โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง) แห่งก๊กพิษณุโลก ถึงแก่พิราลัย หลังเป็นกษัตริย์ได้ 7 วันจริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2567 เวลา 05.44 น.
บริเวณ วัดราชบูรณะ และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (พิษณุโลก) (ภาพจากเฟซบุ๊ก : ภาพเก่าเล่าเรื่อง พิษณุโลกพิทยาคม)

เจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง) แห่ง “เมืองพิษณุโลก” เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจและความสามารถมากคนหนึ่งในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา มีผู้คนเคารพนับถือและยำเกรง เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 ข้าราชการเก่าในกรุงศรีอยุธยา ก็ไปเข้ากับท่านเป็นอันมาก

เจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง)

ธีระวัฒน์ แสนคำ กล่าวถึงเจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง) ไว้ในบทความ “รัฐพิษณุโลก (?) : สถานะของเมืองพิษณุโลก หลังการล่มสลายของศูนย์อำนาจรัฐกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2309-13)” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม 2557 ไว้ตอนหนึ่งว่า

เมื่อศูนย์อำนาจรัฐกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย เจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง) พยายามสร้าง “เมืองพิษณุโลก” ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางอำนาจในการปกครองไพร่พลที่กำลังระส่ำระสาย พร้อมกับตั้งตนขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ และจัดระบบการปกครองภายในรัฐตามแบบอย่างระบบศักดินา มีการแต่งตั้งขุนนางขึ้นตามตำแหน่งเหมือนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยายังดี พร้อมกับบังคับให้บรรดาขุนนางที่แต่งตั้งขึ้น เรียกคำสั่งของตนว่า “พระราชโองการ” ดังปรากฏใน “อภินิหารบรรพบุรุษ” ว่า

“ครั้งนั้นพระเจ้าแผ่นดินเมืองพระพิศณุโลกย์ มีพระราชโองการดำรัสสั่งให้ตั้งสมเด็จพระบรมมหาไปยกาธิบดี ซึ่งเป็นพระชนกนารถของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ สมุหนายกถือศักดินา 10000 ไร่ พระราชทานเครื่องยศเหมือนเสนาบดีในกรุง ด้วยแต่ก่อนท่านคุ้นเคยกัน เพราะเมืองพระพิศณุโลกย์เป็นหัวเมืองขึ้นในกรมมหาดไทย ท่านได้ว่ากล่าวบังคับบัญชามาแต่ก่อน ท่านได้รับตำแหน่งที่จักรีในเมืองพระพิศณุโลกย์ไม่ช้านัก ก็ทรงพระประชวร ทิวงคตในเมืองพระพิศณุโลกย์ ครั้งนั้นพระเจ้าแผ่นดินพระพิศณุโลกย์ ก็กระทำการฌาปนกิจเผาศพตามตำแหน่งยศเสนาบดี”

ธีระวัฒน์ ระบุว่า ข้อความใน“อภินิหารบรรพบุรุษ” สะท้อนหลายประการ ประการแรก ในเมืองพิษณุโลกมีขุนนางจากกรุงศรีอยุธยาและไพร่พลจำนวนมากหนีสงครามขึ้นมาอยู่เมืองพิษณุโลก ประการที่ 2 เจ้าเมืองพิษณุโลกได้สร้างสัมพันธ์และมีสัมพันธ์อันดีกับขุนนางชั้นสูงในกรุงศรีอยุธยา ส่วน ประการที่ 3 มีการตั้งขุนนาง พระราชทานศักดินา เครื่องยศ และประกอบพิธีศพขุนนางให้สมเกียรติแบบอย่างธรรมเนียมเดิมที่กระทำในกรุงศรีอยุธยา

ทั้งหมดนี้ ล้วนแสดงให้เห็นว่า เจ้าเมืองพิษณุโลก มีความพยายามสร้างอำนาจของตน และจัดการระบบธรรมเนียมปกครองให้เท่าเทียมกับพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา

ผู้เขียนบทความยังกล่าวถึงงาน “การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี” ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ระบุตอนหนึ่งว่า การตั้งตนขึ้นเป็นใหญ่ของเจ้าพระยาพิษณุโลก ไม่สามารถที่จะใช้ความเป็นเจ้าเมืองพระยามหานครดำเนินการทางการเมืองได้ เพราะสถานะนี้ไม่มีความหมายนอกเขตเมืองพิษณุโลก

ในขณะที่เจ้าพระยาพิษณุโลกต้องการจะมีอำนาจเหนือหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมด จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานะของตนเป็นพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยตำแหน่งนี้เท่านั้น ที่เจ้าพระยาพิษณุโลกจะมีความหมายต่อผู้นำท้องถิ่นสุโขทัย สวรรคโลก กำแพงเพชร ตาก ฯลฯ ได้

ขอบเขตอำนาจของรัฐพิษณุโลกในเบื้องต้น ด้านตะวันออกคงต่อแดนกับล้านช้างและเมืองเพชรบูรณ์ ด้านใต้ถึงเมืองพิจิตรและเขตเมืองนครสวรรค์ ด้านตะวันตกถึงเขตเมืองสุโขทัย และด้านเหนือถึงเขตเมืองพิชัย

อย่างไรก็ตาม พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวว่า หลังจากเจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง) ประกาศตนเป็นพระมหากษัตริย์ได้ 7 วัน ก็บังเกิดวัณโรคขึ้นในคอถึงแก่พิราลัย

พระมหากษัตริย์ 7 วัน

เอกสาร “ปฐมวงศ์” กล่าวถึงสาเหตุว่า เป็นเพราะไม่ได้ทำพิธีราชาภิเษกให้พราหมณ์ครอบก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการผิดธรรมเนียม และพยายามอธิบายว่า เจ้าพระยาพิษณุโลกมีบุญไม่ถึงการเป็นพระมหากษัตริย์ แต่ พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับภาษามคธ (ฉบับสมเด็จพระพนรัตน) กล่าวว่า “พระยาพิษณุโลกอยู่ในราชสมบัติ 6 เดือน พระชนมายุได้ 49 ปี ก็เสด็จสวรรคตไปตามยถากรรม”

ผู้เขียนสันนิษฐานว่า เจ้าพระยาพิษณุโลกไม่ได้ถึงแก่พิราลัยหลังจากประกาศตนเป็นพระมหากษัตริย์ได้ 7 วันอย่างแน่นอน ความในส่วนนี้ พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์น่าจะมีความน่าเชื่อถือกว่า

เนื่องจากในจดหมายเหตุจีนได้บันทึกไว้ว่า หูซื่อลู่ (พิษณุโลก) ได้มีพระราชสาส์นไปถวายพระเจ้ากรุงจีน เพื่อขอให้พระองค์ยอมรับตนเป็นพระมหากษัตริย์ที่ถูกต้องของกรุงศรีอยุธยา สืบต่อจากพระมหากษัตริย์พระองค์เดิมที่สิ้นพระชนม์ระหว่างสงคราม และได้ต่อต้านรัฐที่สถาปนาโดย เจิ้นเจ้า (สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี) จนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่พระจักรพรรดิจีนไม่ยอมรับสถานะของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ว่าเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ของกรุงศรีอยุธยา เพราะพระองค์ยังไม่สามารถปราบปรามรัฐอิสระเล็ก ๆ ได้

แสดงว่า เจ้าพระยาพิษณุโลกยังมีชีวิตอยู่อีกหลายเดือน หลังจากที่ประกาศตนเป็นพระมหากษัตริย์ อาจจะเป็น 6 เดือน หรือมากกว่านั้นก็ได้ และมีความพยายามที่จะติดต่อกับจีน เพื่อให้จักรพรรดิจีนยอมรับในสถานะของตนเองด้วย

หลังจากศูนย์อำนาจรัฐกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็มี “พระยาตาก” รวบรวมกำลังพลขับไล่กองทัพกรุงอังวะที่เหลืออยู่บางส่วนออกไปได้ แล้วสถาปนาศูนย์อำนาจรัฐขึ้นมาใหม่ที่เมืองธนบุรี และสถาปนาตนเองขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี”

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พยายามขยายอำนาจ เพื่อรวบรวมดินแดนของกรุงศรีอยุธยาเดิมให้กลับมาอยู่ใต้ศูนย์อำนาจรัฐของพระองค์ ทรงนำกำลังออกปราบปรามหัวเมืองต่าง ๆ ที่ตั้งตนเป็นอิสระตามภูมิภาคต่าง ๆ ภายหลังการล่มสลายของศูนย์อำนาจรัฐกรุงศรีอยุธยา โดยเลือกที่จะปราบเมืองพิษณุโลกเป็นแห่งแรกใน พ.ศ. 2311

ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่า เมืองพิษณุโลก และหัวเมืองฝ่ายเหนือมีกำลังพลอยู่มาก หากปราบปรามได้ก็จะสามารถใช้เป็นกำลังหลักในการทำสงครามขยายอำนาจของศูนย์อำนาจรัฐกรุงธนบุรีได้

พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวถึงการปราบปราบ เมืองพิษณุโลก ว่า “เสด็จยกพลนิกรดำเนินทัพ สรรพด้วยโยธาทหารใหญ่น้อยขึ้นไปปราบเมืองพิสณุโลกยถึงตำบลเกยไชย พญาพิศณุโลกยรู้ประพฤติเหตุ แต่งพลทหารให้หลวงโกษา (ยัง) ยกออกมาตั้งรับ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จนำพลทั้งปวงเข้ารณรงค์ด้วยข้าศึกครั้งนั้น ฝ่ายข้าศึกยิงปืนมาดังห่าฝน ต้องพระชงฆ์เบื้องซ้าย เลียบตัดผิวพระมังสะไป จึงให้ลาดทัพกลับยังกรุงธนบุรีย์”

ความในพระราชพงศาวดารแสดงให้เห็นว่า อย่างน้อยอำนาจเมืองพิษณุโลกก็ขยายลงไปถึงบริเวณตำบลเกยไชย ซึ่งปัจจุบันอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน เขตอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เหนือเมืองนครสวรรค์ขึ้นมาเล็กน้อย

ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงจำนวนกำลังพลและอาวุธของเมืองพิษณุโลกว่า มีประสิทธิภาพไม่น้อย จนทำให้กองทัพกรุงธนบุรีต้องถอยทัพกลับไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 กันยายน 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง) แห่งก๊กพิษณุโลก ถึงแก่พิราลัย หลังเป็นกษัตริย์ได้ 7 วันจริงหรือ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...