เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากโปรแกรมเมอร์ เว็บเถื่อนหมื่นล้าน” ยึดของกลางกว่า 300 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม กลุ่มเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ และเว็บไซต์ที่เผยแพร่ภาพยนตร์ การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาลามกอนาจารผ่านเว็บไซต์ โดยจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายภูมิพัฒน์ หรืออั้ม อายุ 42 ปี , น.ส.ธมลพรรณ์ หรือแยม อายุ 40 ปี และพวก พร้อมยึดของกลาง รถยนต์ จำนวน 13 คัน มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน เงินสดไทยและสกุลเงินต่างประเทศ ประมาณ 42 ล้านบาท นาฬิกาหรู จำนวน 8 เรือน กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 50 ใบ คอมพิวเตอร์ 5 เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ 18 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 44 เล่ม บ้านพักหรู จำนวน 4 หลัง และทรัพย์สินอื่นๆ อีกจำนวนหลายรายการ มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท
โดยชุดจับกุมได้ตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มเครือข่ายลักลอบเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ทายผลฟุตบอลโลก เว็บไซตน์นึงและเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเผยแพร่ภาพยนตร์ การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาลามกอนาจารผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์นึงซึ่งจากการสืบสวนเส้นทางการเงินของทั้งสองเว็บไซต์พบว่า นายภูมิพัฒน์ หรืออั้ม และ น.ส.ธมลพรรณ์ หรือแยม เป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากการเก็บค่าสมาชิกและการจัดให้มีการเล่นการพนันผ่านระบบอินเตอร์เน็ตบนเว็บไซต์ดังกล่าว
โดยมีนายเชษฐ์ชัย เป็นเป็นผู้ทำการถอนเงินสดที่ได้จากเว็บไซต์ดังกล่าวแล้วนำไปมอบให้กับ นายภูมิพัฒน์ และ น.ส.ธมลพรรณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นสามีภรรยากัน และในห้วงเดือนเมษายน ถึง กันยายน 2565 นายเชษฐ์ชัยได้มีการถอนเงินออกจากบัญชีม้ากว่า 38 ครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 400 ล้านบาท โดยมีนายภูมิพัฒน์ เป็นผู้ควบคุมสั่งการในการถอนเงินสดออกจากบัญชีในแต่ละครั้ง แล้วนำไปเก็บไว้ที่บ้านพักของตน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหา ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบจากระบบหลังบ้านของเว็บไซต์พนันออนไลน์ของเครือข่ายดังกล่าว พบบัญชีลูกค้าผู้เล่นพนันกว่า 40,000 ราย มียอดการเล่นพนันหมุนเวียนต่อเดือนประมาณ 7,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีเงินได้ย้อนหลังของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่พบว่ามีแหล่งที่มาของรายได้อื่นที่เพียงพอในการซื้อทรัพย์สินที่ตรวจยึดข้างต้นแต่อย่างใด โดยทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้นมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นการนำเงินที่ได้จากการจัดให้มีการเล่นพนันผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ไปซื้อทรัพย์สินอันเป็นลักษณะการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน จึงได้ทำการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และจะได้ประสาน ปปง. ให้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีดังกล่าว เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ต่อไป