โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกม

Review: รีวิว Hitman 3 'การจากลาอย่างสมศักดิ์ศรี ของมือปืนโล้นซ่าเลขที่ 47'

GameFever TH

อัพเดต 26 ม.ค. 2564 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2564 เวลา 18.59 น. • GameFever.co

เมื่อพูดถึงวลีภาษาอังกฤษที่ว่า 'If it ain't broke, don't fix it' (ถ้ามันไม่พังก็ไม่ต้องพยายามซ่อมมัน) ผ่านหูมาบ้าง คงไม่มีเกมไหนที่จะเป็นตัวแทนของวลีนี้ได้ดีไปกว่าเกมลอบเร้นซีรี่ส์ดัง Hitman 3 ของผู้พัฒนา IO Interactive ด้วยเกมเพลย์ กราฟฟิค และองค์ประกอบการนำเสนอที่คงรูปแบบเดิมแทบจะเป๊ะๆ มาตั้งแต่ที่ภาคแรกวางจำหน่ายไปในปี 2016 แต่ถึงอย่างนั้น เกม Hitman 3 ก็ยังถือเป็นเกมลอบเร้นที่สนุก ท้าทาย และน่าสนใจในแบบที่แตกต่างกับเกมลอบเร้นในตลาดส่วนใหญ่ ด้วยเกมเพลย์ที่เน้นการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และใจเย็นมากกว่าการต่อสู้แบบแอคชั่นอย่างที่เห็นในหลายๆ เกมทุกวันนี้

แน่นอนว่าในความจำเจของระบบต่างๆ อาจจะทำให้เกมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเสริมของเกมภาคที่ผ่านๆ มามากกว่าจะเป็นภาคต่อเต็มตัวซะทีเดียว แต่สำหรับแฟนเกมที่อยากได้ประสบการณ์เกมลอบเร้นแบบดั้งเดิมที่หาได้ยากในปัจจุบัน (หรือแค่อยากหาเกมดีๆ เล่นในช่วงต้นปีที่ยังมีเกมออกน้อย) เชื่อว่าเกม Hitman 3 จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องของเกม Hitman 3 จะดำเนินต่อจากเนื้อเรื่องของภาคก่อนหน้าโดยตรง และจะติดตามพระเอก Agent 47 และเพื่อนเก่าของเขา Lucas Grey ในการตามล่า 'The Constant' ผู้ซึ่งเป็นตัวบงการหลักขององค์กร Providence ที่เป็นศัตรูคู่ปรับของตัวเอกมาช้านาน และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอดีตอันน่าเศร้าของเขาอีกด้วย โดยเช่นเดียวกับเกมภาคก่อนหน้า เนื้อเรื่องของเกม Hitman 3 จะติดตามตัวเอกและผองเพื่อนในการตามล่าสมาชิกที่หลงเหลืออยู่ขององค์กร Providence ไปทั่วทุกมุมโลก พร้อมกับตั้งคำถามถึง "ตัวตน" ของ Agent 47 ในวันที่เขาไม่มีเป้าหมายหรือภารกิจให้ไล่ตามอีกต่อไป

อย่างที่เคยกล่าวไปในรีวิวเกม Hitman 2 เมื่อปี 2018 เนื้อเรื่องของเกมซีรี่ส์ Hitman น่าจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อเกมน้อยที่สุดแล้ว ซึ่งในเกมภาค 3 นี้ก็ไม่ได้ทำให้ความคิดเห็นนั้นเปลี่ยนไปแต่อย่างใด โดยเกมยังคงเลือกที่จะเล่าเนื้อเรื่องผ่านฉากคัตซีนสั้นๆ ก่อนและหลังภารกิจเป็นหลัก และสอดแทรกบทสนทนาหรือเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ เข้ามาระหว่างการปฏิบัติภารกิจในแต่ละด่าน ซึ่งมีความพัฒนาขึ้นจากภาค 2 เล็กน้อยในแง่ของการเล่าเรื่องที่เน้นให้เห็นตัวละครและเหตุการณ์มากขึ้น ช่วยให้มีความเชื่อมโยงกันของฉากคัตซีนและเหตุการณ์ในภารกิจ ที่ให้ความรู้สึก "ต่อเนื่อง" กว่าในเกมภาค 2 แต่โดยรวมๆ แล้วก็ไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องชวนติดตามขึ้นเท่าไหร่ และเพราะการเล่าเรื่องที่ขาดตอนของภาคผ่านๆ มา ทำให้การปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดยังคงเป็นปัญหาสำหรับผู้เขียนในภาคนี้ แต่เช่นเดียวกับในเกมHitman 2 การที่เนื้อเรื่องของเกมในภาพกว้างจะยังคงติดตามได้ยาก แต่เนื้อเรื่องเล็กๆ ที่มีอยู่ในแต่ละด่านก็ยังคงมีความน่าสนใจอยู่บ้าง เช่นเนื้อเรื่องของด่าน Thornbridge Manor ที่มีลักษณะเป็นปริศนาฆาตกรรมห้องปิดตายเป็นต้น ซึ่งก็ทำให้เกมยังคงมีเส้นเรื่องให้ติดตามอยู่ และทำให้การทำภารกิจรู้สึกมี "มิติ" ในแง่ของเนื้อเรื่องและให้เหตุผลในการกระทำของผู้เล่นในระดับที่แตกต่างกันไปในแต่ละด่าน ทำให้มองข้ามเนื้อเรื่องในภาพใหญ่ที่ไม่ค่อยน่าสนใจไปได้ไม่มากก็น้อย

เกมเพลย์

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เกม Hitman 3 มีพัฒนาการในด้านเกมเพลย์อยู่ค่อนข้างน้อยมากๆ จากเกมภาคก่อนหน้า พูดได้ว่านอกจากอุปกรณ์กล้องพกพาที่เอาไว้ใช้แฮ๊คอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ในด่านแล้ว ทุกองค์ประกอบของเกมเพลย์แทบจะยกมาจากเกมภาค 2 (และภาคแรก) โดยตรงเลยทีเดียว

อาจจะฟังดูน่าเบื่อสำหรับบางคน แต่ในความเห็นของผู้เขียน จุดเด่นของซีรี่ส์ Hitman ไม่ใช่ระบบเกมเพลย์ที่ล้ำลึกอะไรนัก แต่เป็นการออกแบบด่านแต่ละด่านในเกม ที่บังคับให้ผู้เล่นจำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองในการสังหารเป้าหมายหรือทำภารกิจที่เกมกำหนดให้สำเร็จได้อย่างอิสระ เช่นการเลือกปลอมตัวเป็นตัวละครชนิดต่างๆ เพื่อเข้าถึงพื้นที่ต้องห้ามโดยไม่มีใครสังเกติ หรือการหาสิ่งของในฉากมาใช้ประโยชน์ โดยเกมยังมีความ "ตลกร้าย" อันเป็นเสน่ห์ของซีรี่ส์ ที่ทำให้ผู้เล่นสามารถสังหารศัตรูในวิธีพิศดารต่างๆ ได้มากมาย เช่นในด่าน Dubai ผู้เขียนสังเกติว่าเป้าหมายมักจะชอบเดินไปยืนชมวิวตรงขอบตึกในจุดเดิมเสมอ จังลองเอาเปลือกกล้วยไปวางเอาไว้ในจุดที่เป้าหมายจะเดินมา ผลคือเป้าหมายลื่นเปลือกกล้วยจนตกตึกตายไปเองอย่าน่าอนาถ ซึ่งความอิสระนี้ทำให้การเล่นเกม Hitman ทุกภาคมีความลึกกว่าที่ตาเห็น และสามารถเล่นซ้ำๆ เพื่อหาวิธีกำจัดเป้าหมายที่แปลกใหม่หรือรวดเร็วขึ้นได้ แต่สำหรับคนที่โหยหาการเล่นแบบตามภารกิจเหมือนในเกมลอบเร้นอื่นๆ ก็ยังมีระบบ Mission Stories จากภาคก่อนๆ ให้คุณทำภารกิจที่เกมมอบให้ไปเรื่อยๆ ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างในด่าน Thornbridge Manor ที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ ภายในภารกิจจะมอบหมายให้เราต้องกำจัดเป้าหมายที่เป็นคุณนายหัวหน้าตระกูลผู้ดีอันเก่าแก่ แต่เมื่อเดินทางไปถึงเรากลับพบว่าได้เกิดการฆาตกรรมขึ้นในบ้านหลังนี้  และมีนักสืบคนหนึ่งถูกจ้างมาเพื่อสิบหาตัวคนร้าย โดยในการเล่นครั้งแรก ผู้เขียนเลือกที่จะปลอมตัวเป็นนักสืบคนดังกล่าวและแสร้งทำเป็นสืบหาตัวคนร้ายจนทำให้พบกับขวดยาพิษที่ใช้เป็นอาวุธสังหารในคดีฆาตกรรมนั้น ซึ่งผู้เขียนก็ใช้เพื่อสังหารเป้าหมายของเราอีกที ในขณะที่การเล่นรอบสอง ผู้เขียนเลือกปลอมตัวเป็นช่างภาพที่ถูกจ้างมาถ่ายภาพรวมญาติของเป้าหมายและแอบวางกับดักไฟฟ้าเอาไว้ในจุดถ่ายภาพ ก่อนที่จะเรียกรวมเป้าหมายและครอบครัวมาถ่ายภาพ (และโดนไฟช๊อตตาย) เป็นต้น

แน่นอนว่ายังมีวิธีสังหารเป้าหมายอีกมากมายที่ผู้เขียนยังไม่ได้ลอง ทั้งที่เกมกำหนดมาและที่สามารถพลิกแพลงเอาเอง แถมเมื่อเล่นจบด่านครั้งหนึ่งแล้ว เราจะสามารถเริ่มเล่นใหม่โดยพกอุปกรณ์พิเศษหลายชนิดเข้าไปใช้ได้เพิ่มอีก เพื่อเปิดช่องทางในการสำเร็จภารกิจได้หลากหลายยิ่งขึ้นด้วย หากไม่มีตัวเลือกเหล่านี้ ผู้เล่นอาจจะสามารถเล่น Hitman 3 ได้จบภายใน 6-8 ชั่วโมง ซึ่งความหลากหลายทั้งหมดที่กล่าวไปก็ช่วยยืดเวลาการเล่นออกไปได้อีกมาก พูดง่ายๆ ว่ายิ่งคุณใส่ใจและให้เวลากับเกมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอะไรให้คุณค้นพบได้มากขึ้นเท่านั้น

กราฟฟิก/การนำเสนอ

เช่นเดียวกับองค์ประกอบอื่นๆ ในเกม กราฟฟิกและการนำเสนอของ Hitman 3 ไม่ได้แตกต่างไปจากที่เห็นใน Hitman 2 มากมายนัก โดยเฉพาะในส่วนของโมเดลตัวละครและอนิเมชั่นท่าทางการขยับตัวที่ยังคงเหมือนกันเปี๊ยบ อาจจะมีการพัฒนาขึ้นบ้างในแง่ของแสงเงา โดยเฉพาะในบางด่านของเกมเช่นด่าน Berlin ที่มีลักษณะเป็นไนท์คลับที่เปิดไฟสปอตไลท์สีสันต่างๆ ตามจังหวะเพลง หรือด่าน Chongqing ที่ชโลมไปด้วยแสงไฟนีออนท่ามกลางสายฝน รวมไปถึงหน้าตาท่าทางของตัวละครในฉากคัตซีนก่อน/หลังภารกิจที่แลดูมีความลึกซึ้งกว่าที่ผ่านมาอย่างที่กล่าวไปข้างต้น แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างกันในภาพรวม เกมยังคงมีปัญหาเรื่อง NPC หน้าซ้ำที่โผล่มาให้เห็นจนรำคาญตา และเรื่องของ U.I. / อินเตอร์เฟซหน้าเมนูต่างๆ ที่ยังมีลักษณะเป็นช่องๆ กล่องๆ แบบ Minimal ที่แม้จะสะอาดตา แต่ก็ไร้ชีวิตชีวาไม่ต่างจากภาค 2 เลย

สรุป

แม้ว่าจะยังคงมีข้อตำหนิใหญ่ๆ อยู่มาก แต่ Hitman 3 ก็ยังคงรักษามาตรฐานเกมเพลย์การลอบเร้นอันมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาเกมแบบสั้นๆ เล่นแปบเดียวจบ หรือเกมที่มีความลึกล้ำที่สามารถเล่นได้ยาวๆ เชื่อว่าเกม Hitman 3 น่าจะตอบโจทย์คุณได้อย่างน่าพอใจไม่แพ้กัน

[penci_review id="77549"]

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...