โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

จาก Vincenzo ถึง "เด็กใหม่" พลังซีรีส์จาก Netflix "ใช้ปีศาจทำลายปีศาจ"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 พ.ค. 2564 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 11.14 น.

Oldboy บางคูวัด : เรื่อง

ถือเป็นช่วงเวลาเหนื่อยหนักจริง ๆ สำหรับคอซีรีส์ที่ปักหลักอยู่กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix เพราะหลังจากสิ้นสุดการรอคอยปิดจ็อบ EP สุดท้ายของเรื่องราวทนายมาเฟียสัญชาติเกาหลี แต่มีชื่ออิตาเลียนว่า Vincenzo-วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย

ซีรีส์ฝีมือคนไทยอย่าง Girl From Nowhere-เด็กใหม่ ซีซั่น 2 ก็ออกมาอาละวาดฟาดไม่ยั้ง 8 EP กระแสปังจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ยังไม่นับภาพ/แคแร็กเตอร์ของตัวละครหลัก “แนนโนะ” ถูกนำไปทำมีม อย่างแพร่หลายในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ทั้ง 2 เรื่องสร้างปรากฏการณ์ครองอันดับ 1 โปรแกรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มผู้ชม Netflix เมืองไทย ด้วยเนื้อหาที่สนุก เข้มข้น แฝงความรุนแรงในการต่อสู้ ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนปัญหาที่ผู้ชมร่วมรับรู้ได้ว่า ดำรงอยู่จริงในสังคม (ทั้งเกาหลีและไทย)

ที่สำคัญบั้นปลายของการเล่าเรื่องก็ดูจะมีจุดร่วมที่สร้างความสะใจให้กับผู้ชมได้ไม่แตกต่างกันมากนัก

Vincenzo-วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย

แกนหลักของเรื่องเล่าถึง วินเชนโซ่ กาซาโน (รับบทโดย ซงจุงกิ) ทนายหล่อหน้านิ่ง เนี้ยบ ชายหนุ่มเชื้อชาติเกาหลี ที่ไปเติบโตในครอบครัวมาเฟียที่อิตาลี ไต่เต้าจนได้รับตำแหน่ง “คอนซีลเยเร” (Consigliere) ทนายที่ปรึกษาหัวหน้าแก๊งมาเฟีย แต่สุดท้ายตัดสินใจหันหลังออกจากวงการมุ่งหน้ากลับมาที่โซล เกาหลี

เป้าหมายจริง ๆ คือ จะกลับมาเอาทองที่ซ่อนไว้ใต้ตึกเก่าชื่อ “คึมกาพลาซ่า” ซึ่งถ้าหารหัสเปิดห้องใต้ดิน หรือระเบิดตึกทิ้งเสีย ขนทองออกมาเรื่องก็คงจบง่าย ๆ

ทว่า กลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อยในอาคารดังกล่าว ก็กำลังถูกขับไล่ออกจากตึกโดยอิทธิพลของ “บาเบลกรุ๊ป” เครือธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีอำนาจมหาศาล

“คุณทนาย” วินเชนโซ่ เลยถูกดึงเข้าไปอยู่ในสงครามและจำต้องเลือกข้างแนวร่วมพันธมิตร คึมกาพลาซ่า ที่มีทนาย “ฮงยูชาน” แห่งสำนักงานกฎหมายฟางข้าวเป็นหัวหอกคนสำคัญ ขณะที่ลูกสาว ฮงชายอง (รับบทโดย จอนยอบิน) กลับเป็นทนายให้กับสำนักงานกฎหมายที่ทำงานรับใช้บาเบลกรุ๊ป (แต่สุดท้ายก็ย้ายค่ายมาร่วมกันลุยบาเบลกรุ๊ป)

ตลอดทั้ง 20 EP ที่ซีรีส์ดำเนินเรื่องไป ความสนุกสนานก็มาเต็มแบบครบรสประมาณโหด เลว ฮา มีทั้งแอ็กชั่น ดราม่า ตลก ซ่อนปม ชิงไหวชิงพริบ พลิกไปพลิกมา โดยเฉพาะการเดินเกมด้านกฎหมายและการใช้อิทธิพลของบาเบลกรุ๊ป ครอบคลุมทั้งอำนาจมืด อำนาจรัฐ ไปจนถึงกระบวนการยุติธรรม

และเมื่อยักษ์ใหญ่เลือกใช้วิธีการสุดเหี้ยม เพื่อเอาชนะ กำจัด กวาดล้าง ใครก็ตามที่ขวางหน้าด้วยความรุนแรง ด้วยเล่ห์เหลี่ยม ด้วยการติดสินบน ฯลฯ

ฝั่งคุณทนายวินเชนโซ่ และแนวร่วมพันธมิตร คึมกาพลาซ่า ก็ใช้วิธี “เอาคืน” แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน แรงมาแรงกลับ เช่นเดียวกัน

จนถึงจุดหนึ่งเส้นแบ่ง ความดี-ความถูกต้อง ที่เคยคิดว่ามีอยู่ก็พร่าเลือน เพราะไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่ชั่วช้า หรือการเลือกใช้สไตล์การลงโทษแบบ “มาเฟีย” ก็กลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดชะตากรรมของแต่ละฝ่าย

Girl From Nowhere-เด็กใหม่

จริง ๆ แล้วซีรีส์เด็กใหม่ Girl From Nowhere ถูกส่งมาอาละวาดเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2561 นั่นคือ ครั้งแรกที่ผู้ชมได้รู้จักกับตัวละครที่มีมิติจัดจ้านอย่าง “แนนโนะ” (รับบทโดย คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล) ออกอากาศทางช่อง GMM25

หากเคยผ่านตากับความโหด เลือดสาด และแรง ประมาณนี้มาจากภาพยนตร์หรือซีรีส์จากญี่ปุ่นบ้างแล้วก็คงไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่สำหรับคนดูชาวไทยแล้ว ภาพที่ซีรีส์เด็กใหม่ เลือกมานำเสนอนั้น ฉีกกรอบ แหกขนบมากพอสมควร

ในแต่ละตอน (เด็กใหม่ ซีซั่น 1 จะเป็นแบบจบในตอน) จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสักแห่งหนึ่ง แล้วแนนโนะก็จะเป็นเด็กใหม่ที่มีที่มาที่ไปลึกลับ กล้า มั่นใจ และมีปฏิกิริยาที่แรง ตอบโต้ เอาคืนความรุนแรงด้วยความโหดเหนือระดับ ถึงเลือด ถึงชีวิตกันเลยทีเดียว เช่น ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง เด็กผู้หญิงจำนวนมากถูกครูหนุ่มที่แสนดี ดูเหมือนชีวิตจะสมบูรณ์แบบ ล่วงละเมิด ขืนใจมานับครั้งไม่ถ้วน

แต่เมื่อมาเจอกับแนนโนะ สถานการณ์ก็พลิกกลับ จากผู้ล่า กลายเป็นผู้ถูกล่า สุดท้ายได้รับบทเรียนที่เจ็บแสบและสาสม แต่ละตอนล้วนเปิดแง่มุมด้านมืดของโรงเรียน ระบบการศึกษา ปัญหาสังคม-ครอบครัว ที่ “ผู้หญิง” มักต้องตกเป็นเหยื่อ โดยมีแนนโนะกลายเป็นตัวแทนลุกขึ้นมาท้าทาย ต่อต้าน และล้มล้างสิ่งที่ถูกบีบให้จำยอม หรือจำนนกันมาโดยตลอด

จบ 13 EP ในซีซั่น 1 แล้วทีมผู้ผลิตทอดเวลามานานเกือบ 3 ปีจึงได้ฤกษ์ ปล่อยปฏิบัติการของแนนโนะในซีซั่น 2 ออกมาอีก 8 ตอนพร้อมกัน โดยสามารถตะลุยดูได้ใน Netflix นั่นแหละ

แน่นอนว่าซีซั่น 2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564 ก็ยิ่งทวีความเข้มข้นด้วยชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ว่าด้วยเรื่องของนักเรียนหนุ่ม “นักล่าแต้ม” ที่ต้องเผชิญการลงทัณฑ์แบบเหนือความคาดหมาย, “มินนี่ 4 ศพ” เมื่อเด็กหญิงขับรถด้วยความประมาท ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก (ผู้ชมดูแล้วก็จะคุ้น ๆ กับข่าวดังของสังคมไทยได้ไม่ยาก) หากด้วยอิทธิพล เส้นสาย และอำนาจเงินของผู้เป็นพ่อ ก็สามารถพลิกคดีไปในอีกทางหนึ่ง แต่ลงท้ายแนนโนะก็มีวิธีที่จะสะสางให้คนทำผิดต้องชดใช้ในแบบของเธอ

หรือในตอน “รับน้อง” ที่จัดหนัก จัดเต็มตั้งคำถามกับความรุนแรง วิถีความเชื่อที่ไร้เหตุผล อันนำไปสู่กรรมวิธี “เอาคืน” ที่สุดโหด บีบคั้น ชวนให้ขนหัวลุกไปจนจบตอนกันเลยทีเดียว

จุดร่วมที่สำคัญของซีรีส์สุดฮิตทั้ง 2 เรื่อง ตั้งอยู่บนฐานของ “ความสนุก” ความยอดเยี่ยมในการเขียนบท กระบวนการผลิตหรือโปรดักชั่นที่โดดเด่น บวกกับความสามารถของนักแสดงที่ทำให้ผู้ชมเชื่อและติดตามอย่างต่อเนื่องว่าจะพาเรื่องราวดำเนินไปถึงจุดไหน

อีกประการหนึ่งที่ไม่แตกต่างกันก็คือ เจตนาของผู้สร้าง/ผู้กำกับที่ต้องการตีแผ่ความบิดเบี้ยวของสังคม อันเกิดจากองค์ประกอบหรือโครงสร้างที่นำไปสู่ปัญหาสารพัดรูปแบบ

ใน Vincenzo นั้น ฉายภาพความเหลื่อมล้ำที่คนรวย กลุ่มทุนที่ใหญ่กว่า ล้วนมีโอกาสมากกว่า สามารถเข้าถึงความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย ยิ่งเมื่อผนวกเข้ากับโครงสร้างที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ยึดถือความถูกต้อง พร้อมที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน เมินเฉยกับคนเล็กคนน้อย กระทั่งระบบตำรวจและกระบวนการยุติธรรมก็สามารถ “ซื้อได้”

การเผชิญหน้ากันระหว่างคนตัวเล็กกับเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ จะกี่ครั้งก็มักได้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างออกไป

ทำให้ในที่สุดจึงต้องดึงเอา “มาเฟีย” มาจัดการกับกลุ่มธุรกิจอิทธิพลล้นฟ้า ด้วยวิธีการแบบ “ไม่เลือกวิธีการ” ทั้งบนดินและใต้ดิน แน่นอนว่าไม่ถูกต้องตามระบบกฎหมายด้วยเช่นกัน

และกลายเป็นคอนเซ็ปต์-สโลแกนสำคัญ “ใช้ปีศาจทำลายปีศาจ” ซึ่งอธิบายอย่างรวบรัดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเรื่องได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับสถานะของ “แนนโนะ” ใน Girl From Nowhere-เด็กใหม่ ก็แทบไม่ต่างไปจาก “ปีศาจ” แบบที่ทนายวินเชนโซ่เป็น มีอำนาจ อิทธิฤทธิ์ ในการตอบโต้ ลงทัณฑ์ บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่กระทำเรื่องชั่วร้าย ด้วยวิธีการพิสดาร โหดร้าย รุนแรง ถึงเลือด ถึงชีวิตกันโดยตลอด

แน่นอนว่า FC หรือแฟน ๆ ของแนนโนะ และคุณทนายวินเชนโซ่ ย่อมสะใจ สาแก่ใจที่คนชั่ว คนเลวได้รับการลงโทษที่สาสมกับความผิด (โดยไม่ต้องรอการพิจารณาโทษตามกฎหมาย)

แต่หากจะพูดกันให้ถึงที่สุดแล้ว โครงสร้างที่บิดเบี้ยว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างการปกครอง โครงสร้างอำนาจรัฐ โครงสร้างทางกฎหมาย การศึกษา ลงไปจนถึงสถาบันครอบครัว ความคิด ความเชื่อส่วนบุคคล ก็ยังคงดำรงอยู่

ซีรีส์ทั้ง 2 เรื่องก็ดูจะไม่ตอบโจทย์ในปัญหาความเหลื่อมล้ำทุก ๆ ด้านจะลดลงได้อย่างไร

พร้อมกับเป็นคำถามเปิดปลายไว้ว่า เรายังต้องการทางออกแบบ “นอกระบบ” หรือต้องพึ่งพา “แนนโนะ” หรือ “วินเชนโซ่” ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...