็ก ๆ เมื่อเห็นละคอนสแดงทุบตีกัน ฉันเคยเห็นเด็กร้องไห้ พ่อแม่ที่พาไปดูละคอนต้องปลอบ บางทีปิดตาก็มี ทำไมเด็กจึงร้องไห้ เพราะนึกว่าละคอนนั้นจะตีค่ากันจิง ๆ เลยกลัว แต่ผู้ไหย่ที่เปนพ่อแม่ไม่ยักกลัว เพราะรู้แน่ว่าละคอนนั้นเล่นกัน ไม่ได้ทำกันจิง ๆ เลยไม่กลัว น่าคิดไม่น้อยเลยตามตัวหย่างง่าย ๆ ที่พูดมานี้ เหตุผลไม่ไช่หรือ ? ที่ทำไห้คนไม่กลัว ฉันพูดมาเพียงนี้ได้ยินวิทยุภาคทหาน เสียงลูกเมียพ่อแม่ของเหล่านักรบส่งไปยังนักรบของเราไนสนามรบ ลอยข้ามบ้านของฉันไป ฉันตันไจเลยขอจบไว้เพียงนี้ นั่งฟังเสียงหนูที่รักพูดกับคุนพ่อนักรบ แล้วร้องเพลงจับไจยิ่งนัก ฉันขออวยพรวันเกิดไห้หนูที่รักของฉันคนนี้ด้วย.

สวัสดี

สามัคคีไทย 1 ธ.ค. 85[21]

จอมพล ป.พิบูลสงคราม กับ ผีนาคพระโขนง ในหนังสือรวมเรื่อง “สามัคคีไทย 2485”

กรมพระยาดำรงฯ นิวัตพระนคร กับ น้ำท่วม-ญี่ปุ่น-อีนาก

ในบริบทเดียวกันกับที่จอมพล ป. กล่าวถึงแม่นาคพระโขนงนั้น ยังมีบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งเคยเอ่ยถึงปีศาจตายท้องกลมนางนี้คือ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียงปีเศษ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จออกจากประเทศไทยราวเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2476 เป็นเวลากว่า 9 ปีที่ทรงประทับ ณ ปีนัง จวบจนเมื่อครั้งประเทศไทยอยู่ในช่วงระยะเวลาแห่งสงครามมหาเอเชียบูรพา ท่านได้รับอนุญาตจากรัฐบาล จอมพล ป. ด้วยว่าทรงพระชราภาพมากแล้ว และความเป็นอยู่ที่ปีนังมีความลำบากมาก จึงเสด็จออกจากปีนังเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2485 ด้วยเรือของบริษัทอีสเอเชียติก ถึงสงขลาแล้วต่อเรือ ‘ภาณุรังษี’ มุ่งตรงสู่พระนคร เทียบท่ายังวัดพญาไกร

ขณะเดินทางอยู่บนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ทรงรับสั่งกับหม่อมเจ้าพิสิษฐดิศพงศ์ (ผู้ประสานงานในการนี้) ว่า “ชายแอ๊ว ที่เธอทำให้แก่พ่อครั้งนี้เท่ากับเธอได้ตอบแทนบุญคุณพ่อครบถ้วนทุกอย่างแล้ว” ภาวการณ์ขณะนั้นนอกจากพระนครจะคุกรุ่นด้วยไอสงคราม ยังประสบเคราะห์ซ้ำในเรื่องน้ำท่วมใหญ่ สมเด็จฯ ท่านต้องทรงเปลี่ยนลงเรือพายแล่นมาตามถนนวิสุทธิกษัตริย์ ถนนจักรพรรดิพงษ์ เลี้ยวเข้าถนนหลานหลวง เรือมาเทียบตรงบันไดตำหนักในวังวรดิศ สถานที่ที่ท่านสิ้นพระชนม์ใน 1 ปีกับ 3 เดือนต่อมา[22]

หนังสือสมเด็จฯ ที่บันทึกโพลอีนากพระโขนง

ภายหลังนิวัตคืนสู่ประเทศไทย พระธิดาของท่านหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล เล่าถึงชีวิตของพระบิดาหลังจากนั้นเรื่องความไม่พอใจที่ประเทศไทยเข้าร่วมกับญี่ปุ่นไว้ว่า

“…จนวันหนึ่งพายเรือเมื่อน้ำท่วม เข้าไปวัดพระแก้วทอดพระเนตรเห็นนายทหารญี่ปุ่นยืนอยู่ 2 คน ที่หน้าร้านหยาดฟ้า ท่านหันมาถามข้าพเจ้าว่า – ‘นั่นใครเอาหมวกญี่ปุ่นมาใส่ ?’ ข้าพเจ้าแกล้งพูดไปเรื่องตึกตรงข้ามเสีย ท่านก็ไม่ฟังกลับตรัสซ้ำอีกว่า – ‘พ่อถามว่าใครเอาหมวกญี่ปุ่นมาใส่ ?’ ข้าพเจ้าก็จำต้องทูลว่า – ‘ก็ญี่ปุ่นเอง’ เท่านั้นท่านรู้สึกขึ้นมาทันทีว่ามีญี่ปุ่นอยู่ในบ้านในเมืองแล้ว ก็เลยฉุนกริ้วคนโน้นคนนี้ไปตลอดทาง แต่วันนั้นมาก็ทรงบ่นแต่ว่าอยากตายไม่มีอะไรดีจะคอยดู แล้วไม่ค่อยเอาพระทัยใส่แก่การรักษาพระองค์ ไม่มีเตือนว่าจะต้องทำอะไรเวลาไรอย่างแต่ก่อน ๆ ถึงวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ก็บรรทมหลับไม่ตื่นจริง ๆ”

และที่มาที่ไปของเรื่องเล่าแม่นาคพระโขนงโดยกรมพระยาดำรงฯ นั้น เกิดจากการทดสอบความจำของพระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ที่ท่านหญิงพูนนำมาถ่ายทอดไว้ว่า

“หมอกอชลิคบอกว่าพระหทัยหยุดเฉย ๆ และพระสติปัญญาขนาดคนอายุ 60 แต่พระชันษาท่าน 81 ปี กายกับจิตแก่กว่ากันถึง 20 ปี จึงไม่อ่อนไปตามกัน เสด็จพ่อยังทรงจำอะไรได้แม่นยำ ไม่มีหลงเลือนเลยสักอย่างเดียว เคยทรงเล่าว่า – ในเวลาท่านทรงเป็นนายทหารประจำอยู่ในพระราชวังหลวงนั้น เจ้าพี่เจ้าน้องรุ่นเดียวกันมักจะมาประทับคุยอยู่ใกล้ ๆ ประตูวัง เห็นคนเข้าเนืองแน่นอยู่เสมอ จึงทรงคิดกันว่าจะลองความรู้คนดูสักที แล้วทรงจดชื่อคน 4 คน คือ

1.ท่านขรัวโต (สมเด็จพระพุทฒาจารย์[23]) 2.พระพุทธยอดฟ้า 3.จำไม่ได้ว่าใคร 4.อีนากพระโขนง

ให้คนคอยถามทุกคนเข้าออกประตูว่า ใน 4 คนนี้ รู้จักใครบ้าง ? อีนากพระโขนงชนะ ! ทำให้คิดว่าอีกสัก 100 ปีข้างหน้าใครจะอยู่ในเมืองไทยในฐานะเช่นไร ?

ส่วนเสด็จพ่อของข้าพเจ้านั้น อย่างน้อยก็คงจะได้เสด็จอยู่ในพระนามว่า – พระบิดาประวัติศาสตร์ – ดอกกระมัง

สัตว์ทั้งหลายเอ๋ย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุข ๆ เถิด อย่าได้มีเวรกรรมซึ่งกันและกันเลย

สาธุ”[24]

อีนากพระโขนงชนะผลสำรวจความนิยม ราว พ.ศ.2420

ส่งท้าย

หนังสืออนุสรณ์งานศพสมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พิมพ์อุทิศโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ.2487

ส.ศิวรักษ์ เล่าไว้ว่า ครั้งหนึ่ง จอมพล ป.พิบูลสงครามเคยเกลียดสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ถึงระดับที่ว่า “สั่งเลยว่า ถ้ากรมดำรงฯ เข้ามาเมื่อไร ให้ยิงที่นั่นเลย” แต่ภายหลังหันกลับมาคืนดีกันเพราะได้พระยาอนุมานราชธน (เสฐียรโกเศศ) ช่วยประสานความสัมพันธ์[25] จนท้ายสุดเมื่อถึงวันฌาปนกิจของสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ จอมพล ป.ได้เป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์หนังสืออนุสรณ์เรื่อง ‘นิทานโบรานคดี’ ซึ่งทรงนิพนธ์เสร็จก่อนหน้าสิ้นพระชนม์ไม่กี่วัน ทว่าเนื่องจากระยะนั้นประเทศไทยยังอยู่ในระยะเวลาแห่งการ ‘ปติวัติภาสา’ หนังสือเล่มนี้จึงได้รับการจัดพิมพ์ด้วยวิธีการดังกล่าวทั้งเล่ม[26] ทั้งนี้ดูจะกระไรนักหากคนรุ่นหลังจะนิยามคำว่า ‘อักขรวิบัติ’ ให้แก่ตัวหนังสือที่ตีพิมพ์เป็นเกียรติแด่ผู้ถูกขนานนามว่า ‘พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย’

ด้านของนายปรีดี พนมยงค์ ปรากฏในอนุทินชีวิตที่บันทึกไว้ด้วยลายมือว่า ‘ไปเยี่ยมพระสพสมเด็ดกรมพระยาดำรง’ (1st DECEMBER 1943)

ไดอารี่ลายมือปรีดี “ไปเยี่ยมพระสพสมเด็ดกรมพระยาดำรง” 1st. DECEMBER 1943

สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ สิ้นพระชนม์ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 หรืออีก 1 ปีพอดีถัดจากที่จอมพล ป. แสดงเรื่องราวของแม่นาคพระโขนง นางปีศาจอันดับหนึ่งของประเทศไทยได้รับการเอ่ยถึงจากบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยทั้งสองท่านภายในหนึ่งปีเดียวนั้นเอง จะเป็นไปได้ไหมว่าท่านหญิงพูนอาจจะได้อ่านและถ่ายทอดเรื่องของสามัคคีชัยให้พระบิดาฟัง? หรือด้วยเพราะเหตุใดก็สุดจะคาดเดาได้ อย่างไรก็ตาม หากนับจากปี พ.ศ. 2420 ตามเรื่องเล่าสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงทำโพลเรื่องแม่นาคพระโขนง จนถึงทุกวันนี้เหตุการณ์ผ่านพ้นมากว่า 145 ปี หากปัจจุบันใส่ชื่อ ‘แม่นาคพระโขนง’ ร่วมกับ ‘จอมพล ป.พิบูลสงคราม’ และ ‘สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ’ ด้วยแล้ว ผู้อ่านคิดว่าผลสำรวจโพลนี้จะออกมาเป็นเช่นใด?

[1] นริศ จรัสจรรยาวงศ์, ปริทัศน์ผีไทย ก่อนชวนอ่านเรื่อง “ไม่เอาผี” ของเจ้านายสยาม, ปาจารยสาร ปีที่ 51 ฉบับที่ 2 พ.ค.-ส.ค.2565, น.50-116.

[2] เอนก นาวิกมูล, เปิดตำนานแม่นากพระโขนง, พิมพ์ครั้ง ที่ 3 พ.ศ.2549, น.19. และดู ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว มกราคม 64 ตอน แม่นาคพระโขนง LOVE STORY ผีกับคน https://www.youtube.com/watch?v=E0l4C6iLgMY&t=12s

[3] เอนก นาวิกมูล, อ้างแล้ว, น.22-23.

[4] โรงละครปรีดาลัย ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ โรงมหรสพแห่งแรกในสยาม https://www.finearts.go.th/promotion/view/28814-โรงละครปรีดาลัย-ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ-กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์-โรงมหรสพแห่งแรกในสยาม

[5] มีผู้จำกลอนในใบปลิดโฆษณาตอนหนึ่งว่า “เรื่องอีนากพระโขนงออกโรงสู้ จนคนดูดูไม่ได้มาหลายหน ต้องเล่มใหม่เพื่อให้ทันใจคน ทั้งห้าหนสิบหนยังล้นโรง” ดู สมบัติ พลายน้อย, ตามรอยนางนากพระโขนง, พ.ศ.2533, (พี.วาทิน พับลิเคชั่น), น.36.

[6] พาณี ศรีวิภาต , การศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่อง “นางนากพระโขนง” วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ.2545.

[7] “แม่นาก” ผีชาวบ้านเริ่มเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พระผู้ใหญ่ได้อย่างไร https://www.silpa-mag.com/history/article_22373

[8] อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หลวงอรรถปริมลวุจดี (หม่อมหลวงเปลื้อง อิศรางกูร) ณ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร 20 พฤษภาคม พ.ศ.2518, (โรงพิมพ์มหามกุฎฯ).

[9] หนึ่งเดียว (นามแฝง), ร้อยภูติ พันวิญญาณ ตำนานหนังผีไทย, พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2552, (สำนักพิมพ์ Popcorn), น.17-18.

[10] แม่นาก กลายเป็นหนังเมื่อใด เปิดเส้นทางผีอมตะ สู่แฟนตาซี ถึงฉบับคลาสสิก “นางนาก” 2542 https://www.silpa-mag.com/culture/article_36132

[11] แม่นาคพระโขนง [2502] | Thai Movie 1959 จุดเชื่อมต่อโดย

อรัชมิตร เธียเตอร์ https://www.youtube.com/watch?v=NczujAd-7b4

[12] หนึ่งเดียว (นามแฝง), ร้อยภูติ พันวิญญาณ ตำนานหนังผีไทย, พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2552, (สำนักพิมพ์ Popcorn), น.26.

[13] พรรณราย โอสถาภิรัตน์, “นางนาก : การต่อรองทางความหมายในภาพยนตร์ยอดนิยม” วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2543.

[14] หนึ่งเดียว (นามแฝง), ร้อยภูติ พันวิญญาณ ตำนานหนังผีไทย, พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2552, (สำนักพิมพ์ Popcorn), น.44-45.

[15] รายชื่อภาพยนตร์ไทยที่ทำเงินสูงสุดในประเทศไทย จุดเชื่อมต่อ https://www.wikiwand.com/th/รายชื่อภาพยนตร์ไทยที่ทำเงินสูงสุดในประเทศไทย

[16] 5 อันดับหนังสือผีไทยทำรายได้มากที่สุด https://www.blockdit.com/posts/5e77303a0f45090c750845b1

[17] วิชุดา ปานกลาง, “การวิเคราะห์การถ่ายทอดความหมายเรื่องผี ในภาพยนตร์ไทยเรื่องแม่นาคพระโขนง พ.ศ.2521-2532” วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสื่อสารมวลชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2539.

[18] บ้านผีปอบ จุดเชื่อมต่อ https://th.wikipedia.org/wiki/บ้านผีปอบ

[19] พระครูวิสิฐกิจจารักษ์ (กฤษฎา รตนโชโต), ศึกษาความเชื่อต่อ “แม่นาค พระโขนง” ในการบำเพ็ญบุญกุศลของประชาชนผู้เคารพบูชาในวัดมหาบุศย์, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2560, น.24.

[20] อนุสรณ์ ในการฌาปนกิจศพ นายเริก อ่อนนุช ณ เมรุวัดใต้ ซอยอ่อนนุช 1 (สุขุมวิท 77) 31 มีนาคม 2511, (ชุมนุมช่าง).

[21] สามัคคีไทย ( จอมพล ป.พิบูลสงคราม), จงหย่าพูดอย่างไร้ความคิด 1 ธ.ค. 85 ใน รวมเรื่อง ของ “สามัคคีไทย” 2485, พ.ส.2486, (อักสรจเรินทัสน), น.273-278. และ ดู ประชาชาติ กับ สรีกรุง วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2485 ในอีกนามปากกา “สามัคคีชัย”

[22] อาชวดิศ ดิศกุล, การเสด็จกลับเมืองไทยของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ, ดิศพงษ์อนุสรณ์ พิมพ์ในงานเสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานเพลิงศพ พลโท หม่อมเจ้าพิสิฐดิศพงษ์ ดิศกุล ณ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 7 มิถุนายน พุทธศักราช 2509, (โรงพิมพ์สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี), น.48-51.

[23] สะกดตามต้นฉบับ

[24] พูนพิศมัย ดิศกุล, คติธรรมในเวลามีทุกข์ ใน ชีวิตและงานของสมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, พ.ศ.2515, (โรงพิมพ์รุ่งวัฒนา), น.90-92.

[25] ส.ศิวรักษ์, จอมพล ป. พิบูลสงคราม : นายกตลอดกาล (ตอนที่ 8/13) จุดเชื่อมต่อ https://www.youtube.com/watch?v=ZO2XFi4lTOc&t=62s

[26] นิทานโบรานคดี พนะท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัถมนตรี โปรดไห้พิมพ์เปนอนุสร ไนงานพระราชทานเพลิงพระสพ สมเด็ดพระเจ้าบรมวงส์เทอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นะ เมรุวัดเทพสิรินทราวาส เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2487, (โรงพิมพ์พระจันทร์). บทความนี้พิสูจน์อักษรโดย สุกัญญา เจริญวีรกุล (บาลีศึกษา 9 ประโยค)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...