โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะเทคนิคสงครามกด(จอง)บัตร ที่มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้! แล้วทำไมไทยจะนิยมเค-ป๊อปลดลง ?

มติชนสุดสัปดาห์

เผยแพร่ 15 ก.พ. 2561 เวลา 05.05 น.

กว่าจะได้มานั่งสวยๆ รอรับความสนุกในคอนเสิร์ตหรืองานแฟนมีตติ้งของเหล่าโอปป้าและไอดอลจากเกาหลีไม่ใช่เรื่องง่าย

แฟนคลับแต่ละคนต้องเผชิญอะไรมากมาย

ตั้งแต่ด่านแรกสุดหินคือ การ “กดจองบัตร” ความยาก-ง่ายวัดกันที่ความดัง

ยิ่งดังราคาก็ยิ่งแพงตามไปด้วยโดยเฉพาะบอยแบนด์ระดับท็อปอย่างเช่น เอ็กโซ (EXO) บังทันบอยส์ (BTS) และวอนนาวัน (WANNAONE) จัดกี่รอบบัตรก็หมดแบบทำสถิติ

แม้แต่บอยแบนด์ระดับตำนานอย่างวงซูเปอร์จูเนียร์ (Super Junior) วงทงบังชินกิ (TVXQ) และวงเจวายเจ (JYJ) รวมไปจนถึงนักแสดงอย่างซงจุงกิ คิมซูฮยอน และพัคโบกอม ยังไม่ทันได้กะพริบตาบัตรก็เกลี้ยง…

แฟนคลับระบุ มีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้

อาวุธสำคัญที่ต้องพกลงสมรภูมิคือ ความเร็วอินเตอร์เน็ต และแต้มบุญ!!

มาดูที่ขั้นตอนการกดจองที่เหล่าแฟนคลับต้องเจอ มี 2 วิธีคือ กดจองในเว็บไซต์ของผู้จัดหรือผ่าน AllTicket เมื่อได้หลักฐานว่าจองได้แล้วจะต้องรีบชำระเงินที่เคาน์เตอร์และตามเวลาที่กำหนดเวลาไว้ภายใน 1 ชั่วโมง

และอีกวิธีคือ ซื้อผ่านร้านสะดวกซื้อ พร้อมทั้งต้องยื่นบัตรประชาชนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

เข้าใจว่าผู้จัดต้องการป้องกันกลุ่มนักค้าบัตรเข้ามาหาประโยชน์ แทนที่จะเป็นเหล่าแฟนคลับที่มีความตั้งใจเข้ามาดูโชว์จริงๆ

แต่คิดว่าไม่น่าจะได้ผล

ขอเล่าถึงประสบการณ์ตรงที่ได้ลองซื้อบัตรคอนเสิร์ต “EXO PLANET #4 – The ElyXiOn – in BANGKOK” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากกว่าจะได้บัตรมาสักใบ

เชื่อได้เลยว่าแฟนคลับบางรายต้องบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยก็มี

คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดรวม 3 รอบ ระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2561 และเปิดจำหน่ายบัตรเมื่อเร็วๆ นี้

เหล่าเอ็กโซแอล (EXO-L ชื่อแฟนคลับของวงเอ็กโซ) ส่วนหนึ่งเข้าแถวรอตั้งแต่ก่อนเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการในเวลา 11.00 น. ใน 15 นาทีแรกแม้แต่พนักงานร้านสะดวกซื้อยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบกดจองบัตรได้เลย กว่าที่คิวแรกจะได้บัตรก็ผ่านไปแล้ว 25 นาที คิวต่อจากนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะพนักงานแจ้งบัตรเต็มแล้ว

แต่ยังไม่หมดหวัง ในกรณีที่ผู้กดจองบัตรไม่สามารถมาชำระเงินได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด บัตรจะเข้าสู่ระบบอีกครั้ง

สงครามย่อมๆ อีกรอบก็อุบัติขึ้น บัตรที่เหลือตกค้างแต่ละโซนไม่ถึง 10 ใบ ก็ถูกกวาดเรียบในช่วง 10 วินาที

กว่าสงครามจะสงบลง เวลาก็ล่วงเลยมาถึง 12.30 น.

แต่สงครามใหญ่ต้องมีหลากหลายกลยุทธ์!!

ก่อนหน้านี้ได้สำรวจในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เกิดปรากฏการณ์รับกดบัตรเป็นจำนวนมาก

และถือเป็นอีกช่องทางของแฟนคลับที่พลาดจากการจองบัตร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มแฟนคลับที่ผันตัวเองมารับกดบัตร เพื่อนำรายได้มาซื้อบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตเช่นกัน

2) กลุ่มที่นำเข้าสินค้าจากเกาหลีอยู่เดิม เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ก็มาเพิ่มการรับกดบัตร เพราะได้กำไรดี

และ 3) กลุ่มนักค้าบัตรมืออาชีพ (มักเห็นพวกเขาหน้าคอนเสิร์ต พร้อมคำติดปากมีบัตรไหมครับ สอบถามได้) ซึ่งแต่ละรายจะมีการกำหนดเงื่อนไขและราคาที่แตกต่างกัน

เฉพาะค่าดำเนินการกดบัตรราคาจะอยู่ที่ราคา 500-5,000 บาท/ใบ เงื่อนไขทั้งหมดลูกค้าจะต้องแบกรับความเสี่ยงและต้องตรวจสอบให้ดีว่าจะถูกโกงหรือไม่

เช่น จะต้องโอนค่ากดบัตรมาก่อน และไม่คืนเงินหากมีการยกเลิกทุกกรณี

กรณีที่กดบัตรไม่ได้ จะโอนเงินค่าจองกลับ ซึ่งลูกค้าจะต้องถูกหักค่าธรรมเนียมอีก 25 บาท

ยิ่งไปกวานั้นกรณีที่ลูกค้ากำหนดโซนที่นั่งชัดเจนเพื่อให้อยู่ใกล้ชิดกับไอดอลให้ใกล้ที่สุดจะต้องจ่ายเพิ่มสำหรับค่า “ความยาก” อีกราว 1,500 บาท

บางรายกำหนดต้องโอนค่ากดจอง 50% จากราคาบัตรก็มี ผู้รับกดบัตรบางรายก็มีเพียงเงื่อนไขเดียวคือชาร์จเพิ่มทุกบัตรทุกใบในราคาเดียวที่ 1,000 บาทเท่านั้น

และเมื่อลองสำรวจผ่านเว็[ไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการจองบัตร เช่น StubHub พบว่าราคาบัตรคอนเสิร์ตครั้งนี้ของเอ็กโซถูกอัพราคาสูงถึง 11,000-12,000 บาท/ใบ

ในขณะที่ราคาจำหน่ายสูงสุดโดยผู้จัดเอสเอ็มทรู (SM.True) อยู่ที่ราคา 6,000 บาท/บัตร

รองลงมาคือราคา 5,000 บาท ราคา 4,500 บาท ราคา 3,000 บาท ราคา 2,500 และในราคา 1,000 บาท

ทุกคอนเสิร์ตหรืองานแฟนมีตติ้ง แฟนคลับทั้งหลายต่างก็ต้องเผชิญสงครามกดบัตรกันมาอย่างโชกโชนแล้วทั้งสิ้น

โดยประเด็นปัญหาบัตรมีราคาแพง แม้จะมีการร้องเรียนผู้จัดเป็นระยะ แต่ก็ยากที่จะแก้ไข ในเมื่อบัตรเป็นที่ต้องการของตลาด กลุ่มที่เข้ามาหาประโยชน์ก็จะวนเวียนเป็นบัตรผี อัพราคากันจนเกินพอดีอยู่เรื่อยไป

นึกย้อนไปถึงคอนเสิร์ตของวงบันทันบอยส์ ที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว มีโอกาสได้คุยกับครอบครัวที่มาดูคอนเสิร์ตพร้อมหน้า พ่อ-แม่ลูก เพราะที่นั่งติดกัน

พวกเขาบอกว่า คอนเสิร์ตนี้ได้บัตรโซนราคา 3,800 บาท/ใบ แต่ใช้บริการรับกดบัตรเบ็ดเสร็จจ่ายไป 15,000 บาท ส่วนเกินเกือบ 4,000 บาทคือค่ากดบัตร…

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีผู้จัดรายใหญ่วิเคราะห์ให้ฟังว่า ความนิยมของคนไทยที่มีต่อวงการเค-ป๊อปในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2563 จะเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง

แต่จนถึงขณะนี้ไอดอลหรือนักแสดงต่างก็เข้ามาทำกิจกรรมในไทยต่อเนื่อง และส่วนหนึ่งอาจจะมาจากกรณีความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และจีนที่ไม่ดีนัก …ส่งผลให้จีนแบนศิลปินจากเกาหลีใต้ทั้งหมด ผู้จัดจึงหันมาจัดในประเทศอื่นๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยด้วย

ด้วยความฮ็อตของตลาดนี้ยังทำให้มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาตลาดนี้มากขึ้น ล่าสุดคือ บริษัท Five Four Live จำกัด ที่มีผู้บริหารคือ “เจ้าสัวศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย” ประเดิมงานแรกไปแล้วคือ งาน ยูซอนโฮ แฟนมีตติ้ง อิน แบ็งคอก

ถ้าย้อนกลับในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่ามีการจัดงานทั้งคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในเมืองไทยเกือบทุกเดือน และบางเดือนถึงขนาดที่ว่ามีงานทุกสัปดาห์ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

จะเข้าสู่ขาลงหรือไม่ ไม่รู้ แต่เท่าที่ดูจากสถานการณ์ตลาดในปี 2561 นี้น่าจะยังคึกคักไปอีกยาว

ฉะนั้น เหล่าแฟนคลับ เตรียมตัว…เตรียมใจ รอรับสงครามกดบัตรครั้งต่อไปได้เลย!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...